“ถาวร เสนเนียม” อดีตรองหัวหน้าพรรคปชป. ชี้ 4 ช่องโหว่ส่อทุจริตราคายาง แนะ รบ.เร่งแก้ไขพ่วงสอบทุจริตคนโกง
นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอแนะมาตรการแก้ไขปัญหายางพาราตกต่ำให้รัฐบาลว่า หลังครม.มีมติอนุมัติวงเงิน 20,000 ล้านบาท ให้องค์การสวนยาง(อสย.) ใช้เงิน 6 พันล้านบาทของธ.ก.ส. เปิดรับซื้อยางในตลาดกลาง 6 จุดคือ ที่ จ.สงขลา จ.นครศรีธรรมราช จ.สุราษฎร์ธานี จ.ยะลา จ.หนองคาย และ จ.บุรีรัมย์ โดยรับซื้อยางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควัน จนถึงวันที่ 9 ก.พ.58 ซื้อยางได้ปริมาณ 97,816.38 ตัน ปรากฏว่า เงินหมด เฉลี่ยที่ราคากิโลกรัม(ก.ก.) ละ 61 บาท ซึ่งมีราคาสูงกว่าตลาดเฉลี่ยก.ก.ละ 10-20 บาท โดยที่ อสย. ไม่ได้กำหนดคุณสมบัติผู้นำยางมาขาย เปิดช่องให้นายทุนและพ่อค้าคนกลางเอกชน ท้องถิ่นรับซื้อแล้วนำมาขายต่อ เพราะต้องใช้เวลาต่อคิวขายยางที่ตลาดกลาง 7-10 วันเหมือนมัดมือชกชาวสวนยางต้องขายยางให้พ่อค้านายทุนกดราคายางแผ่นในราคาต่ำมาก เพื่อนำมาขายให้ตลาดกลางของ อสย.กินกำไรส่วนต่าง
นายถาวร กล่าวอีกว่า ตนมีข้อสังเกตสำคัญคือ 1. อสย.ไม่รับซื้อน้ำยางสดที่ชาวสวนยางส่วนใหญ่ถึง 70% นิยมขายเป็นน้ำยางสด 2.เปิดช่องให้พ่อค้าคนกลางเข้ามาซื้อเพื่อทำกำไรต่อ 3.ยังพบว่ามียางจำนวนมากหลั่งไหลมาขายในโครงการมากผิดปกติ เพราะนายทุนซื้อยางดิบนำไปแปรรูปรมควัน นำกลับมาขายต่อในตลาดกลาง และอาจมีการนำเวียนเทียนขายซ้ ำ4.การกำหนดจุดรับซื้อยางแค่ 6 แห่งไม่ทั่วถึง อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ผู้คุมบัญชีรับซื้อยาง(โควต้ายางแต่ละวัน) กับพ่อค้านายทุน ในการแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน ทำให้ชาวสวนยางเข้าถึงการขายยาง ณ ตลาดกลางได้ยาก 4. มีการอ้างคนใกล้ชิดผู้มีอำนาจในรัฐบาลขอโควต้าขายยางในแต่ละจุดรับซื้ออย่างน้อย วันละ 3-5 คันรถบรรทุกเทลเลอร์ เฉลี่ย 1 เทลเลอร์เท่ากับ 3 หมื่นตันคิดเป็น 1,350,000 ล้านบาทต่อคัน
นายถาวร กล่าวต่อไปว่า ตนหารือกับตัวแทนชาวสวนยางแล้ว มีข้อเสนอแนะว่า 1.รัฐบาลควรกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการให้ชัดเจน เช่น ต้องเป็นผู้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรสวนยาง 2.ให้ทุกอำเภอในพื้นที่ปลูกยางหนาแน่นเป็นเขตรับซื้อ-ขายยางในพื้นที่โครงการเพื่อกระจายจุดรับซื้อยางให้ทั่วถึง โดยให้นายอำเภอ เกษตรอำเภอ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ 3.ต้องกำหนดชนิดของการรับซื้อยางให้ครอบคลุมทั้ง น้ำยางสด ยางแผ่นดิบ ยางแผ่นรมควัน 4.รัฐต้องมีมาตรการเข้มงวดป้องกันขบวนการทุจริต ซึ่งตนยืนยันว่ามีการรั่วไหลและทุจริตไปยังผู้ที่มีอำนาจและพ่อค้านายทุนคนกลางจริง เม็ดเงินถึงมือชาวสวนยางน้อยมาก จึงขอเรียนให้นายกฯและครม.รับทราบ เพื่อปรับปรุงแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกรพร้อมขอให้สั่งการตรวจสอบการทุจริตและเอาคนทุจริตมาลงโทษให้ได้




