วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บวรศักดิ์'แจงรธน.ใหม่ มี4มาตรการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง

“บวรศักดิ์” ปธ.ยกร่างรธน. แจงรธน.ใหม่ มี 4 มาตรการทำบ้านเมืองเปลี่ยนแปลง เน้นสร้างความเข้มแข็งพลเมือง-เพิ่มสิทธิกลุ่มคนชายขอบ

 ยอมรับเป็นห่วงบ้านเมือง หลังมีรธน.ใหม่ ประเทศอาจกลับไปสู่ความขัดแย้ง หวังกก.ปรองดองช่วยยุติปัญหา แต่ต้องปฏิบัติตามแนวสากล

เมื่อเวลา 11.50 น. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงผลการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา นอกสถานที่ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 23- 26 ก.พ. ว่า ได้ใช้เวลาพิจารณารวม 450 ชั่วโมงและสามารถผ่านร่างรายมาตราได้ทั้งสิ้น 119 มาตรา โดยภาพรวมของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้สร้างเจตนารมณ์และมาตรการที่ทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปใน 4 ทิศทาง คือ 1.สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ โดยสาระสำคัญคือการยกระดับการเมืองภาคพลเมืองให้มีความสำคัญไม่แพ้กับการเมืองของนักการเมือง ด้วยการเพิ่มสิทธิเสรีภาพ, การให้การศึกษา 15 ปีตั้งแต่ปฐมวัย, การทำงานของหน่วยงานรัฐต้องคำนึงผลงานและการบริหารที่มีประสิทธิภาพเน้นประชาชนเป็นหลัก, ตั้งสมัชชาพลเมืองทุกจังหวัดให้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ, การถอดนถอนายกฯ รัฐมนตรี, ส.ส.และ ส.ว.ที่ทำผิดจริยธรรมร้ายแรง เพื่อให้ประชาชนฐานะผู้แต่งตั้งนักการเมืองต้องสามารถถอดถอนนักการเมืองได้ด้วย

2.การเมืองใสสะอาดและสมดุล กล่าวคือได้สร้างกลไกของการตรวจสอบฝ่ายบริหารที่รวดเร็วและเฉียบขาด ขณะที่การสร้างความสมดุลในระบบ 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และวุฒิสภาที่มาจากกลุ่มคนหลากหลายอาชีพ รวมถึงคนชายขอบ ผู้พิการ ที่มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมผ่านผู้บริหารท้องถิ่น, สมาชิกสภาท้องถิ่นและสมัชชาพลเมืองไม่ใช่การลากตั้งที่ต้องมีคณะบุคคลเพื่อดำเนินการสรรหา เพื่อให้มีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นทุกประเด็นของบ้านเมือง นอกจากนั้นได้สร้างความสมดุลระหว่างนายทุนพรรคการเมืองและนักการเมืองที่เป็นตัวแทนปวงชน ด้วยการเปิดโอกาสให้กลุ่มการเมืองสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้, ความสมดุลระหว่างจำนวน ส.ส. และคะแนนนิยมที่แท้จริงของประชาชน, ความสมดุลระหว่างการบริหารพรรคการเมืองและความเป็นอิสระของส.ส. โดยกำหนดให้เมื่อส.ส.ถูกขับพ้นจากสมาชิกพรรคจะคงสมาชิกภาพของส.ส.อยู่, ความสมดุลระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ได้กำหนดชัดเจนว่า ส.ส.ห้ามเป็นรัฐมนตรี และการลงมติไม่ไว้วางใจจะผูกพันกับสถานะของสภาผู้แทนราษฎรด้วย, ความสมดุลในการถอดถอนได้เปลี่ยนหลักการคือต้องเป็นการลงคะแนนเสียงถอดถอนกึ่งหนึ่งของสมาชิกของทั้งสองสภารวมกัน, ความสมดุลฝ่ายบริหารและฝ่ายข้าราชกา โดยการสร้างระบบคุ้มครองกันการแทรกแซงข้าราชการประจำ

นายบวรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า 3.หนุนสังคมที่เป็นธรรม คือการวางแนวทางปฏิรูป ทั้ง 16 เรื่องเพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความมั่นคั่งไปสู่คนที่ไม่มีเงิน ไม่มีสิทธิ์ และไม่เคยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนให้กลุ่มคนดังกล่าว อาทิ คนชายขอบมีสิทธิ มีเสียง และลืมตาอ้าปากได้ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ด้วยการตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนจนที่ถูกฟ้องคดี โดยหลักการต้องจ้ายทนายที่มีฝีมือในการช่วยต่อสู้คดี และการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงการเมืองเพื่อให้ภาคประชาชนสามารถร่วมตัดสินใจทางการเมืองไม่ใช่รอฟังหรือให้คนภายนอกสามารถใช้วีดีโอคอนเฟอเร้นท์สั่งการประชุมได้ และ 4.นำชาติสู่สันติสุข โดยตนเชื่อว่าความขัดแย้งปัจจุบันเป็นการพักรบชั่วคราวด้วยเหตุที่มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และกฎอัยการศึก ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ บ้านเมืองอาจกลับไปทะเลากันเหมือนเดิม สภาพดังกล่าวประเทศไทยเผชิญมา 10 ปีแล้ว หากปล่อยไว้ประเทศไทยอาจอยู่รั้งท้ายของกลุ่มประเทศอาเซียน ดังนั้นจึงมีเรื่องการปรองดองในรัฐธรรมนูญใหม่ โดยมีองค์กร และกระบวนการที่เป็นไปอย่างถูกต้องและทั่วโลกได้ปฏิบัติ ไม่ใช่ปรองดองด้วยการเรียกมาเกี้ยเซี๊ยะ กวาดฝุ่นไว้ใต้พรม

นายบวรศักดิ์กล่าวว่า ตนคาดหวังว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นฉบับสุดท้ายของประเทศและไม่ถูกฉีกซ้ำอีก
ส่วนการที่นางทิชา ณ นคร ลาออก จากการเป็นกรรมาธิการยกร่างฯนั้น นายบวรศักดิ์กล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบเหตุผลว่านางทิชาลาออกด้วยเหตุผลอะไรหากอยากทราบก็ให้ไปถามนางทิชาเอาเอง

---------------------------
อัญมินทร์ เรียบเรียง