วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอจัดผู้รับเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนปมเงินบริจาคธรรมกาย

ดีเอสไอจัดกลุ่มผู้รับเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแยกสอบ6กลุ่ม คาดสัปดาห์หน้ามีความชัดเจนปมเงินบริจาคธรรมกาย ก่อนเรียก"ธัมมชโย"ญาติธรรม 50 ราย

พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 พร้อมด้วยพ.ต.ท.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ แถลงผลการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ว่าที่ประชุมได้แบ่งการสอบสวนออกเป็น 5 ชุด ประกอบด้วย ชุดติดตามร่องรอยทางการเงินจากสหกรณ์ฯทั้งที่สั่งจ่ายเป็นเช็ค 878 ฉบับและการเบิกเงินสดของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหรกรณ์ฯ ออกจากเคาน์เตอร์สหกรณ์ตั้งแต่ปี 2552-2555 เป็นเงิน 1,900 ล้านบาท 2.ชุดตรวจสอบการทำบัญชีของสหกรณ์ 3.ชุดตรวจสอบข้อกฎหมาย ระเบียบสหกรณ์ เพื่อนำชี้เจตนากระทำผิดของผู้ต้องหา 4.ชุดติดตามทรัพย์สินที่ถูกดึงออกจากระบบสหกรณ์ 5.ชุดเลขานุการอำนวยการสอบสวนคดีและสอบปากคำพยาน

นอกจากนี้ยังได้แบ่งกลุ่มผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับโอนเงินผ่านเช็ค 878 ฉบับออกเป็น 6 กลุ่มคือ 1.กลุ่มวัดพระธรรมกายและกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวัด 2.บริษัท เอส.ดับบลิว.โฮลดิ้งกรุ๊ป (ประเทศไทย)จำกัด และนายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล 3.กลุ่มสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐีที่มีความเชื่อมโยงทางการเงินกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 4.มูลนิธิรัฐประชาที่เกี่ยวข้องกับนายจิรเดช วรเพียรกุล อดีตที่ปรึกษารมว.คลังและนายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ นักธุรกิจ 5.กลุ่มญาติธรรมที่มีเงินจากสหกรณ์ไหลผ่านจำนวน 50 คน และ 6.กลุ่มผู้รับเงินจากสหกรณ์โดยมีมูลหนี้ระหว่างกัน

"ขณะนี้พบว่าสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ กระทำผิดพ.ร.บ.สหกรณ์และข้อบังคับต่างๆ ทำให้การจัดทำบัญชีไม่เป็นไปตามมาตรฐาน นำไปสู่การยักยอกฉ้อโกงเงินเป็นจำนวนมาก ในชั้นสอบสวนจำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์เจตนาในการกระทำผิด" พ.ต.ท.วรณัน กล่าว

ด้านพ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนเงินที่ไหลเข้าไปยังกลุ่มที่เกี่ยวข้องในแต่ละกลุ่ม ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหลักฐานทางการเงินจากสถาบันการเงินเพื่อนำมาตรวจสอบ จากนั้นจึงจะเรียกผู้เกี่ยวข้องที่มีชื่อรับเช็คหรือรับโอนเงินเข้ามาชี้แจง รวมถึงพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายที่ได้รับเช็คสั่งจ่ายเข้าบัญชีส่วนตัวด้วย ในส่วนของวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโย พบว่านายศุภชัยสั่งจ่ายเช็คให้รวม 15 ฉบับวงเงินกว่า 800 ล้านบาท แต่มีการนำเช็คไปขึ้นเงินเพียง 13 ฉบับ เป็นวงเงินกว่า 700 ล้านบาท ส่วนประเด็นที่มีการนำเงินบริจาคไปก่อสร้างศาสนสถานในที่ดินที่เป็นธรณีสงฆ์จริงหรือไม่ จะมีความชัดเจนหลังได้รับเอกสารยืนยันจากธนาคาร

พ.ต.ท.สมบูรณ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่อัยการส่งสำนวนให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติมว่ามีหลายประเด็น ซึ่งในส่วนของนายจิรเดชและนายวัฒน์ชานนท์ ที่ปรากฏชื่อเป็นผู้รับเงินค่านายหน้าในการหาสมาชิกมาฝากเงินกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเป็นเงินกว่า 2,500 ล้านบาทนั้น พนักงานสอบสวนชุดแรกทำความเห็นสั่งไม่ฟ้อง แต่พนักงานสอบสวนชุดใหม่ตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมด เนื่องจากอัยการสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมถึงรายละเอียดของการสั่งจ่ายเช็คเป็นรายฉบับรวม 878 ฉบับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงท้ายของการแถลงข่าวตัวแทนสหกรณ์ได้สอบถามประเด็นที่มีข่าวลือ ว่ากลุ่มที่เป็นตัวแทนร่วมลงชื่อขอให้มีการสอบสวนจะได้รับสิทธิในการเยียวยาความเสียหายเป็นกลุ่มแรก พ.ต.ท.วรณัน ชี้แจงว่า ดีเอสไอรับผิดชอบเฉพาะการสอบสวนคดี ส่วนการเฉลี่ยทรัพย์คืนให้เจ้าหนี้จะเป็นไปตามระเบียบสหกรณ์ ดังนั้น การที่บุคคลใดจะได้เงินก่อนขึ้นอยู่กับการบริหารของสหกรณ์