วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'เมินถก'ทักษิณ' ย้ำนศ.อย่าตกเป็นเครื่องมือ

"พล.อ.ประยุทธ์" เมินจับเข่าคุย "พ.ต.ท.ทักษิณ" เหตุมีคดีติดตัว ผิดกฎหมาย แนะกลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

วอนนักศึกษาอย่าตกเป็นเครื่องมือการเมือง "ประวิตร"ชี้ไม่ใช่หน้าที่นายกฯ "เอนก"หนุนคุย"ทักษิณ"เปิดทางออกประเทศ ด้านป.ป.ช.หอบสำนวน 6 หมื่นหน้าส่ง อสส.สั่งฟ้อง"บุญทรง" และพวก คดีขายข้าวจีทูจี


ข้อเสนอของ นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปสู่การสร้างความปรองดองที่แท้จริง ไม่ได้รับการขานรับจาก พล.อ.ประยุทธ์ แต่อย่างใด เพราะกลัวทำผิดกฎหมาย หากไปพูดคุยกับคนที่มีคดีความติดตัว และยังหลบหนี


พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวระบุว่า เขามีอำนาจอะไรมาสั่งตน และสถานะของตนตอนนี้ก็ไม่สามารถคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ และใครไปคุยก็ผิดหมด เพราะปัญหาอยู่ที่ว่าหากอยากให้เกิดการปรองดองก็ต้องให้กลับมาสู่กระบวนการ แต่ตนไม่ได้ปิดประตูตายที่จะพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ตนเปิดสำหรับทุกคนที่ทำอะไรถูกต้อง ถ้ายังไม่ถูกก็ต้องทำให้ถูกก่อน ขั้นตอนเป็นอย่างไรก็ไปว่ากันมา ซึ่งก็พร้อมเปิดประตูรับ
เมื่อถามย้ำหมายความให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเข้าสู่กระบวนการใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ใครทั้งนั้นแหละ มีหลายคน ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง เพราะขัดแย้งกันเยอะไปหมด ใครผิดกฎหมายตรงไหนก็กลับมาสู่กลไก"


ผู้สื่อข่าวซักว่าหากผู้ที่หนีคดีไปต่างประเทศ ต้องการเรียกร้องอะไรก็ต้องกลับมาใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องถามคนไทยทั้งประเทศว่าอย่างไร ถ้าผิดกฎหมายแล้วยกเลิกกันหมดได้หรือไม่ กฎหมายประเทศไทยจะทำอย่างไรต่อไป ผิดหรือไม่ผิดก็ต้องว่ากันตามหลักฐาน และการตัดสินคดีความต่างๆ จะให้มีผลย้อนหลังไปหมดเลยหรือ แต่ตอนนี้เรายังไปไม่ถึงตรงนั้น ต้องตั้งหลักให้ได้ก่อนด้วยการแก้ปัญหาประเทศชาติ วางรากฐานเตรียมเลือกตั้ง


ส่วนที่จะย้อนกลับไปเรื่องนิรโทษนั้น ถ้าทำได้ก็ไปว่ากันมา แต่ส่วนตัวจะให้คุยกับใครที่มีคดีความมันไม่ได้ เพราะตนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ตนมาเพื่อหยุดความรุนแรงที่เกิดขึ้น และเดินหน้าประเทศ แต่เรื่องคดีความเป็นหน้าที่ของฝ่ายยุติธรรม หากบอกว่าทำอย่างที่ว่าได้ ก็ต้องทำมาให้ตนรู้ว่าทำได้ไม่ผิดกฎหมาย ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐทำได้หรือไม่ก็ไปว่ากันมา เพราะจะมาตกลงหรือซูเอี๋ยกันได้อย่างไร


นายกฯวอนนศ.อย่าตกเป็นเครื่องมือ
เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรกับกลุ่มนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ขอให้นักศึกษาทั้งหลายเข้าใจเราบ้าง อย่าตกเป็นเครื่องมือของเขา เพราะผู้ที่นำไปเคลื่อนไหวเขาต้องการขยายความขัดแย้งอีก ขอถามว่าถ้าวันนี้จัดให้มีการเลือกตั้งจะทำได้หรือไม่ ตนมองว่าหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ก็ไปไม่ได้ แต่หากสถานการณ์เบาลง ใครผิดกฎหมายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็สามารถจัดการเลือกตั้งได้ เพราะไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน และประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่ผ่านมามีความขัดแย้งสูง เราจึงต้องทำให้มีประชาธิปไตยยุคใหม่ที่ไม่มีความขัดแย้ง วันหน้าจะได้ไม่ต้องแก้ปัญหาเรื่องการชักจูงให้เกิดความขัดแย้งกันอีก และจะเอาการเมืองมาเกี่ยวข้องกับการกับการดูแลประชาชนไม่ได้


ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าหลายฝ่ายมองว่าการเมืองไทยยังไม่ก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ก็อย่าไปสนใจสิ อย่าไปเขียนหรือขยายความต่อให้เขา สื่อมวลชนยังไม่ก้าวข้าม แต่ผมก้าวข้าวไปนานแล้ว"


"ประวิตร"ชี้ไม่ใช่หน้าที่นายกฯ
ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงข้อเสนอของนายวันชัย ว่า ไม่ใช่หน้าที่ของนายกฯ เป็นเรื่องของกฎหมาย ในส่วนของ สปช.ก็ว่าไปว่าจะคุยอย่างไร เราพร้อมทุกอย่าง คิดว่าอดีตนายกฯ ทักษิณก็พร้อม ซึ่งทาง พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำตลอดเวลาว่า ให้กลับมาคุยกัน คิดว่าเป็นเรื่องของ สปช.ทำอย่างไรให้เกิดความปรองดองก็ทำไป


เมื่อถามว่าถ้านายกฯ มอบหมายให้เดินทางไปพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถทำได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ย้อนถามกลับว่า แล้วมอบหมายได้หรือไม่ เพราะขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็มีคดีความ


เมื่อถามย้ำว่า ถ้าไม่พูดถึงเรื่องคดีความ แต่จะพูดถึงเรื่องอื่น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ ก็ไปหามา สปช.ต้องไปทำมา ต้องดูว่าผิดกฎหมายหรือไม่ เมื่อทาง สปช.เป็นผู้เสนอแนะก็ไปทำมา ส่วนหลักการจะเป็นอย่างไรนั้น ตนไม่รู้ แต่จะต้องไปดูว่าต้องไม่ผิดกฎหมาย เพราะเรายึดตัวกฎหมาย ถ้า สปช.คิดอะไรและเห็นว่าอะไรสามารถทำได้ก็ทำเลยถือเป็นเรื่องของ สปช.


"อุดมเดช"โยน"นายกฯ"ตัดสินใจ
ด้าน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช.กล่าวเช่นกันว่า เป็นข้อคิดเห็นของบางคนที่มีการแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูงของประเทศ ซึ่งไม่สามารถตอบแทนได้ เมื่อมีข้อคิดเห็นก็คงมีการรับไว้พิจารณา แต่ความชัดเจนคงไปตอบไม่ได้


"คำนูณ"รับให้"ประยุทธ์"คุย"ทักษิณ"ยาก
นายคำนูณ สิทธิสมาน สปช.เเละโฆษกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยทางสปริงนิงส์ทีวี ถึงข้อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ปิดห้องคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อลดความขัดเเย้งว่า มีความเป็นไปได้ยาก แต่ก็ยอมรับว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ตัดสินใจก็มีผล เเต่ไม่ใช่ว่าปัญหาทั้งหมดจะยุติ ทั้งหมดอยู่กับผู้ที่มีอำนาจคือ รัฐบาล เเละคสช.ว่าตัดสินใจเช่นใด กรรมาธิการยกร่างฯ มีหน้าที่เสนอเท่านั่น


"เอนก"หนุน"ประยุทธ์"คุย"ทักษิณ"
นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (คศป.) กล่าวถึงข้อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไปพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ตนก็เห็นด้วย และเห็นว่าควรที่จะพูดคุยกับฝ่ายอื่นๆ ด้วย ทั้งกลุ่ม กปปส. นปช. พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็น่าจะต้องคุย แต่จะคุยอย่างไรไม่ทราบวิธีการ อาจจะผ่านตัวแทนก็ได้ แต่คนที่อยู่ในประเทศขนาดเรียกให้มารายงานตัวยังมาได้ แล้วถ้าเชิญให้มาคุยทำไมจะมาไม่ได้ และจากที่ตนได้ไปพูดคุยกับหลายฝ่าย เกือบจะทุกฝ่ายเสนอว่าควรที่จะให้มาคุยกัน อย่างข้อเสนอของนายวันชัย ก็เป็นอีกข้อเสนอที่รัฐบาลควรจะนำไปพิจารณา


ส่วนการเสนอตั้งคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ มีกำหนดวาระทำงาน 5 ปี ถ้าพ้นจากเวลาดังกล่าวแล้ว หากต้องมีการทำประชามติ คณะกรรมการชุดนี้ก็คงอยู่ต่อไปเพื่อทำภารกิจให้เสร็จสิ้น ส่วนของการอภัยโทษนั้น ตามหลักจะต้องมีการลงโทษก่อน และแม้จะอภัยโทษแล้ว ยังต้องถือว่าโทษนั้นยังอยู่จนกว่าจะมีการออก พ.ร.บ.ล้างมลทิน แต่ถ้าเป็นการนิรโทษไม่จำเป็นต้องรับโทษก็ได้ ทั้งนี้คณะกรรมการก็จะเป็นผู้พิจารณาว่าควรจะเป็นแนวทางใด แต่ก็ยังเห็นว่าการดำเนินการยังคงต้องอิงกระบวนการยุติธรรมเดิมด้วย
"อภัยโทษหรือนิรโทษ ผมคิดว่ารัฐบาลปัจจุบันทำได้ เวลาที่มีอยู่อาจจะน้อยไปบ้าง แต่ก็อาจจะสร้างความสมัครสมานให้เกิดความรู้รักสามัคคี แต่อยากยืนยันว่าไม่ใช่การนิรโทษสุดซอยอย่างที่เข้าใจกัน แต่เป็นการทำอย่างไรให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งช่วงเวลานี้เป็นโอกาสที่หายาก ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ" นายเอนก ระบุ


"ถาวร"เตือนนายกฯระวังถูกกล่าวโทษ
ขณะที่นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเตือนพล.อ.ประยุทธ์ ว่า ตนพูดเป็นร้อยครั้งแล้วว่าการจะไปเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ตนไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการกระทำที่มองข้ามกฎหมายไทย ไปให้ความสำคัญกับนักโทษหนีคดี งานนี้ พล.อ.ประยุทธ์เอง ก็จะถูกกล่าวโทษไปด้วย
ส่วนที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะตั้งคณะกรรมการปรองดองแห่งชาตินั้น ตนเห็นว่าการคิดแนวทางปรองดองเพื่อความสงบเรียบร้อยในชาติ เป็นเรื่องที่ดี แต่กระบวนการกฎหมายต้องดำเนินไปอย่างเคร่งครัดถูกต้อง และเป็นไปตามกฎหมาย ทำไปพร้อมกันกับเรื่องการสร้างความความปรองดองได้ ที่สำคัญกฎหมายต้องไม่มีการละเว้นโทษ โดยเฉพาะคดีคนโกง เผา และฆ่าคนตาย


ป.ป.ช.ชงคดี"บุญทรง"จีทูจีข้าวให้อสส.
ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายศักดิ์ชัย เมทินีพิศาลกุลผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำเอกสารหลักฐานสำนวนคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่กล่าวหา นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวกรวม 21 ราย กว่า 60 ลัง รวมกว่า 67,000 หน้า ส่งฟ้องต่ออัยการสูงสุด(อสส.) โดยมี นายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ และนายวันชัย รุจนวงศ์อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ เป็นตัวแทนรับมอบ


นายชุติชัย กล่าวว่า หลังรับสำนวนดังกล่าวจาก ป.ป.ช. แล้ว จะเร่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาสำนวนภายใน 1-2 วันนี้ หากพยานหลักฐานครบคาดว่าจะสามารถส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ภายใน 1 เดือน โดยคดีดังกล่าวเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับคดีรับจำนำข้าวที่มีการพิจารณาไปก่อนหน้านี้ จึงคาดว่าจะใช้เวลาทำงานไม่นานนัก อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังมีผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช. อีกกว่า 100 คน


สำหรับคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่อัยการมีความเห็นส่งฟ้อง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประเด็นละเลยไม่ดำเนินการยับยั้งโครงการทำให้รัฐเสียหาย อัยการสูงสุดจะส่งสำนวนต่อศาลฯ ในวันที่ 19 ก.พ.นี้ เวลา 10.00 น. โดยไม่จำเป็นต้องนำตัว นางสาวยิ่งลักษณ์ ไปศาลด้วย เป็นการยื่นฟ้องเฉพาะสำนวน