ทนาย"ยิ่งลักษณ์"เผยความในใจอดีตนายกฯปมจำนำข้าว ลั่นขอสู้คดีจนถึงที่สุด ไม่หนีไปไหน ลั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม
นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังอัยการสูงสุดส่งฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า แนวทางการต่อสู้คดีหากศาลประทับรับฟ้องนั้น จะต้องรอคัดสำนวนคำฟ้อง และขอตรวจพยานหลักฐานของอัยการก่อน โดยในส่วนที่เราเคยร้องขอความเป็นธรรมในการเพิ่มพยานหลักฐานระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอัยการที่ถูกตัดไปนั้น จะนำมาพิจารณาขอความเป็นธรรมในชั้นศาลอีกครั้ง
นายนรวิชญ์ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ป.ป.ช.ส่งเรื่องให้กระทรวงการคลังฟ้องเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น ป.ป.ช.ออกมาพูดเรื่องนี้ก่อนที่จะมีการส่งฟ้องคดีอาญา แม้ว่าจะไม่มีการกำหนดว่าต้องฟ้องแพ่งหลังคดีอาญา แต่ตามหลักการในคดีแพ่งต้องยึดข้อเท็จจริงตามคดีอาญา การเร่งเดินหน้าเรื่องดังกล่าว ถือว่าเร็วไปหรือไม่ และการคำนวณเรื่องความเสียหายขณะนี้ก็ยังไม่มีข้อยุติ ทั้งนี้จะยื่นหนังสือโต้แย้งมติป.ป.ช.ต่อกระทรวงการคลังต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น ตลอดทั้งวานนี้(19ก.พ.)น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังคงพักผ่อนอยู่ที่บ้านพักซอยโยธินพัฒนา 3 กรุงเทพมหนานคร และติดตามข่าวความเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะการยื่นส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีอาญาสืบเนื่องจากโครงการรับจำนำข้าวของป.ป.ช.
ทั้งนี้ แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะทำตัวตามปกติ เดินทางไปไหนมาไหนทักทายประชาชนด้วยท่าทีที่ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ก็มีอยู่หลายครั้งที่เปรยกับคนใกล้ชิดว่า รู้สึกปลงกับคดีความที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ชี้แจงด้วยเหตุด้วยผลอย่างไรก็ไร้ผล ทั้งๆที่มีความตั้งใจที่จะทำเพื่อประชาชน อย่างไรก็ตาม สำหรับการต่อสู้คดีอาญานั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ บอกกับคนใกล้ชิดว่า จะสู้จนถึงที่สุด จะไม่หนีไปไหนจนกว่าจะมีการปิดคดี จากนั้นจึงค่อยพิจารณากันอีกครั้งว่าจะทำอย่างไรต่อไป





