ศาลฎีกานัดประชุมใหญ่ผู้พิพากษากว่า 170 คน ลงคะแนนลับเลือกผู้พิพากษา 9 คน เป็นองค์คณะพิจารณาคดีอาญา "ยิ่งลักษณ์" ปมจำนำข้าววันนี้
ด้าน"ฉัตรชัย"นัดถกสัปดาห์หน้าฟัน 2 ข้าราชการเอี่ยวจีทูจีข้าว เผยหากป.ป.ช.ชี้มูลทุจริต ต้องให้ออกสถานเดียว แต่ถ้าผิดวินัยร้ายแรง มีโทษปลดออกหรือไล่ออกเท่านั้น
นายธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา กล่าวถึงการนัดประชุมใหญ่ศาลฎีกา เพื่อเลือกผู้พิพากษาระดับศาลฎีกา 9 คน เป็นองค์คณะ รับผิดชอบพิจารณาพิพากษาคดีจำนำข้าว ที่นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด(อสส.) ยื่นฟ้อง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 เป็นจำเลยต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไปเมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ในวันที่ 24 ก.พ.นี้ เวลา 09.30 น. ศาลฎีกาจะจัดประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้งหมด ที่อาคารศาล ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อเลือกผู้พิพากษาองค์คณะ โดยเป็นการประชุมลงมติลับ ไม่อนุญาตผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสื่อมวลชนเข้าไปภายในห้องประชุม แต่อย่างใด
ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นแล้ว นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขานุการแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา จะจัดทำเอกสารรายชื่อขององค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คน ให้สื่อมวลชนต่อไป ส่วนเมื่อได้องค์คณะผู้พิพากษาแล้ว จะนัดประชุมคัดเลือกผู้พิพากษา 1 ใน 9 คน เป็นเจ้าของสำนวนเมื่อใดนั้น เลขานุการฯ จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้พิพากษาศาลฎีกา ที่ปฏิบัติหน้าที่ขณะนี้ มีจำนวนกว่า 170 คน ขณะที่การประชุมใหญ่ศาลฎีกาดังกล่าว จะใช้วิธีลงคะแนนลับ จากนั้นเมื่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกองค์คณะผู้พิพากษาเสร็จสิ้นแล้ว จะปิดประกาศรายชื่อผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะ 9 คน ไว้ที่อาคารศาลฎีกา ถนนแจ้งวัฒนะ เป็นเวลา 5 วัน เพื่อให้คู่ความทราบและมีโอกาสคัดค้านผู้พิพากษาตามขั้นตอน
ขณะที่เมื่อองค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 ได้เลือกผู้พิพากษา 1 คน เป็นเจ้าของสำนวนแล้ว หลังจากนั้นองค์คณะ จะร่วมกันพิจารณาคำฟ้องของอัยการสูงสุด ว่าเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมาย ที่จะประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาพิพากษาได้หรือไม่ ซึ่งหากองค์คณะ มีคำสั่งประทับรับฟ้องแล้ว จะกำหนดวันพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลย โดยศาลจะส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลย พร้อมส่งหมายแจ้งวันนัดให้จำเลยทราบ ซึ่งหากศาลมีคำสั่งรับฟ้องและกำหนดวันพิจารณาคดีครั้งแรกแล้ว นางสาวยิ่งลักษณ์ จะต้องเดินทางมายังศาลฎีกาฯ แสดงตัวต่อศาลเพื่อให้การว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ พร้อมยื่นประกันตัวต่อไป
"ฉัตรชัย"ถกสัปดาห์หน้าฟัน2ขรก.เอี่ยวจีทูจี
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาเอาผิดข้าราชการ 2 คน นายทิฆัมพร นาทรวรทัต รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักค้าข้าวต่างประเทศ ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลกรณีซื้อขายข้าวรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) กับจีนว่า ตนในฐานะประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนกระทรวงพาณิชย์ (อ.ก.พ.) จะนัดประชุมในสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว หลังจากที่ป.ป.ช.มีหนังสือชี้มูลอย่างเป็นทางการมาถึงกระทรวงเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งตามกฎหมาย อ.ก.พ.จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หรือ 21 มี.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม แนวทางการพิจารณาจะเป็นไปตามรายละเอียดการชี้มูลของป.ป.ช.เป็นหลัก คือ ผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งมีบทลงโทษ 2 แนวทาง คือ ปลดออกหรือไล่ออก แต่หากพิจารณาเห็นว่ามีเจตนาทุจริต ก็จะผิดตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2536 ที่ให้ไล่ออก ซึ่งการประชุมของอ.ก.พ.ถือเป็นที่สิ้นสุดและให้มีผลทันที แต่ข้าราชการทั้ง 2 คน สามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน เช่นกัน
ส่วนกรณีที่มีคำสั่งโยกย้ายนายไพโรจน์ กุลละวณิชย์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น เป็นการให้มาช่วยงานราชการในส่วนกลาง โดยให้มาดูแลนโยบายการค้าชายแดน เพราะเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถด้านการค้าชายแดนดี อีกทั้งในส่วนกลางขาดคนที่จะผลักดันในเรื่องนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีตำแหน่งลงให้ จึงต้องคงตำแหน่งพาณิชย์จังหวัดอยู่ แต่ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการลงโทษ แต่ให้มาช่วยกันทำงานเพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่กำลังจะเกิดขึ้นสิ้นปีนี้
ปปช.ชี้มูล"อภิสิทธิ์-สุเทพ"สลายม็อบวันนี้
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช.)กล่าวถึงวาระการประชุมของคณะกรรมการป.ป.ช.ในวันที่ 24 ก.พ. ที่จะมีการพิจารณาสำนวนคำร้องคดีการสลายผู้ชุมนุม เมื่อปี 2553 ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี พระสุเทพ ปภากโร (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ) อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. และ ผอ.ศอฉ. เป็นผู้ถูกร้องว่า องค์คณะไต่สวนที่ประกอบด้วยกรรมการป.ป.ช.ทั้ง 9 รายจะพิจารณารายงานการไต่สวนคดีดังกล่าวว่ามีมูลเพียงพอที่จะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้หรือไม่
ทั้งนี้ กรอบการพิจารณาในคดีนี้ หากองค์คณะไต่สวนพิจารณาแล้วมีมติว่าคดีมีมูล ก็จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกร้องทั้ง 2 ราย แต่ถ้าองค์คณะไต่สวนมีมติว่าคดีไม่มีมูล สำนวนก็จะตกไป อย่างไรก็ตาม ไม่แน่ใจว่าที่ประชุม ป.ป.ช.ในวันที่ 24 ก.พ.จะรวมสำนวนเพื่อพิจารณาทั้งในส่วนถอดถอนและอาญาพร้อมกันหรือไม่ ซึ่งหากองค์คณะฯ พิจารณาแล้วตีตกเพียงสำนวนถอดถอน ก็อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับสำนวนคดีอาญา หากปรากฏว่าผู้ถูกร้องทั้ง 2 รายมีเจตนาที่ระบุชัดว่าจงใจกระทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย
เมื่อถามว่าหากแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว กว่าจะถึงขั้นตอนการชี้มูลความผิดต้องใช้เวลาอีกเพียงใด นายสรรเสริญ กล่าวว่า หลังจากที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ก็ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้อ้างพยานหลักฐานและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาก่อน ทั้งนี้ องค์คณะไต่สวนก็จะได้ดำเนินการไต่สวนต่อในพยานหลักฐานตามที่มีการกล่าวอ้างมา ซึ่งคงต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควรกว่าจะถึงขั้นตอนการลงมติชี้มูลความผิดหรือไม่
จ่อลงมติถอดถอน258อดีตส.ส.แก้ที่มาส.ว.
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช. กล่าวถึงการพิจารณาคดีถอดถอนอดีตส.ส.กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มาส.ว.โดยมิชอบว่า ในวันที่ 24 ก.พ.ที่ประชุมป.ป.ช.จะมีลงมติพิจารณาคดีถอดถอนอดีตส.ส.จำนวน 258 คน และมีอดีตส.ส.ที่ถูกพิจารณาคดีอาญา กรณีเสียบบัตรแทนกันอีก 5 คน รวมเป็น 263 คน ซึ่งการพิจารณาลงมตินั้น ป.ป.ช.จะยึดบรรทัดฐานจากการลงมติคดีถอดถอนอดีตส.ว.ที่ผ่านมา




