วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธรรมศาสตร์ค้านคำสั่ง'สมคิด'ไล่'สมศักดิ์'

ประชาคมธรรมศาสตร์จุดเทียนคัดค้านคำสั่งอธิการมธ.ไล่"สมศักดิ์ เจียมฯ"ออกจากราชการ ขณะเดียวกันนักศึกษาอ่านแถลงปกป้องสิทธิและเสรีภาพทางวิชาการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาคมธรรมสตร์ จุดเทียนคัดค้าน คำสั่ง ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมสตร์ กรณีการไล่ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ออกจากราชการ

โดยประกาศยืนยันเข้าชื่อยื่นต่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อคัดค้านคำสั่งไล่ออก ที่ลาน อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นศ.อ่านแถลงปกป้องสิทธิและเสรีภาพทรัพยากรบุคคลทางวิชาการ

วันเดียวกัน(26ก.พ.) เมื่อเวลา 17.45น. ที่ลานปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ น.ส.ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายชานันท์ ยอดหงษ์ อายุ 30 ปี นักศึกษาระดับปริญญาเอก คณะศิลปศาสตร์ เป็นตัวแทนร่วมกันอ่านแถลงการณ์ปกป้องสิทธิและเสรีภาพ ของทรัพยากรบุคคลทางวิชาการและการวิจัยในสถาบันการศึกษาชั้นสูง จากกรณีผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีคำสั่งไล่ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ออกจากราชการ โดยมีนักศึกษาและศิษย์เก่าจำนวนหนึ่ง เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย

โดยทั้ง 2 คนได้อ่านแถลงการณ์ที่มีข้อเรียกร้อง 3 ข้อคือ 1.เรียกร้องทางมหาวิทยาลัย ให้มีการปกป้องคุมครองความปลอดภัย ชีวิต จิตใจ ของบุคลากร โดยไม่ให้อำนาจทางการเมืองมาแทรกแซง 2.ขอให้ประกันสิทธิแก่บุคลากร ในการได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์ในการลากิจ ลาเพิ่มพูนความรู้ ลาออก และการลี้ภัยฉุกเฉินโดยไม่ต้องมีการร้องขอ และ 3.เรียกร้องต่อผู้บริหารว่า หากไม่สามารถดำเนินการใดๆตามที่ระบุไว้ได้อันเนื่องมาแต่การแทรกแซงและแรงกดดันหรือคำสั่งจากอำนาจทางการเมืองภายนอกมหาวิทยาลัย ผู้บริหารต้องชี้แจงแก่สาธารณชน และแสดงสำนึกด้วยการลาออก

จากนั้น นายชนวีร์ มาเขียว อายุ 20 ปี เป็นตัวแทนกลุ่มในการจัดแคมเปญ "ใครๆก็เป็นสมศักดิ์ เจียมฯ ได้"โดยการนำแป้งมาโรยที่ศีรษะ เพื่อให้เส้นผมมีสีขาวเหมือนกับผมหงอก เช่นเดียวกับ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ

สำหรับแถลงการณ์ปกป้องสิทธิและเสรีภาพ ของทรัพยากรบุคคลทางวิชาการและการวิจัยในสถาบันการศึกษาชั้นสูง มีดังนี้คือ อนุสนธิจากกรณีผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีคำสั่งไล่ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ออกจากราชการ โดยที่ดร.สมศักดิ์ ถูกวิกฤติการณ์ทางการเมืองคุกคามถึงชีวิต จนต้องลี้ภัยไปอยู่ในต่างประเทศ และได้ยื่นเรื่องขอลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการไว้ก่อน แต่เมื่อถูกถ่วงเรื่องไว้จึงได้แสดงความจำนงขอลาออกจากราชการ ดังความปรากฏในสื่อสาธารณะแล้วนั้น พวกเราเห็นว่า ดร.สมศักดิ์ ควรมีสิทธิอุทธรณ์และสิทธิอื่นๆ เช่น การลาเพิ่มพูนความรู้ การลากิจ กระทั่งการลาออก รวมไปถึงการต่อสู้คดีความในศาลยุติธรรมที่ไม่ใช่ศาลทหาร 

และขอเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยยุติการนำข้ออ้างเรื่องวินัยบุคลากร มาใช้เพื่อรวบรัดตัดตอนและลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายของบุคลากรทางวิชาการ แม้พวกเรามิได้เห็นว่านักวิชาการควรมีสิทธิพิเศษเหนือประชาชนทั่วไป แต่ในภาวะที่บ้านเมืองยังไม่เป็นประชาธิปไตยเช่นนี้ การแสดงความเห็นวิชาการยิ่งต้องได้รับการคุ้มครอง เพื่อให้การแสดงความเห็นในประเด็นสำคัญของสังคมสามารถกระทำได้ และถูกตรวจสอบจากสาธารณชน มากกว่าจะโถมทับความเห็นที่แตกต่างด้วยการไล่ออกจากราชการโดยใช้อำนาจแบบเผด็จการ ซึ่งน่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ละทิ้งโอกาสที่จะแสดงความกล้าหาญทางจริยธรรมในการปกป้องหลักเสรีภาพและความเป็นอิสระทางวิชาการของสถาบันการศึกษาชั้นสูงแต่กลับส่อแสดงความหวาดกลัวต่ออำนาจเผด็จการที่แทรกแซงเข้ามาในมหาวิทยาลัยจนละเลยที่จะปกป้องบุคลากรของตนซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งในระดับชาติและนานาชาติต่อความน่าเชื่อถือด้านเสรีภาพและความเป็นอิสระทางวิชาการของมหาวิทยาลัยไทย

ดังนั้น พวกเราผู้มีรายชื่อแนบท้ายแถลงการณ์นี้ขอเรียกร้องให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยทุกแห่งได้แสดงความกล้าหาญทางวิชาการและจริยธรรมอย่างเปิดเผยดังนี้

1.ในยามที่ประเทศชาติกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองขั้นวิกฤติอันมีสาเหตุมาจากอคติของความแตกต่างทางเชื้อชาติศาสนาภาษาความเชื่อหรืออุดมการณ์ทางการเมืองมหาวิทยาลัยต้องแสดงบทบาทสูงสุดในการรับรองสิทธิและเสรีภาพของทรัพยากรบุคคลทางวิชาการและการวิจัยซึ่งได้แสดงความเห็นทางวิชาการโดยอิสระและสุจริตแต่กลายผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์ฯดังกล่าวมหาวิทยาลัยจึงต้องปกป้องคุ้มครองความมั่นคงและความปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจของบุคคลากรผู้นั้นอย่างเต็มกำลังความสามารถโดยปราศจากการแทรกแซงของอำนาจทางการเมือง

2.ผู้บริหารมหาวิทยาลัยต้องสร้างความมั่นคงทางวิชาชีพให้แก่บุคลากรผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์ฯดังกล่าวด้วยการรับประกันสิทธิในการลากิจการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการการลาออกและสิทธิในการขอลี้ภัยฉุกเฉินโดยไม่ต้องมีการร้องขอทั้งนี้โดยหลักการสากลแล้วการขอใช้สิทธิดังกล่าวย่อมไม่มีผลเป็นโทษในทางวินัย

3.หากมหาวิทยาลัยไม่สามารถดำเนินการใดๆตามที่ระบุไว้ได้อันเนื่องมาแต่การแทรกแซงและแรงกดดันหรือคำสั่งจากอำนาจทางการเมืองภายนอกมหาวิทยาลัยแล้วผู้บริหารมหาวิทยาลัยต้องชี้แจงแก่สาธารณชน และแสดงสำนึกของความเป็นนักวิชาการและจริยธรรมทางวิชาการด้วยการลาออก

พวกเราเชื่อมั่นว่า การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและความเป็นอิสระทางวิชาการนั้น จะช่วยให้สังคมได้เข้าใจมิติของวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน สามารถคลี่คลายไปได้ตามหลักวิชาการ อีกทั้งยังเป็นหลักประกันความก้าวหน้าขององค์ความรู้ในศาสตร์ต่างๆ เพื่อความเจริญงอกงามของประชาชนและประเทศชาติสืบไป

แถลง วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558