วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แพ้ซักฟอกต้องยุบสภา! นายกฯรับเบื่อตัวเองพูดซ้ำไปซ้ำมา

กมธ.ยกร่างรธน.กำหนดให้นายกฯแพ้ซักฟอกต้องยุบสภา พร้อมเพิ่มอำนาจกกต.กำหนด-เลื่อนเลือกตั้งหวั่นซ้ำรอยปัญหาเดิม

ขณะที่ส.ส.ต้องชนะโหวตโน เคาะ ส.ว.ไม่เกิน 200 คน อยู่ 6 ปีวาระเดียว ตัดโควตา "สื่อ" ร่วมมีอำนาจสอบประวัติครม.ก่อนทูลเกล้าฯ "ประยุทธ์"รับเบื่อตัวเองพูดซ้ำไปซ้ำมา แต่หวังเพื่อแก้ปัญหาประเทศ


นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงความคืบหน้าการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญรายมาตรา ว่า กมธ.ยกร่างฯ ได้พิจารณาส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎรเสร็จสิ้นแล้ว โดยมาตรา 110-111 คงหลักการตามรัฐธรรมนูญฉบับเดิม มีเพียงปรับเปลี่ยนเล็กน้อย คือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่นอกเขตเลือกตั้งหรือนอกราชอาณาจักร จะมีสิทธิก็ต่อเมื่อลงทะเบียนแสดงความจำนงว่า จะออกเสียงเลือกตั้ง และกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเพิ่มเติม คือ ต้องแสดงสำเนาแบบรายการภาษีเงินได้ย้อนหลัง 3 ปี ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เว้นแต่เป็นผู้ไม่มีรายได้ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชนว่ามีการจ่ายภาษี
สำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ จะได้รับเลือกเป็น ส.ส. ต่อเมื่อได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่น้อยกว่าเสียงโหวตโน นอกจากนี้กำหนดการสิ้นสมาชิกภาพ ส.ส. หากนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีถูกลงมติไม่ไว้วางใจแล้ว สภาผู้แทนฯ จะถูกยุบตามไปด้วย ทั้งนี้เพื่อปกป้องฝ่ายบริหาร ที่คาดว่าจะเป็นรัฐบาลผสม โดยหวังจะให้ ส.ส.ตรวจสอบนายกฯ และฝ่ายบริหารด้วยการถอดถอนในแนวทางอื่นแทน


เคาะส.ว.ไม่เกิน200คนอยู่6ปีวาระเดียว
ด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงถึงที่มาสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ว่า กำหนดให้ส.ว.มีไม่เกิน 200 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยทางอ้อมจากบุคคล ดังนี้ 1.ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และประธานศาลฎีกา เลือกกันเองให้ได้ไม่เกิน 10 คน 2.ผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการฝ่ายพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าซึ่งเป็นตำแหน่งบริหาร ข้าราชการฝ่ายทหารซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ พนักงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าองค์กรดังกล่าว เลือกกันเองประเภทละไม่เกิน 10 คน แต่ต้องไม่เป็นผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น


3.ผู้แทนองค์กรวิชาชีพหรืออาชีพที่มีกฎหมายจัดตั้ง ซึ่งเลือกกันเองตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.ไม่เกิน 10 คน 4.ผู้ซึ่งมาจากการเลือกกันเองขององค์กรด้านเกษตรกรรม แรงงาน วิชาการ ชุมชน ท้องถิ่น ไม่เกิน 50 คน และ 5.ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเมือง ความมั่นคง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น การศึกษา การเศรษฐกิจ สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ผังเมือง ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคม ชาติพันธุ์ ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม คุ้มครองผู้บริโภค เด็ก เยาวชน สตรี ผู้พิการ ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ไม่เกิน 100 คน โดยส.ว.มีกำหนดคราวละ 6 ปี และจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันสองวาระ มิได้


ตัดโควตา"สื่อ"ร่วมสอบประวัติครม.
ด้านนายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานกมธ.ยกร่างฯคนที่ 2 กล่าวว่า ในตอนแรกมีการบัญญัติคำว่า ด้านสื่อมวลชน ไว้ในข้อ 4 แต่ตนได้เสนอให้ตัดออกไป เพราะต้องการให้อาชีพสื่อมวลชนปลอดจากการเมือง ตามหลักการสื่อฯต้องวางตนเป็นกลางทำหน้าที่วิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นต่างๆ อย่างตรงไปตรงมาไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากเข้าไปเป็นส.ว.เกรงว่าจะไม่มีอิสระในการแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยกับนายจักกฤษ พูนเพิ่ม ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และนายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นายกสมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยแล้วและทั้งสองคนก็เห็นด้วย


พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้กำหนดว่าผู้ที่เคยเป็นส.ว.พ้นตำแหน่งมาไม่เกิน 2 ปีจะเป็นรัฐมนตรี ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในองค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐไม่ได้ ส่วนในมาตรา 132 กำหนดว่าเมื่อมีนายกรัฐมนตรีจะนำความกราบบังคมทูลให้ทรงแต่งตั้งรัฐมนตรีทั้งคณะหรือเป็นรายบุคคล วุฒิสภาจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อก่อน แล้วรายงานต่อวุฒิสภาเพื่อแจ้งให้นายกฯทราบ แต่จะมีมติเห็นชอบหรือไม่ มิได้


แจงเหตุให้ส.ว.มีวาระ6ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมกมธ. มีการอภิปรายกันในเรื่องวาระของวุฒิสภา เดิมมีวาระ 3 ปี แต่ในรัฐธรรมนูญใหม่ มีวาระ 6 ปี โดยมีกมธ.บางส่วน ได้อภิปรายไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า อายุยาวนานเกินไป ซึ่งฝ่ายเลขานุการ ได้ชี้แจง ว่า ที่ต้องเปลี่ยนเป็นวาระ 6 ปีนั้น เพราะหากส.ว. อายุ 3 ปี จะสั้นกว่าอายุส.ส. ซึ่งที่ผ่านมาส.ส.ก็อยู่ไม่ครบวาระ 4 ปี และหากเกิดการหมดอายุพร้อมกันกับส.ส. จะยุ่งวุ่นวายมาก ถึงแม้จะให้ส.ว.ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ แต่จะเป็นปัญหาได้ เพราะในภาวะที่ไม่แน่นอนและหากอายุ 3 ปี บุคคลในข้อ 1 จะถอยกันหมด


พท.ชี้ระบบเลือกตั้งใหม่รัฐบาลอ่อนแอ
นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงข้อเสนอเรื่องระบบการเลือกตั้งของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญว่า วิธีการที่คิดขึ้นมาก็เพื่อให้ทุกคะแนนเสียงของประชาชนไม่เสียเปล่า รวมทั้งทำให้ไม่มีพรรคการเมืองใดมีจำนวนที่นั่งส.ส.ในสภาฯ มากจนเกินไป แต่จะมีปัญหาตามมาคือ จะมีพรรคการเมืองขนาดเล็กเป็นจำนวนมาก เพราะหากพรรคใดได้คะแนนเสียงแบบบัญชีรายชื่อ 1% ก็จะมีส.ส.ประมาณ 4 คน ส่วนฝ่ายบริหารก็จะถูกต่อรองจากพรรคการเมืองต่างๆ ตลอดเวลา รวมทั้งจะมีปัญหาเรื่องการย้ายขั้วของพรรคการเมืองตามมาอีก ทำให้รัฐบาลอาจจะถึงขั้นล้มลุกคลุกคลาน ทำให้การบริหารไม่มีเสถียรภาพ นายกฯ เองก็จะขาดภาวะการเป็นผู้นำ จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพราะเป็นห่วงสถานะของรัฐบาล


"ประยุทธ์"รับเบื่อตัวเองพูดซ้ำไปซ้ำมา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานเปิดงานการจัดกิจกรรมรณรงค์ การปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับงาช้าง ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ว่า เราต้องทำงานช้างให้เป็นงานเล็กให้ได้ เพื่อจะได้ทำงานหลายๆ อย่าง เพราะวันนี้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาในประเทศในหลายเรื่อง เหมือนเมื่อเข้ามาเจอช้างตัวเล็กแต่ปัจจุบันเจอช้างหลายตัว เหมือนเจอช้างมากขึ้น ทั้งนี้ในฐานะนายกฯ ก็ตั้งใจแก้ไขปัญหาในทุกเรื่อง และทำให้ต้องพูดซ้ำทุกวัน หลายคนบอกว่าเบื่อ แต่ตนเบื่อตัวเองมากกว่า แต่ขอให้เข้าใจว่าได้เข้ามาดูแลประเทศด้วยความจำเป็น โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความยากจน เราจะให้ประเทศกลับไปที่เก่าไม่ได้แล้ว เพราะต้องเดินหน้าประเทศ


"วันนี้ผมดูทีวีของรัฐ เถียงกันเรื่องที่มา ส.ว. ฟังแล้วปวดหัว เรื่องไม่ควรเป็นเรื่องกลับมาทะเลาะกัน วันนี้เราพยายามลดปัญหาเรื่องคนและเรื่องช้าง แต่กลับมีเรื่องพระเข้ามาอีก อยากให้นึกเสมอว่าทุกคนเป็นคนไทย ผิดถูกอย่างไรก็เป็นคนไทย ผมจะไม่ยอมให้ใครทำผิดกฎหมายและทำให้ประเทศชาติเดือดร้อนอีก เพราะไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่คนไทยอยู่ร่วมกัน จึงขอร้องว่าอย่าทะเลาะกัน อย่างที่เรามีการประกาศใช้กฎอัยการศึก ก็ไม่เห็นว่ามีใครเดือดร้อน นักท่องเที่ยวต่างชาติยังอยากเข้ามาท่องเที่ยวในไทย และมีจำนวนเพิ่มขึ้น สงสัยว่าคงอยากทดลองว่าการท่องเที่ยวในกฎอัยการศึกเป็นอย่างไร”


38อดีตส.ว.ปัดทุกข้อหาแก้ที่มาส.ว.มิชอบ
ที่รัฐสภา ในประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.เป็นประธาน ได้พิจารณาดำเนินการกระบวนการถอดถอนสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 38 คน ออกจากตำแหน่ง กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ ซึ่งเป็นขั้นตอนการแถลงเปิดสำนวนของป.ป.ช. และการแถลงโต้แย้งการเปิดสำนวนของผู้ถูกกล่าวหา


นายกฤช อาทิตย์แก้ว อดีตส.ว.กำแพงเพชร หนึ่งในตัวแทน 38 อดีต ส.ว. แถลงปฏิเสธข้อกล่าวหาของป.ป.ช.ทั้งหมด ทั้งในข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ซึ่งจากการตรวจสอบคำร้องที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เข้าชื่อยื่นต่อกรรมการป.ป.ช. เพื่อขอให้ถอดถอนพวกตนออกจากตำแหน่งนั้น ไม่เป็นไปตามมาตรา 61 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และข้อบังคับการประชุม สนช. พ.ศ.2557 ข้อที่ 164 เพราะในคำร้อง มีแค่ลายเซ็นและหมายเลขสมาชิก ส.ส.เท่านั้น ทั้งที่ตามกฎหมายและข้อบังคับดังกล่าว ระบุว่า จะต้องมีรายละเอียดมากกว่านี้ โดยเฉพาะจะต้องมีที่อยู่ผู้ลงชื่อด้วย อีกทั้งตัวอักษรในคำร้องกับตัวอักษรในลายมือชื่อไม่ใช่ตัวพิมพ์ชนิดเดียวกัน


ภายหลังการแถลงเปิดคดีเสร็จ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธาน ได้แจ้งถึงการตั้งกรรมาธิการซักถาม จำนวน 7 คน พร้อมทั้งกำหนดวันซักถามในวันที่ 5 มี.ค.


"อภิสิทธิ์"พร้อมพิสูจน์ตัวปมสลายม็อบปี53
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีมติจะแจ้งข้อกล่าวหากรณีสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ว่า ตนพร้อมที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และยืนยัน ได้ว่า มีการปรับหลักการทำงาน เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสีย แต่กรณีที่มีผู้ใช้อาวุธไม่ใช่เรื่องง่าย ขณะที่รัฐบาลมีหน้าที่คืนความสงบให้กับสังคม ซึ่งในเรื่องนี้คนที่ทำงานร่วมกันรู้ดี เช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรมว. กลาโหม, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตรองผบ.ทบ. ในขณะนั้น เพราะร่วมประชุม และรู้ดีถึงการทำงานในขณะนั้น หาก ป.ป.ช.ได้ข้อมูลจากบุคคลเหล่านี้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา แต่ตนไม่แน่ใจว่า บุคคลทั้งหมดพร้อมที่จะเป็นพยานให้หรือไม่


อดีตนายกฯ กล่าวว่า กระบวนการตรวจสอบของป.ป.ช. เป็นเรื่องที่ตนพร้อมให้ความร่วมมือ ที่จะไปชี้แจง เพื่อแก้ข้อกล่าวหาต่อป.ป.ช. เพราะป.ป.ช.กล่าวหาว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งก็ต้องตั้งคำถามเหมือนกันว่าในสถานการณ์ ที่มีการก่อการร้ายมีการใช้อาวุธ ถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลย จะเป็นการทำผิดกฎหมายฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่


"วรชัย"ชี้ปปช.แค่สร้างภาพมีมาตรฐานเดียว
นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหานายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกฯ กรณีสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ว่า เมื่อศาลอาญายกฟ้องทั้ง 2 คนไปก่อนหน้านี้แล้ว เข้าใจว่าป.ป.ช.รู้อยู่แล้วว่าต่อให้แจ้งข้อกล่าวหาบุคคลทั้ง 2 และส่งเรื่องไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาถอดถอน ทางสนช.ก็จะมีมติไม่ถอดถอนโดยอ้างว่าศาลอาญายกฟ้องไปแล้ว


ดังนั้น จึงน่าจะเป็นเพียงความพยายามของป.ป.ช.ที่จะสร้างภาพว่าตัวเองมีมาตรฐานเดียว ทั้งนี้ ตนมองว่าเป็นเพียงแค่การฟ้องแก้เกี้ยวเท่านั้น เพราะท้ายที่สุดแล้วสนช.ก็จะบอกว่าถอดถอนไม่ได้เพราะศาลอาญายกฟ้องไปแล้ว