“ไพบูลย์” รับข้อเสนอ “หลวงปู่พุทธอิสระ” เร่งจัดการอลัชชี ฟื้นศรัทธาพุทธศาสนา ยันยินดีพิจารณา พร้อมส่งต่อ “ประยุทธ์”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม ( หลวงปู่พุทธะอิสระ ) เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ได้มอบหมายให้นายมหัศจักร ใสดี เป็นตัวแทนเข้ายื่นหนังสือต่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ที่รัฐสภา
ทั้งนี้นายไพบูลย์ กล่าวว่า สาระสำคัญของหนังสือนั้น ได้มีการเสนอให้ปฏิรูปศาสนจักร เพื่อให้เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริงตามหลักธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีเคยดำริที่อยากจะเห็นการปฏิบัติเป็นไปตามหลักธรรมวินัย ส่วนแนวทางที่คณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สอดคล้องกับแนวทางที่หลวงปู่พุทธะอิสระเสนอมา อย่างไรก็ตามตนจะนำส่งข้อเสนอของหลวงปู่พุทธะอิสระ ส่งไปยังนายกรัฐมนตรี และจะดำเนินการตามดำริของพระพุทธอิสระด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสื่อดังกล่าวระบุว่า หลวงปู่มีความห่วงใยถึงปัญหาของศาสนาของพุทธ ในประเทศไทย และต้องการที่จะส่งข้อความในหนังสือต่อไป ยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านทางคณะกรรมการของนายไพบูลย์ สำหรับรายละเอียดในหนังสือของหลวงปู่ ได้ระบุถึงกรณีของมหาเถระสมาคมมีการรวบอำนาจ แต่ไม่ได้ใช้อำนาจเพื่อความสงบเรียบร้องของสังฆมณฑล , กรรมการของมหาเถระสมาคมทำงานไม่ได้ตามที่ควร , พระในมหาเถระสมาคมมีตำแหน่งมากกว่าหนึ่ง ทำให้งานที่ควรบริหารอย่างจริงจังไม่สามารถทำได้ดีพอ ทำให้เกิดปัญหามากมาย อีกทั้งกฎหมายก็ไม่ทันสมัย ไม่สามารถจัดการกับผู้ที่แอบอ้างเป็นพระได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสื่อดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ควรเปลี่ยนแปลงแต่ละมาตรา กำหนดบทลงโทษให้ชัดเจน และหนักหน่วงกับพวกมิจฉาชีพ ที่ทำให้ศาสนาเสียหาย นอกจากนี้กรรมการมหาเถระสมาคนและเจ้าคณะพระสังฆาธิการ ผู้บังคับใช้กฎหมายอ่อนแอเกินไป ขาดความชำนาญในการบังคับใช้กฎหมาย และบางกรณีกลับเป็นผู้กระทำเสียเอง จึงยากที่จะสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องได้ ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาลงทุกวัน อีกทั้งยังมีกรณีร่ำรวยผิดปกติของนักบวช ซึ่งต้องแก้ไขโดยกำหนดให้ตรวจสอบทรัพย์สินชัดเจน โปร่งใส ออกกฎหมายยึดทรัพย์นักบวชและญาติ ที่ร่ำรวยผิดปกติมาเป็นสมบัติของแผ่นดิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสื่อดังกล่าวยังระบุอีกว่า ข้อความในหนังสือยังระบุถึงนักบวชในปัจจุบันว่าไม่มีความละอายต่อหลักพระธรรมวินัย ไม่คำนึงถึงความเสียหายและโทษที่จะได้รับ จึงสมควรที่จะกำหนดบทลงโทษ แก่ผู้ละเมิดพระธรรมวินัยให้หนักหน่วง อีกทั้งยังมีการซื้อขายตำแหน่งดังในวงการนักบวช กับข้าราชการและนักการเมือง จึงอยากให้แก้ไขด้วย และในวรรคท้ายของหนังสือนั้นหลวงปู่ขอให้แก้ปัญหาของศาสนจักร โดยถือว่าทำบุญให้กับแผ่นดิน เพื่อให้พุทธศาสนาเป็นที่พึ่งของประชาชน อย่างแท้จริง





