เอกซเรย์จุลสารรธน.ฉบับ4 ยกเครื่องระบบศาล-อัยการ

เอกซเรย์จุลสารรธน.ฉบับ4 ยกเครื่องระบบศาล-อัยการ

จุลสาร "รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปเป็นอย่างไร" เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนในวงกว้าง

กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) ดำเนินการมากว่าครึ่งทางของการจัดทำ "ร่างแรก" ที่ต้องเสร็จภายในวันที่ 17 เม.ย.ที่จะถึงนี้แล้ว


โดยการพิจารณาบทบัญญัติเป็นรายมาตรามีการประชุมอย่างต่อเนื่อง ผ่านไปด้วยดีก็จำนวนมาก ที่มีปัญหาต้องแขวนไว้ก็มีจำนวนหนึ่ง


ส่วนการจัดทำจุลสาร "รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปเป็นอย่างไร" เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนในวงกว้างนั้น ก็เดินทางมาถึงเล่มที่ 4 แล้ว เนื้อหากล่าวถึงหมวด 1 ที่ว่าด้วยศาลและกระบวนการยุติธรรม
ทั้งหมดเป็นประเด็นที่ตกผลึกแล้ว "กรุงเทพธุรกิจ" จึงนำสาระสำคัญมารายงานไว้เป็นข้อมูล


O ผู้พิพากษาและตุลาการ กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของประธานศาลฎีกา, ประธานศาลปกครองสูงสุด และประธานศาลอื่นนอกจากศาลรัฐธรรมนูญและศาลทหาร ให้มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว


ในกรณีผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งดังกล่าวยังไม่พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุเกษียณอายุราชการ ให้แต่งตั้งผู้นั้นให้ดำรงตำแหน่งอื่นตามที่องค์กรบริหารงานบุคคลของศาลนั้นกำหนด การกำหนดหลักการดังกล่าวเพื่อวางมาตรฐานการอยู่ในตำแหน่งของประธานศาลในระยะเวลาที่เหมาะสม ป้องกันมิให้อยู่ในตำแหน่งนานจนเกินไป
สำหรับผู้พิพากษาหรือตุลาการของศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และศาลอื่นนอกจากศาลทหาร ซึ่งมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์แล้ว เป็นอันพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณที่ผู้นั้นมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์


แต่ผู้พิพากษาหรือตุลาการที่พ้นจากราชการเพราะเหตุดังกล่าว อาจรับราชการเป็นผู้พิพากษาหรือตุลาการอาวุโสต่อไปได้จนมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งศาลยุติธรรมและศาลปกครอง


O องค์กรอัยการ ให้มีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ การแต่งตั้ง โยกย้าย การเลื่อนขั้นเงินเดือนและการเลื่อนตำแหน่ง ตลอดจนการพิจารณาวินัยและการลงโทษทางวินัยของพนักงานอัยการต้องมีหลักประกันความเป็นอิสระ


องค์กรบริหารงานบุคคลของข้าราชการอัยการต้องเป็นอิสระ ประกอบด้วย 1.ประธานกรรมการซึ่งมาจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการอัยการและไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2.อัยการสูงสุด 3.ผู้แทนของข้าราชการอัยการซึ่งได้รับเลือกตั้งจากข้าราชการอัยการและแต่ละชั้นในสัดส่วนที่เหมาะสม และ 4.ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการอัยการหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการอัยการทั้งหมดเป็นกรรมการ


โดยกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งจากข้าราชการอัยการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว


ข้าราชการอัยการต้องไม่ดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ใดในรัฐวิสาหกิจหรือกิจการอื่นของรัฐในทำนองเดียวกัน หรือในห้างหุ้นส่วนบริษัท ไม่เป็นที่ปรึกษาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือดำรงตำแหน่งใดในลักษณะเดียวกัน ทั้งต้องไม่ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือกระทำกิจการใดอันเป็นการกระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าที่หรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ของพนักงานอัยการ


O ศาลรัฐธรรมนูญ ยังคงหลักการให้มีศาลรัฐธรรมนูญต่อไป ทั้งนี้เพื่อยืนยัน "หลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ" แต่ได้มีการปรับปรุงองค์ประกอบของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง "คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ" ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ดังนี้


กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 9 คนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากบุคคลดังต่อไปนี้ 1.ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา และได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจำนวน 2 คน 2.ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดซึ่งได้รับการเลือกจากที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดจำนวน 2 คน


3.ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ จำนวน 3 คน และ 4.ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญการบริหารภาครัฐหรือผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรที่มิใช่ภาครัฐ จำนวน 2 คน


ทั้งนี้ กำหนดให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญมาครบ 3 ปีแล้ว พ้นจากตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ แต่ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อไป แล้วให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่งให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ


O ศาลยุติธรรม มีทั้งส่วนที่คงหลักการเดิมและส่วนที่มีการปรับปรุงหลังจากเดิม มีสาระสำคัญ ดังนี้
1.คงหลักการให้มีแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา


2.ให้ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค และศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ มีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. รวมทั้งคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง


ขณะที่การเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นที่เกิดขึ้นในเขตท้องที่ของศาลนั้น เป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค แล้วแต่กรณี


นอกจากนี้ยังมีอำนาจพิจารณาคดีเกี่ยวกับการจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ หรือจงใจยื่นบัญชีดังกล่าวด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ให้ศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาคมีอำนาจพิจารณาพิพากษา รวมทั้งคดีชำนัญพิเศษ ให้อุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ


O ศาลปกครอง ได้มีการเพิ่มเติมเรื่องใหม่บางประการ โดยเฉพาะให้มี "แผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณ" ในศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด สำหรับองค์คณะ อำนาจหน้าที่ และวิธีพิจารณาของแผนกคดีวินิจฉัยการคลังและการงบประมาณ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการกำหนดมาตรการในการควบคุมตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของแผ่นดิน


O ศาลทหาร ยังคงหลักการให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาซึ่งผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารและคดีอื่น