รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่แก้ยากที่สุด ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดเรื่องการแก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญนี้ไว้ 3 ส่วน
เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้วสำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ทำคลอดโดย “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” แม้ก่อนการยกร่างจะมีการพูดว่า รัฐธรรมนูญนี้จะไม่ยาวเยิ้นเย้อ แต่เอาเข้าจริงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็จะยาวเช่นเคย
เบื้องต้นมีแล้ว 310 มาตรา แต่ยังขาดบทเฉพาะกาลอีกส่วน เทียบง่ายๆ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะยาวกว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ที่มี 309 มาตรา แต่น่าจะสั้นกว่ารัฐธรรมนูญ 2540 ที่มี 336 มาตรา
แต่ถ้าเทียบความยากในการแก้ไขรัฐธรรม ต้องบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้จะเป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ยากที่สุด
ในเบื้องต้นนี้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดเรื่องการแก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญนี้ไว้ 3 ส่วน คือ
1.ส่วนที่แก้ไขไม่ได้
คือส่วนที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ
2.ส่วนที่แก้ไขได้
โดยรัฐสภาและต้องผ่านการทำประชามติด้วย คือ บททั่วไป ภาค 1 พระมหากษัตริย์และประชาชน รวมถึงหลักการพื้นฐานสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ 1.หลักประกันเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของพลเมืองในทางการเมือง 2.โครงสร้างของสถาบันการเมือง 3.กลไกที่ใช้เป็นการรักษาวินัยการเงิน การคลัง และการงบประมาณ 4.บทบัญญัติสำคัญในหลักนิติธรรม ศาล องค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ 5.บทบัญญัติในการปฏิรูปและสร้างความปรองดอง และ 6.หลักเกณฑ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
3.ส่วนที่แก้ไขได้โดยรัฐสภา
ทั้งนี้ ในขั้นตอนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในส่วนของรัฐสภา คณะกรรมาธิการกำหนดให้ทำได้ยากขึ้นด้วย คือ 1. จำนวนผู้เสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่นี้ กำหนดให้ใช้ 1 ใน 4 ของจำนวนส.ส. หรือ 1 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสองสภารวมกัน จากเดิมให้ใช้เสียง 1 ใน 5
2.การออกเสียงลงคะแนนในวาระสามให้ใช้คะแนนเห็นชอบจำนวนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกของสองสภา จากเดิมที่ใช้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง
3.เมื่อรัฐสภาเห็นชอบแล้ว ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นตราโดยถูกต้องหรือมีความขัดหรือแย้งกับเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในส่วนของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก่อนที่จะนำร่างรัฐธรรมนูญทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงประปรมาภิไธย
หากเป็นไปตามนี้จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็น “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับที่แก้ยากที่สุด”
การกำหนดให้รัฐธรรมนูญแก้ไขยากเป็นหลักการที่ถูกต้องซึ่งเป็นไปตามหลักสากล แต่นั่นต้องหมายความว่ารัฐธรรมนูญนั้นเป็นรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นธรรม ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่ถูกมองว่าเป็นเลือกปฏิบัติ
มิเช่นนั้นจะเป็นอย่างที่"บวรศักดิ์" ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญบอก คือ"หลังรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ บ้านเมืองอาจกลับไปทะเลาะกันเหมือนเดิม”"





