วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คณะกรรมการปฏิรูปให้รธน.ใหม่มีวาระ5ปีก่อนแก้

ร่างรธน.ใหม่ วางกรอบงานปฏิรูป ระบุคณะกรรมการปฏิรูปให้มีวาระ 5 ปี หากจะอยู่ต่อต้องประเมินผลงาน-ทำประชามติ

วานนี้(16ก.พ.)ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ของภาค4ว่าด้วยการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง ช่วงบ่ายยังคงพิจารณาในส่วนของบททั่วไป ในมาตรา2ว่าด้วยวาระการบังคับใช้บทบัญญัติในภาค4ที่เสนอให้มีวาระ5ปี แต่หากจะขยายวาระเวลาดังกล่าวด้วยความจำเป็นสามารถทำได้ แต่ต้องผ่านการทำประชามติ โดยให้สิทธิกับกรรมการปฏิรูปประเทศ หรือประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งเข้าชื่อรวมกัน5หมื่นรายชื่อ เสนอให้ทำประชามติได้และให้เกณฑ์เสียงข้างมากเห็นชอบ โดยที่ประชุมได้พิจารณาให้ปรับแก้ ในช่วงวาระการใช้บังคับ 2แนวทาง คือแนวทางแรกขอให้ตัดประเด็นวาระบังคับใช้ร่างรัฐธรรมนูญใน ภาค4ออก เพราะเห็นว่าการปฏิรูปและการสร้างความปรองดองมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ฝ่ายอนุ กมธ.ฯ ชี้แจงว่าการสร้ากลไกปฏิรูปที่เกิดขึ้นเพื่อเป็นช่องทางพิเศษที่ต่างจาการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น การเสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูป หากพิจารณาในชั้นสภานิติบัญญัติปกติ เชื่อว่าไม่สามารถผ่านการพิจารณาไปได้ เช่น ร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดก โดยรัฐบาลและสภาฯ ปกติไม่สามารถผ่านการพิจารณาได้ ดังนั้นหากให้เป็นช่องทางพิเศษแล้วควรกำหนดเวลาบังคับใช้เพื่อไม่ให้เป็นช่องทางพิเศษที่ทำงานคู่ขนานตลอดไปกับการบริหารราชการแผ่นดินปกติ ขณะที่แนวทางที่สองขอให้เพิ่มอายุการบังคับใช้ เพราะเห็นว่าแนวทางการปฏิรูปต้องใช้เวลานานกว่า5ปี ดังนั้นเพื่อความต่อเนื่องขอให้เพิ่มอายุการบังคับใช้9ปี ทั้งนี้ทางอนุ กมธ.พิจารณายกร่างบทบัญญัติฯ มองว่าหากขยายวาระการบังคับใช้ออกไป อาจมีปัญหาได้ ดังนั้นหากคงไว้5ปีและทำประชามติและเมื่อครบวาระให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินให้ดำเนินการต่อถือเป็นเรื่องเหมาะสม มากกว่าให้มีวาระ9ปี เพราะถ้าเปรียบเทียบ คือจะเท่ากับวาระการมีอยู่ของ2รัฐบาล ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการกำหนดนโยบายได้

นอกจากนั้นในประเด็นการทำประชามติเพื่อต่ออายุกลไกปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง ที่กำหนดให้เป็นสิทธิของประชาชนเข้าชื่อ และ กรรมการปฏิรูปประเทศ มีกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอให้ตัดส่วนกรรมการปฏิรูปประเทศออก เพื่อไม่ให้ถูกครหาว่าเป็นการทำประชามติเพื่อต่ออายุให้คณะทำงาน คือ กรรมการปฏิรูปประเทศ และควรเพิ่มบทบัญญัติให้สภาพลเมืองเป็นผู้ดำเนินการทำประชามติแทน หรือให้รัฐสภาเป็นผู้ลงมติเห็นชอบให้ยืดวาระการบังคับใช้บทบัญญัติในภาค4แทน ทั้งนี้มีผู้ที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากกังวลว่าสภาพลเมืองนั้นยังไม่มีสิ่งที่วัดผลว่าจะทำงานได้ โดยมีการยกตัวอย่างของสภาพัฒนาการเมือง (สพม.) ที่แม้มีสมาชิกจำนวน100คน แต่ยังไม่เห็นศักยภาพการทำงาน

ทั้งนี้ฝ่ายอนุ กมธ.พิจารณายกร่างบทบัญญัติฯ ได้เสนอให้ใช้คณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติ เป็นผู้ประเมินผลงานของกรรมการปฏิรูปประเทศที่ผ่านมา ก่อนส่งให้รัฐสภา หรือคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ดำเนินการออกเสียงประชามติ ขณะที่ระยะเวลาการคงอยู่ ได้ยืนตามข้อเสนอ

จากนั้นได้เข้าสู่การพิจารณาบทบัญญัติที่ว่าด้วยที่มาของสมัชชาพลเมืองเพื่อการปฏิรูป และกรรมการปฏิรูปแห่งชาติ โดยอนุกมธ.พิจารณายกร่างบทบัญญัติ เสนอสาระ คือให้มีกรรมการปฏิรูปแห่งชาติที่มีความอิสระ โดยมีหน้าที่6ข้อ คือ1.เสนอแนะนโยบายเกี่ยวกับการปฏิรูป ต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานอื่นของรัฐเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม,2.จัดทำแนวทาง ขั้นตอนและกรอบการออกกฎหมายต่อสปช. รวมถึงแผนยุทธศาสตร์ปฏิรูปประเทศเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม,3.สนับสนุนการศึกษา วิจัยการปฏิรูป,4.พัฒนาศักยภาพของประชาชนให้เป็นพลเมืองที่ดีมีส่วนสนับสนุนการปฏิรูป ในรูปแบบของสมัชชาพลเมือเพื่อการปฏิรูป,5.ประเมินผลงานการปฏิรูปของหน่วยงานต่าง และ6.หน้าที่อื่นๆ ที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนั้นยังมีบทบัญญัติที่กำหนดให้คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการตามข้อเสนอของกรรมการปฏิรูป รวมถึงสนับสนุนงบประมาณ ทั้งนี้หากคณะรัฐมนตรีไม่สามารถดำเนินการตามข้อเสนอให้ให้ชี้แจงต่อรัฐสภาเพื่อทราบ และมีบทบัญญัติที่ให้คณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติเป็นผู้ประเมินผลงานกรรมการปฏิรูปประเทศทุกๆ1ปีอย่างไรก็ตามในบทบัญญัติดังกล่าว ทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญมีความเห็นว่าเป็นสาระที่มีส่วนสำคัญขอให้รอการพิจารณาไว้ก่อน จนกว่าที่จะพิจารณาในร่างรายมาตราการปฏิรูปส่วนต่างๆ จะแล้วเสร็จ