พลังงานเริ่มเจรจากระทรวงมหาดไทย ขอโอนพีอีเอ-กฟน. เข้ามาอยู่ในกำกับดูแลภายในรัฐบาลชุดนี้ ชี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเรื่องความมั่นคงด้านไฟฟ้า
แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เริ่มหารืออย่างไม่เป็นทางการกับพล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว ที่จะให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อโอนรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้า 2 แห่ง คือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(พีอีเอ) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เข้ามาอยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงพลังงาน เพื่อให้การบริหารงานด้านพลังงานไฟฟ้าเป็นระบบเดียวกัน
ทั้งในส่วนของระบบผลิต และระบบจำหน่าย มีความมั่นคงและประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยสามารถที่จะมอบนโยบายด้านไฟฟ้าให้หน่วยงานปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกันได้ โดยเฉพาะนโยบายการมีไฟฟ้าใช้ทุกครัวเรือนหรือมาตรการการประหยัดพลังงานตามแผนแม่บท 20 ปี
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นระบบผลิต อยู่ในกำกับดูแล ทำให้ไม่สามารถที่จะมอบนโยบายที่ครอบคลุมไปถึงการไฟฟ้าระบบจำหน่ายที่ใกล้ชิดกับผู้ใช้ไฟฟ้าได้ โดยในหลักการหากทั้งสองกระทรวงสามารถที่จะตกลงกันได้ ก็จะนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และครม.ต่อไป เพื่อนำไปสู่การแก้ไขกฎหมาย ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงเฉพาะหน่วยงานที่กำกับดูแลจากกระทรวงมหาดไทยมาเป็นกระทรวงพลังงานเท่านั้น
ที่ผ่านมาแนวคิดเรื่องการโอนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง มาอยู่ในกระทรวงพลังงาน มีมาตั้งแต่การตั้งกระทรวงพลังงานแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ฝ่ายมหาดไทยยังต้องการใช้ทั้งสองหน่วยงานการไฟฟ้า เป็นกลไกสำหรับผู้ว่าราชการจังหวัดใช้ในการปกครอง ที่สำคัญทั้ง 2 การไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับแผนการลงทุนจำนวนมาก ทำให้นักการเมืองที่มากำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยต้องการเก็บไว้
อย่างไรก็ตามการดำเนินนโยบายด้านพลังงานไฟฟ้าช่วงที่ผ่านมามีปัญหามาก โดยเฉพาะเรื่องการส่งเสริมผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งในส่วนของโซลาร์ฟาร์ม ,โซลาร์ชุมชน และโซลาร์รูฟท๊อป ที่การไฟฟ้าบางแห่งมีการคัดเลือกผู้ผลิตไฟฟ้าอย่างไม่เป็นธรรม โดยให้พวกพ้องได้รับสิทธิ์ผลิตไฟฟ้าเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงรับซื้อไฟฟ้าโดยไม่คำนึงถึงนโยบายของกระทรวงพลังงานที่จำกัดปริมาณการรับซื้อไว้ ทำให้ปริมาณไฟฟ้าที่รับซื้อเกินกว่าที่กำหนด และเป็นภาระของภาครัฐทั้งเรื่องค่าไฟฟ้าและสายไฟฟ้ารองรับ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของนโยบายระบบสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือ Smart Grid ที่มีการดำเนินการโดยไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงพลังงาน รวมทั้งนโยบายการมีไฟฟ้าใช้ทุกครัวเรือนพบว่ามีการใช้งบประมาณสำหรับนโยบายดังกล่าวสูงเกินจริงไปมาก แต่ปัจจุบันยังมีครัวเรือนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ประมาณ 1 แสนครัวเรือน ซึ่งกระทรวงพลังงานมองว่าหากโอนสองการไฟฟ้าเข้ามา จะทำให้การดำเนินนโยบายดังกล่าวมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า หากสามารถที่จะโอนหน่วยงานการไฟฟ้าทั้งรับผลิตและระบบจำหน่ายมาอยู่ในหน่วยงานเดียวกันภายในรัฐบาลชุดนี้ กระทรวงพลังงานมีแนวคิดที่จะให้การไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง คือ กฟผ. กฟน. พีอีเอ ออกมาตรเชิงบังคับเพื่อการลดใช้ไฟฟ้า ในกลุ่มลูกค้าของตัวเอง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการลดใช้ไฟฟ้าของประเทศลง โดยจะสร้างแรงจูงใจ และไม่ให้มีผลกระทบกับภาคธุรกิจ และผู้ใช้ไฟฟ้าซึ่งจะช่วยลดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ไปได้อีกมาก





