ร่างรธน.ใหม่กำหนดเงื่อนไขคนได้เป็นส.ส.ต้องชนะโหวตโน เขียนชัดให้กกต.กำหนดวันเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งที่ลงคะแนนไม่ได้
ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ วาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เป็นวันที่ยี่สิบสาม ได้พิจารณาในประเด็นของสภาผู้แทนราษฎร ต่อเนื่อง โดยรายละเอียด ฝ่ายอนุ กมธ.พิจารณายกร่างบทบัญญัติเป็นรายมาตรา ได้นำความจากมาตราที่เกี่ยวข้องในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาพิจารณา ซึ่งมีรายละเอียดสำคัญ คือมาตรา 115 ว่าด้วยกรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. จะได้ ส.ส. ต้องได้รับเสียงเลือกตั้งที่มากกว่าคะแนนไม่ประสงค์จะลงคะแนน หรือ โหวตโน
มาตรา 119 ว่าด้วยการกำหนดวันเลือกตั้งเมื่ออายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ภายใน 45 วัน และวันเลือกตั้งต้องเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ซึ่งนำความจากมาตรา 107 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาพิจารณาและเพิ่มเติมประเด็นในกรณีที่การเลือกตั้งไม่สามารถทำได้ในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้งในหน่วยที่ไม่สามารถลงคะแนนเลือกตั้งในวันเดียวกันได้ โดยมีเหตุผลคือเป็นการแก้ไขกรณีที่เคยเกิดขึ้นช่วงการเลือกตั้งทั่วไป 2 ก.พ.57 ที่มีการชุมนุมปิดล้อมสถานที่ที่ใช้สมัครรับเลือกตั้ง จนทำให้การลงคะแนนบางหน่วยเลือกตั้งไม่สามารถดำเนินการ และเมื่อมีการจัดให้มีการลงคะแนนภายหลัง ถูกศาลตีความว่าไม่สามารถทำได้เพราะจะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ทั้งนี้บทบัญญัติที่เสนอเพิ่มเติมจะกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และได้มาซึ่ง ส.ว.แล้ว แต่เหตุผลที่นำมาบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความชัดเจน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเสนอให้การเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร นั้นอาจมีผลกระทบต่อการนับคะแนนเลือกตั้ง การเปิดเผยคะแนน และการคำนวณคะแนนนิยมของประชาชนเพื่อกำหนดส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมได้ ทำให้ฝ่ายอนุ กมธ.พิจารณายกร่างบทบัญญัติฯ ได้ปรับถ้อยคำเพิ่มเติม ให้การนับคะแนน และการเปิดเผยผลคะแนนจะทำได้เมื่อได้มีการลงคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งแล้ว อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้ท้วงติงว่าหากชะลอการนับหรือเปิดเผยคะแนนเลือกตั้ง เพราะบางหน่วยไม่สามารถลงคะแนนเป็นวันเดียวกันได้ ถือว่าไม่เหมาะสมเพราะจะส่งผลกระทบต่อคะแนนรวมของทั้งประเทศ ดังนั้นควรกำหนดให้การชะลอการนับหรือเปิดเผยคะแนนเป็นเฉพาะเขตเลือกตั้งแทน แต่ฝ่ายอนุ กมธ.ฯ ชี้แจงว่าข้อกังวลดังกล่าวไม่เป็นปัญหาเพราะกระบวนการเลือกตั้งที่กำหนดขึ้นใหม่ที่แยกระหว่างการจัดการเลือกตั้ง โดยหน่วยงานราชการ และการประกาศผลเลือกตั้งและการตรวจสอบซึ่งเป็นหน้าที่ ของกกต.จะมีกลไกในการทำงานที่ไม่เกิดประเด็นตามที่กังวล
ขณะที่มาตรา 121 ว่าด้วยกระบวนการเลือกตั้งหรือเลื่อนลำดับส.ส.บัญชีรายชื่อแทนตำแหน่งส.ส.ที่ว่างลง ซึ่งนำความจากมาตรา 109 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาพิจารณาและเพิ่มรายละเอียดประเด็นเหตุที่ทำให้ ส.ส.ต้องพ้นจากตำแหน่ง คือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ นอกจากนั้นได้แก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ในกรณีการเลื่อนลำดับส.ส.บัญชีรายชื่อกลุ่มภาค ตามรูปแบบ open list ที่ต้องยึดการจัดลำดับของประชาชนก่อนการจัดลำดับโดยพรรคการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ผ่านการพิจาณาส่วนที่ 2 ว่าด้วยสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่มาตรา 103 – 122 แล้วเสร็จแล้ว และได้เข้าสู่ส่วนที่ 3 วุฒิสภา ตั้งแต่มาตรา 123 – 132 ต่อไป





