กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญตั้ง15คณะกรรมการปรองดอง แก้ปัญหาความขัดแย้ง-เยียวยา ปัดอำนาจเหนือ 3 เสาหลัก
รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงความคืบหน้าการพิจารณารัฐธรรมนูญรายมาตรา ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาในภาคที่ 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดองหมวด 3 การสร้างความปรองดอง ในมาตราที่ 1 วรรค 1 เพื่อให้มีการสร้างบรรยากาศของความสมานฉันท์ ให้มีคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ ประกอบด้วยกรรมการไม่เกิน 15 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่ฝักใฝ่ทางการเมืองหรือความขัดแย้งและผู้ซึ่งเป็นผู้นำความขัดแย้ง วรรค 2 ที่มาวาระการดำรงตำแหน่งอำนาจหน้าที่และการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ ในมาตราที่ 2 คณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) ศึกษาวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุแห่งความขัดแย้ง ความเสียหายที่เกิดขึ้น และเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)หรือรัฐสภา (2.) เสริมสร้าง ดำเนินการ และประสานงานให้เกิดสภาวะที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์และปรองดองในหมู่ประชาชนทั้งประเทศ ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้และใช้กระบวนการแก้ปัญหาความขัดแย้งร่วมกัน และสร้างเครือข่ายในการสร้างความปรองดองในภาคส่วนต่างๆ
นายคำนูณ กล่าวต่อว่า (3) เป็นคนกลางในการประสานระหว่างผู้นำความขัดแย้งทุกกลุ่ม เพื่อลดหรือยุติความขัดแย้งระหว่างกัน(4) รวบรวมข้อเท็จจริงและทำรายงานเกี่ยวกับความขัดแย้ง การละเมิดกฎหมาย การละเมิดสิทธิมนุษยชน และผู้ที่เกี่ยวข้องที่เป็นผู้กระทำ ทั้งนี้การจะเปิดเผยชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องหรือข้อมูลอื่นใดที่ทำให้ทราบได้ว่า เป็นผู้ใดไม่ได้เว้นแต่จะเปิดเผยตามหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาที่กฎหมายบัญญัติ (5) ให้การเยียวยาความเสียหาย แก่ผู้เสียหายและครอบครัวรวมทั้งฟื้นฟูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบ
(6) เสนอให้มีการตราพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษแก่บุคคลซึ่งให้ความจริงอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่การดำเนินงาน และผู้กระทำซึ่งได้แสดงความสำนึกผิดต่อคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติแล้ว (7) ให้การศึกษาและเรียนรู้แก่สาธารณชนเพื่อให้ตระหนักถึงผลของความรุนแรง ความเกลียดชัง รวมทั้งความจำเป็นและประโยชน์ของการใช้สันติวิธีแก้ปัญหาความรุนแรง ตลอดจนสร้างเครื่องเตือนใจให้สังคมรำลึกถึงผลร้ายและความเสียหายที่เกิดขึ้นเพื่อจะร่วมกันป้องกันมิให้เกิดเหตุดังกล่าวอีก
นายคำนูญ กล่าวอีกว่า (8) ส่งเสริมและเสนอแนะการปฏิรูปเพื่อให้เกิความยุติธรรมในสังคม โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม โดยเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสังคมและเสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อการดังกล่าวต่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยเพื่อเสนอต่อรัฐสภา และ (9) ดำเนินการอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติบัญญัติ นอกจากนี้ ครม. รัฐสภา และหน่วยงานของรัฐต้องให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ รวมทั้งต้องจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอแก่การดำเนินการของคณะกรรมการเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ
เมื่อถามว่า กระบวนการคัดเลือกคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรอดองแห่งชาติ 15 คนจะมีวิธีการอย่างไร นายคำนูณ กล่าวว่า รายละเอียดจะไปกำหนดอยู่ในกฎหมายลูก เบื้องต้นเขียนไว้กว้างๆว่า คณะกรรมการฯมีไม่เกิน 15 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ และต้องไม่เป็นผู้ฝักฝ่ายทางการเมืองหรือความขัดแย้ง และผู้ซึ่งเป็นผู้นำความขัดแย้ง ทั้งนี้ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีใครอยากเข้ามารับ “เผือกร้อน”เพราะมีแต่จะโดนโจมตีจากทุกฝ่าย อีกทั้งจนถึงเวลานี้ก็ไม่มีใครยอมรับว่าตัวเองคือคู่ขัดแย้ง สุดท้ายหากหาไม่ได้ก็อาจต้องถึงขั้นไปขอร้องให้ช่วยมาเป็น ทั้งนี้กมธ.ยกร่างฯก็จำเป็นที่จะต้องบัญญัติเรื่องการปรองดองเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประเทศมีทางเดินต่อไป
เมื่อถามอีกว่า คณะกรรมการฯจะมีอำนาจเหนือฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ หรือไม่ นายคำนูณ กล่าวยืนยันว่า ไม่ใช่ คณะกรรมการฯชุดนี้มีอำนาจเฉพาะ 2 เรื่อง คือ ดำเนินการและพิจารณาส่งเรื่องความปรองดองไปยัง นายกรัฐมนตรี ครม. และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง หรือกรณีการอภัยโทษก็เป็นไปตามขั้นตอน ที่จะต้องดำเนินการออก พ.ร.ก. หรือพ.ร.บ. คณะกรรมการฯชุดนี้ไม่มีอำนาจพิเศษแต่อย่างใด





