สศอ.เปิดตัวเลขความต้องการแรงงานในปี 2560 คาดทะลุ 3.26 ล้านคน อุตฯอาหารใช้มากสุด 1.3 ล้านคน ประสานหน่วยงานรัฐวางแผนรับมือ
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยถึงแนวโน้มความต้องการแรงงานในสาขาการผลิตที่สำคัญ พบว่า จากการประเมินความต้องการแรงงานในภาคอุตสาหกรรมในช่วง 3 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2558 - 2560) ความต้องการแรงงานใน 5 สาขาอุตสาหกรรมหลักที่มีการจ้างงานสูง
ในปี 2560 อุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานมากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม มีความต้องการแรงงาน 1,310,000 คน รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม 885,000 คน อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 470,000 คน อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน 430,000 คน และอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ 173,000 คน รวมทั้งสิ้นในอุตสาหกรรมหลักจะต้องการแรงงานกว่า 3.26 ล้านคน และมีอัตราการว่างงานประมาณ 0.6-0.7%
ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าว มาจากการประเมินบนสมมุติฐานที่จีดีพีขยายตัวในระดับ 4% ทุกปี สะท้อนให้เห็นว่าในอนาคตภาคอุตสาหกรรมของไทย ยังคงมีความต้องการแรงงานอย่างมาก ประกอบกับแนวโน้มของโครงสร้างประชากรไทยที่มีอัตราการเกิดต่ำ และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้มีความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องมีมาตรการในการรองรับ
สศอ.จะนำข้อมูลที่ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อวางมาตรการรับมือจัดหาแรงงานให้เพียงพอกับความต้องการ
ระยะสั้น สศอ. มองว่าภาครัฐควรจะฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพทักษะฝีมือแก่แรงงานใหม่ก่อนเข้าทำงาน ส่วนในระยะกลางและระยะยาว ควรเร่งผลักดันเพิ่มความสามารถของแรงงาน สนับสนุนให้มีการลงทุนในเรื่องเครื่องจักร ควรมีการจัดทำยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องภาคอุตสาหกรรม
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หากการผลิตรถยนต์เป็นไปตามแผนที่ในปี 2560 จะผลิตรถยนต์ได้ 3 ล้านคัน ก็จะทำให้ความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นประมาณ 4.3 แสนคน แต่ทั้งนี้หากการลงทุนจากต่างชาติไม่เป็นไปตามแผน เศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจภายในประเทศโตต่ำกว่าที่คาดไว้ ตัวเลขการจ้างงานก็อาจจะต่ำกว่าที่คาด
นายวัลลภ วิตนากร รองประธาน ส.อ.ท. และที่ปรึกษาสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า ตัวเลขที่ สศอ. ประเมินว่าในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจะต้องการแรงงานสูงถึง 8.85 แสนคนในปี 2560 นั้น มองว่าเป็นตัวเลขที่สูงเกินไป ซึ่งจากการประเมินของกลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม คาดว่าในปี 2560 จะขาดแคลนแรงงานไม่เกิน 4 หมื่นคน แบ่งเป็นความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอประมาณ 1 หมื่นคน เพราะว่าได้มีการนำเข้าเครื่องจักรเข้ามาทดแทนแรงงานเพิ่มขึ้น ส่วนอุตสาหกรรมฟอกย้อมไม่สามารถขยายโรงงานได้ เพราะภาครัฐไม่ส่งเสริม
ขณะที่อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มจะจะต้องการแรงงานไม่เกิน 3 หมื่นคน เพราะว่าโรงงานส่วนใหญ่ได้ทยอยออกไปตั้งโรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุดได้มีโรงงานประมาณ 35 โรงงานได้ย้ายฐานเข้าไปผลิตในพม่า กัมพูชา สปป.ลาว เวียดนามและอินโดนีเซีย
ทั้งนี้ หากค่าแรงงานในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 60% ก็มีแนวโน้มที่จะทำให้แรงงานต่างด้าวกลับประเทศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่าภายใน 3-5 ปี จะเริ่มเห็นแรงงานพม่าย้ายกลับประเทศ ซึ่งหากไทยไม่เตรียมการรับมือ ก็จะส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตอย่างรุนแรง
นายไพบูลย์ พลสุวรรณา นายกกิตติคุณสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ในอุตสาหกรรมอาหารมีการขาดแคลนแรงงานมาโดยตลอด เพราะนำเครื่องจักรเข้ามาทดแทนแรงงานได้ยาก จึงมองว่าน่าจะมีความต้องการแรงงานใกล้เคียงกับที่ สศอ. ประเมินไว้ที่ 1.31 ล้านคน เนื่องจากมองว่าอัตราการบริโภคภายในประเทศจะเพิ่มขึ้น ซึ่งมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีจำนวนสูงถึง 24 ล้านคน และรูปแบบการบริโภคของคนไทยได้เปลี่ยนไปหันมาบริโภคอาหารแปรรูปเพิ่มมากขึ้น
นายกฤษดา ทรัพย์ทวยชน เลขาธิการกลุ่ม อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม ส.อ.ท.กล่าวว่า ปี 2560 จะมีจำนวนความต้องการ 4.7 แสนคน โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษาฝีมือ ทางกลุ่มฯจึงได้จัดทำโครงการสหกิจศึกษากับสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อผลิตบุคลากรในระดับ ปวช. และ ปวส. เข้ามาร่วมทำงานในโรงงานก่อนจบ 1 ปี เพื่อให้มีทักษะฝีมือ





