วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จ่อเรียก'ธัมมชโย'แจง ปมเช็ค15ฉบับค่า800ล้าน

ดีเอสไอแบ่ง 5 ชุดหาหลักฐานคดีสหกรณ์ฯ คลองจั่น สอบ 6 กลุ่มรับเช็ค-โอนเงิน คาดสัปดาห์หน้าชัดเจน ก่อนเรียก "พระธัมมชโย" ชี้แจง

กรณีรับเช็คจากอดีตประธานสหกรณ์ฯ มูลค่ากว่า 800 ล้าน "ประยุทธ์" เสนอแนวคิดตั้งคณะกรรมการฝ่ายสงฆ์ช่วยดูแลปัญหา วอนแต่ละฝ่ายอย่าก้าวก่ายกันมากเกินไป ยันทุกอย่างต้องโปร่งใส


วานนี้ (27 ก.พ.) พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ แถลงผลการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ว่า ที่ประชุมได้แบ่งการสอบสวนออกเป็น 5 ชุด ได้แก่


1.ชุดติดตามร่องรอยทางการเงินจากสหกรณ์ ทั้งที่สั่งจ่ายเป็นเช็ค 878 ฉบับ และการเบิกเงินสดของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ ฯ ตั้งแต่ปี 2552-2555 เป็นเงิน 1,900 ล้านบาท
2.ชุดตรวจสอบการทำบัญชีของสหกรณ์ 3.ชุดตรวจสอบข้อกฎหมาย ระเบียบสหกรณ์ เพื่อนำชี้เจตนากระทำผิดของผู้ต้องหา 4.ชุดติดตามทรัพย์สินที่ถูกดึงออกจากระบบสหกรณ์ฯ 5.ชุดเลขานุการอำนวยการสอบสวนคดีและสอบปากคำพยาน


แบ่งสอบ6กลุ่มเอี่ยวรับโอนเงิน
นอกจากนี้ยังแบ่งกลุ่มผู้ได้รับเช็ค 878 ฉบับออกเป็น 6 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มวัดพระธรรมกายและกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวัด 2.บริษัท เอส.ดับบลิว.โฮลดิ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และนายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล
3.กลุ่มสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี ที่มีความเชื่อมโยงทางการเงินกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 4.มูลนิธิรัฐประชาที่เกี่ยวข้องกับนายจิรเดช วรเพียรกุล อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ นักธุรกิจ


5.กลุ่มญาติธรรมที่มีเงินจากสหกรณ์ไหลผ่านจำนวน 50 คน และ 6.กลุ่มผู้รับเงินจากสหกรณ์โดยมีมูลหนี้ระหว่างกัน ซึ่งขณะนี้พบว่าสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กระทำผิด พ.ร.บ.สหกรณ์และข้อบังคับต่างๆ ทำให้การจัดทำบัญชีไม่เป็นไปตามมาตรฐาน นำไปสู่การยักยอกฉ้อโกงเงินเป็นจำนวนมาก ในชั้นสอบสวนจำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์เจตนาในการกระทำผิด


จ่อเรียกธัมมชโยสอบปมเช็ค15ฉบับ
พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนเงินที่ไหลเข้าไปยังกลุ่มที่เกี่ยวข้องในแต่ละกลุ่ม ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหลักฐานทางการเงินจากสถาบันการเงินเพื่อนำมาตรวจสอบ
จากนั้นจึงจะเรียกผู้เกี่ยวข้องที่มีชื่อรับเช็คหรือรับโอนเงินเข้ามาชี้แจง รวมถึงพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายที่ได้รับเช็คสั่งจ่ายเข้าบัญชีส่วนตัวด้วย


โดยในส่วนของวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยพบว่า นายศุภชัยสั่งจ่ายเช็คให้รวม 15 ฉบับ วงเงินกว่า 800 ล้านบาท แต่นำเช็คไปขึ้นเงินเพียง 13 ฉบับ เป็นวงเงินกว่า 700 ล้านบาท
ส่วนประเด็นที่นำเงินบริจาคไปก่อสร้างศาสนสถานในที่ดินที่เป็นธรณีสงฆ์จริงหรือไม่ จะมีความชัดเจนหลังได้รับเอกสารยืนยันจากธนาคาร


รื้อสอบใหม่สำนวนแรกที่สั่งไม่ฟ้อง
พ.ต.ท.สมบูรณ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่อัยการส่งสำนวนให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติมว่า สำนวนที่ส่งมามีหลายประเด็น โดยในส่วนของนายจิรเดชและนายวัฒน์ชานนท์ที่ปรากฏชื่อเป็นผู้รับเงินค่านายหน้าในการหาสมาชิกมาฝากเงินกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเป็นเงินกว่า 2,500 ล้านบาทนั้น พนักงานสอบสวนชุดแรกทำความเห็นสั่งไม่ฟ้อง แต่พนักงานสอบสวนชุดใหม่ตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมด เนื่องจากอัยการสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมถึงรายละเอียดของการสั่งจ่ายเช็คเป็นรายฉบับรวม 878 ฉบับ


นายกฯเสนอตั้งกก.ฝ่ายสงฆ์ช่วยดูแล
วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ถึงปัญหาด้านศาสนาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ว่า ได้มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปศึกษาทำความเข้าใจกับประเด็นของปัญหา


ส่วนตัวไม่อยากเรียกว่า คู่ขัดแย้ง เพราะเป็นเรื่องของศาสนา เรื่องของพระอาจจะต้องตั้งคณะกรรมการฝ่ายสงฆ์มาช่วยดูแล ตอนนี้กำลังคิดอยู่จะได้ช่วยการทำงานของคณะสงฆ์เดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพ ได้รับความเชื่อถือ


"เป็นสิ่งสำคัญนะครับ เพราะเป็นศาสนาของประเทศ ปัจจุบันมีคดีความต่างๆ ที่รัฐดำเนินการอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ศาสนจักรเหล่านี้ ก็คงเป็นเรื่องที่เราต้องให้ทั้งสองฝ่ายดูแลไปพร้อมๆ กัน อย่าไปก้าวก่ายกันและกันให้มากนัก แต่ทำให้เกิดความโปร่งใสขึ้น คิดว่า ทางฝ่ายคณะสงฆ์ก็ต้องยอมรับนะครับ ส่วนฝ่ายประชาชนก็ต้องยอมรับในการพูดคุยหารือกันในเรื่องนี้นะครับ เพราะมีองค์กรกำกับดูแลอยู่แล้ว" นายกรัฐมนตรี กล่าว