กมธ.ยกร่างฯเผยปฏิรูปเศรษฐกิจ แก้กฎหมายป้องกันผูกขาดทางการค้า เตรียมยกเลิกมาตรการลดหย่อน-ยกเว้นภาษี
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าในการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราว่า ที่ประชุมได้พิจารณาภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง หมวด 2 การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม ส่วนที่ 13 การปฏิรูปด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยการปฏิรูปต้องจัดให้มีมาตรการในการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรความรู้ทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ปรับปรุงการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีตรรกะและความคิดเป็นวิทยาศาสตร์
รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ มีมาตรการจูงใจให้นักวิทยาศาสตร์นำความรู้มาพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ สร้างฐานข้อมูลการประดิษฐ์คิดค้นทางวิทยาศาสตร์และเผยแพร่ข้อมูลอย่างทั่วถึง รวมทั้งต้องคุ้มครอง แบ่งปันผลงานการประดิษฐ์ให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งสนับสนุนหรือลงทุนให้องค์กรบริหารท้องถิ่น ชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการด้วย
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนที่ 14 การปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ กำหนดให้มีการปรับปรุงกฏหมายเพื่อป้องกัน ลด จำกัดหรือขจัดการผูกขาด และการกีดกันการแข่งขันอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้ธุรกิจมีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ป้องกันมิให้ผุ้ประกอบการรายใหญ่ใช้อำนาจเหนือตลาดอันเป็นผลร้ายต่อผู้ประกอบการรายย่อย บริหารจัดการรัฐวิสาหกิจอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพและโปร่งใส ดำเนินการให้ประชาชนและองค์กรชุมชนมีความเท่าเทียมในเชิงโอกาส จัดสรรงบประมาณพัฒนาพิเศษเพิ่มเติมตามความเหมาะสมอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาพื้นที่ยากจนและกลุ่มคนมีรายได้น้อย และสนับสนุนภาคเอกชนและประชาชนให้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการใช้มาตรการทางภาษีอย่างเหมาะสม
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ 4 การปฏิรูปด้านการเงิน การคลัง และภาษีอากร ให้จัดระบบภาษีเป็น 2 ระดับ คือระดับชาติและระดับท้องถิ่น ปรับปรุงระบบภาษีให้เกิดประสิทธิภาพ เป็นกลาง และเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โดยพิจารณายกเลิกมาตรการลดหย่อน หรือยกเว้นภาษีต่างๆให้เหลือน้อยที่สุด รวมทั้งจัดให้มีระบบบำนาญแห่งชาติเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มประชากรที่ยังไม่ได้อยู่ในระบบบำนาญให้ดำรงชีพได้อย่างพอเพียงและยั่งยืน นอกจากนี้ยังให้มีกฎหมายกำหนดให้บุคคลต้องแสดงรายได้ของตนต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้มีรายได้ทุกคนเข้าสู่ระบบอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รัฐจะนำไปประกอบการช่วยเหลือแก่ผู้มีรายได้ไม่เพียงพอ





