"พระพุทธะอิสระ" ลั่นสู้กับธรรมกายจนตายไปข้าง ยื่น7ข้อให้นายกฯตรวจสอบมหาเถร-ธรรมกาย แจ้งตรวจสอบเส้นทางเงินวัด
ที่ห้องประชุมชั้น2 ศูนย์บริการประชาชน ภายในอาคารสำนักงานก.พ. พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ได้เข้ายื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากกรณีที่ที่ประชุมมหาเถรสมาคมมีมติระบุว่าพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ปาราชิก จึงมีข้อร้องเรียนถึงนายกฯ7ข้อ คือ 1.ขอให้ตรวจสอบทรัพย์สินของกรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูป 2.ขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของกรรมการมหาเถรสมาคมและธรรมกาย นายธัมมชโยรวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด อาทิ วัดปากน้ำภาษีเจริญได้รับทองคำ1 ตันเป็นรูปปฏิมาหลวงพ่อสดซึ่งธรรมกายเป็นผู้ถวาย อยากถามว่าถวายก่อนหรือเกิดเป็นคดีความ ถ้าถวายหลังจากเป็นคดีแล้วถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่ามหาเถรสมาคมซึ่งเป็นทั้งองค์กรตุลาการ องค์กรปกครองและองค์กรบริหาร แล้วไปรับเงินรับทองเขามาจะกลายเป็นรับสินบนหรือไม่
3.ขอให้ตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้งบประมาณของมหาเถรสมาคม มหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งของธรรมยุทธ์และมหานิกายทุกแห่งอย่างละเอียด เพราะทราบว่ามีการเหมาเครื่องบินไปดูงานที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา อิตาลี ฝรั่งเศส ถามว่ามีงานอะไรให้ดูที่ประเทศเหล่านี้ 4.ขอให้ตรวจสอบทรัพย์สินของวัดพระธรรมกายทั้งหมด รวมทั้งวัดอ้อน้อยก็ไม่ต้องละเว้น 5.ขอให้มีการตรวจสอบสินทรัพย์ของคนใกล้ชิดเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส และเจ้าคณะปกครองทุกระดับชั้นอย่างละเอียด 6. ขอให้รื้อฟื้นคดีของวัดธรรมกายขึ้นมาพิจารณาใหม่อย่างเป็นธรรมตรงไปตรงมาชัดเจน โดยจะมีการยื่นต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษให้รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ เพราะถือว่าเป็นคดีความมั่นคงแห่งรัฐและพระพุทธศาสนา และ 7.ขอให้สภาปฏิรูปแห่ง
ชาติ(สปช.)เขียนโครงสร้างและคัดสรรองค์คณะบุคคลเข้ามาช่วยมหาเถรสมาคมทำหน้าที่บริหารการปกครองการศึกษาและกระบวนการร่างกฎหมายและการพิจารณาอรรถคดีโดยการสรรหาจากผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน ซึ่งประกอบไปด้วยพระและฆราวาสในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ผู้ที่ทำหน้าที่คัดเลือกก็ขอให้เป็นสปช. หรือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) โดยอาจใช้ชื่อว่า “องค์คณะพิทักษ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา” แล้วบรรจุเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ
หลวงปู่พุทธอิสระ ระบุอีกว่า พระมหาเถรฯแต่ละรูปมีอายุมากแล้วเกรงว่าจะไม่ทันกับเหตุการณ์เมื่อมีการปฏิรูปทั้งทีจึงอยากให้มีการปฏิรูปศาสนาจักรให้เดินคู่กันให้เป็นที่พึ่งพาได้ อีกทั้งขณะนี้มีขบวนการที่จะทำให้พระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชเมื่อปี 2542 เป็นของปลอม ซึ่งอาตมารู้ดีกว่าไม่ใช่เพราะสมเด็จพระสังฆราชฯเสด็จไปวัดอ้อน้อยหลายครั้งและปรารภเรื่องนี้ตลอดในเรื่องของคดีธรรมกายว่าต้องมีการแก้ไขเพราะพระธรรมวินัยจะกลายเป็นสัจจะธรรมปฏิรูป และเป็นอัตตะโนมติ หรือ ใช้มติตัวเองเป็นตัวกำหนดธรรมวินัย โดยไม่ได้ยึดหลักการของธรรมวินัย รวมถึงปรารภถึงเรื่องการใช้จ่ายเงินของมหาวิทยาลัยสงฆ์2แห่ง ว่าไม่เป็นที่น่าเชื่อถือและจะต้องมีการตรวจสอบ แต่สิ่งที่ปรารภไม่มีใครใยดี กระทั่งลงในพระลิขิตก็ไม่มีใครนำไปปฏิบัติ จึงมีความพยายามทำให้พระบัญชาหรือพระลิขิตที่เป็นกฎหมายว่าด้วยกฎมหาเถรสมาคมก็มีการละเลย
“พระพุทธเจ้าออกจากมหาสมบัติมาสู่ความไม่มีสมบัติ แต่นักบวชของพระองค์ในยุคนี้ออกจากความไม่มีสมบัติไปแสวงหาความไม่มีสมบัติเข้ามาแสวงหาทรัพย์สมบัติซึ่งน่าจะขัดหลักการของพระธรรมวินัย หลักอุดมการของพระศาสดา”หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าว
เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ระบุอีกว่า การทำงานนี้ไม่มีความมั่นใจเลยในการทำงานให้ศาสนจักรเพราะไม่รู้จะมีใครกล้ามารับไม้ ดูแล้วคงจะต้องสู้คนเดียว และยอมรับว่าไม่ได้หวังอะไรมากนัก เพราะอย่าหวังว่าพระพุทธอิสระออกมาแล้วจะไปได้สวย แต่ไม่ได้กลัวว่าจะตายหรือจะมีปัญหา เพราะไม่เคยกลัวอยู่แล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าอาตามาหัวเดียวกระเทียมลีบต้องต่อสู้กับคนแสนกว่าคน ที่เริ่มเห็นการต่อต้าน แต่เราก็รู้อยู่แล้วเขาคนเหล่านั้นอยุ่คนละฝั่งกับอาตมาอยู่แล้วตั้งแต่แรก ถ้าพระเปลี่ยนเป็นจีวรเป็นสีแดงได้เขาก็ใส่แล้ว แต่นี่เปลี่ยนไม่ได้เลยไม่ได้ใส่ แต่ถ้าเป็นฆราวาสก็เป็นที่รู้กันว่าธรรมกายสนับสนุนกลุ่มการเมืองอยู่ ก็เป็นธรรมดาที่เขาจะได้รับความเดือดร้อน แต่อาตมาก็จะสู้ให้ถึงที่สุด จนตายกันไปข้างหนึ่ง
หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวอีกว่า กำลังหาวิธีการนอกจากจะทำให้คดีธรรมกายเป็นคดีพิเศษแล้ว ก็จะหาวิถีทางของพระวินัย คือ ทำให้มีเหตุต้องโจทย์อาบัติได้เช่น อาบัติปาราชิกเพราะอวดอุตริมนุษธรรมที่ธัมมชโยกระทำ ก็กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ ก็ขอให้ประชาชนที่มีหลักฐานในการอวดอุตริ เช่น ไปคุยกับสตีฟจ็อบบนสวรรค์ได้ ถ้ามีเทปก็เอามารวบรวมมา ซึ่งขั้นตอนการร้องโจทย์มีความยุ่งยาก ถ้าไม่เช่นนั้นก็ต้องพาพวกไปร้องโจทย์ที่หน้ามหาเถรสมาคมแล้วนำสังฆทานเข่งใหญ่ไปถวายสักสองรอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าพลเอกประยุทธ์จะดำเนินการเรื่องนี้ให้หรือไม่ หลวงปู่พุทธอิสระ ตอบว่า ขึ้นอยู่กับมล.ปนัดดาว่าจะส่งเรื่องนี้ให้นายกฯหรือไม่ เพราะนายกฯก็รอเรื่องนี้อยู่ เพราะเป็นเรื่องที่น่าสนใจของสังคม และนายกฯก็มีใจแรงกล้าที่จะปฏิรูป ทั้งนี้ “ลูกผู้ชายชาติทหารมองตากันไม่น่าจะแปลกอะไร ก็พอจะรู้ใจว่าท่านน่าจะมีใจดี มีปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมืองและศาสนา”
ด้านม.ล.ปนัดดา กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ขั้นตอนต่อไปหลังจากรับหนังสือแล้วก็มีกระบวนการต่อของระบบราชการก็จะนำเสนอถึงนายกรัฐมนตรีไปตามขั้นตอน





