วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แก้รธน.ต้อง'ประชามติ'

กมธ.ยกร่างฯวางกลไกรับมือรื้อรัฐธรรมนูญ กำหนด 3 ระดับ มีทั้งแก้ได้ปกติ แก้ไม่ได้เลย และแก้ได้โดยรัฐสภาแต่ต้องผ่านประชามติ

 เน้น 6 หลักการพื้นฐาน แถมต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาก่อนทูลเกล้าฯ


พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) แถลงเมื่อวานนี้ (27 ก.พ.) ภายหลังการประชุม กมธ.ยกร่างฯ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาและผ่านบทบัญญัติบทสุดท้ายว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว


ทั้งนี้ สาระสำคัญ คือ ในการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญจะมีอยู่ 3 ระดับ ได้แก่ บทบัญญัติที่แก้ไขไม่ได้ บทบัญญัติที่แก้ไขได้โดยรัฐสภา และบทบัญญัติที่แก้ไขได้โดยรัฐสภาแต่ต้องผ่านการทำประชามติโดยประชาชน


บทบัญญัติที่แก้ไขไม่ได้ คือ การขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ


ขณะที่บทบัญญัติที่แก้ไขได้โดยรัฐสภาและต้องผ่านการทำประชามติจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งก่อนที่จะนำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้นขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย คือ บททั่วไป ภาค 1 พระมหากษัตริย์และประชาชน รวมถึงหลักการพื้นฐานสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ 1.หลักประกันเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของพลเมืองในทางการเมือง 2.โครงสร้างของสถาบันการเมือง หมายถึงการมี 2 สภา, องค์ประกอบของแต่ละสภา และการตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ


3.กลไกที่ใช้เป็นการรักษาวินัยการเงิน การคลัง และการงบประมาณ 4.บทบัญญัติสำคัญในหลักนิติธรรม ศาล องค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ 5.บทบัญญัติสำคัญภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง และ 6.หลักเกณฑ์แก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่กำหนดไว้บทสุดท้าย


อย่างไรก็ดี มีข้อยกเว้นในส่วนนี้ คือ หากเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อขยายหรือเพิ่มสิทธิเสรีภาพหรือการมีส่วนร่วมของพลเมืองทางการเมือง หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของศาล หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ สามารถกระทำได้โดยไม่ถือว่าเป็นการแก้ไขในหลักการสำคัญ


ส่งศาลรธน.พิจารณาก่อนทูลเกล้าฯ
สำหรับวิธีการขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ได้ยึดหลักการตามมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 แต่ได้เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ กรณีที่ ส.ส.จะยื่นญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ต้องมีผู้ร่วมเข้าชื่อเสนอญัตติจำนวน 1 ใน 4 ของสภาผู้แทนราษฎร, การออกเสียงลงคะแนนในวาระสามให้ใช้คะแนนเห็นชอบจำนวนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกของสองสภา จากเดิมที่ใช้เกณฑ์มากกว่ากึ่งหนึ่ง


นอกจากนั้นกำหนดให้นำร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาเห็นชอบให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าร่างรัฐธรรมนูญนั้นตราโดยถูกต้องหรือมีข้อความขัดหรือแย้งกับเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในบทสุดท้ายหรือไม่ ก่อนที่จะนำร่างรัฐธรรมนูญทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงประปรมาภิไธย


ทั้งนี้กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วัน สำหรับผลพิจารณาหากพบว่าร่างรัฐธรรมนูญขัดแย้งกับเงื่อนไขให้ถือว่าตกไป แต่หากผ่านการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ให้เข้าสู่กระบวนการทูลเกล้าฯภายใน 20 วันนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย และให้มีผลใช้บังคับนับจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา


ประชามติใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก
ส่วนการแก้ไขหลักการสำคัญที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา และต้องนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมให้ประชาชนลงประชามตินั้น ได้ถือเกณฑ์เสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเป็นสำคัญ ถ้าหากประชาชนไม่เห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้ถือว่าร่างรัฐธรรมนูญนั้นตกไป


โดยเหตุผลสำคัญที่ต้องให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องหลักการสำคัญต้องขอความเห็นชอบจากประชาชนด้วยการทำประชามติก่อน เพราะถือว่าประชาชนเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ และเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง


กำหนด4สัญญารัฐสภาต้องเห็นชอบ
พล.อ.เลิศรัตน์ ยังกล่าวถึงการพิจารณาบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการทำหนังสือสัญญาที่ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาก่อน ซึ่งนำความจากมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาพิจารณา และได้ปรับสาระสำคัญให้มีความชัดเจนตามข้อสรุปจากที่ประชุมของคณะทำงานในประเด็นดังกล่าว


โดยมีประเด็นที่เพิ่มเติมขึ้นใหม่ คือ ประเภทของหนังสือสัญญาที่กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวางหรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ อย่างน้อยต้องประกอบด้วย 1.หนังสือสัญญาเกี่ยวกับการค้าเสรี 2.หนังสือสัญญาเกี่ยวกับเขตศุลกากรร่วม


3.การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และ 4.หนังสือสัญญาที่ทำให้การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือทำให้ประเทศต้องสูญเสียสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมดหรือบางส่วน ส่วนหนังสือสัญญาอื่นๆ ที่เข้าข่ายจะถูกกำหนดไว้ในกฎหมายอีกครั้งหนึ่ง


วางกลไกตรวจสอบ 2 ขั้นตอน
นายจรัส สุวรรณมาลา กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า ขั้นตอนการดำเนินการเพื่อทำหนังสือสัญญากับต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศตามที่กำหนดประเภทไว้แล้ว ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้กำหนดให้ทำ 2 ขั้นตอน คือ 1.หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ข้อมูลและรับฟังความเห็นของประชาชนและชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับการทำหนังสือสัญญาแล้ว ต้องเสนอกรอบเจรจาที่เป็นเนื้อหาสำคัญที่จะนำไปสู่กระบวนการเจรจาให้คณะกรรมาธิการการต่างประเทศของรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบภายใน 30 วัน


และ 2.หลังจาก ครม.นำกรอบเจรจาที่เห็นชอบจาก กมธ.การต่างประเทศของรัฐสภาไปเจรจาแล้ว ก่อนที่จะลงนามหรือดำเนินการต้องเข้ามาขอความเห็นชอบจากรัฐสภา


สำหรับระยะเวลาที่รัฐสภาต้องให้ความเห็นชอบนั้น กมธ.ยกร่างฯได้ตัดประเด็นเรื่องกรอบเวลา 60 วันออก เพราะถือว่าเป็นข้อจำกัดการพิจารณา อีกทั้งในหนังสือสัญญาบางเรื่อง เมื่อผ่านกระบวนการของ กมธ.การต่างประเทศรัฐสภาแล้ว จะทำได้เร็ว