"อภิสิทธิ์"แนะตีโจทย์ปรองดองให้ชัด รอฟังกมธ.ยกร่างรธน.ก่อน ห่วงรธน.ใหม่ให้อำนาจฝ่ายบริหารมากเกิน-พรรคการเมือง"ขัดแย้งกันเองและอ่อนแอ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีบางฝ่ายเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดคุยกับคู่ขัดแย้ง อาทิพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และทุกพรรคการเมืองว่า เข้าใจว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มองว่าเรื่องของการปรองดอง เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีในหมวดการปฏิรูปและเรื่องปรองดอง ดังนั้นการจะดำเนินการอะไรต้องคงต้องฟังข้อเสนอของทางกมธ.ยกร่างฯก่อน ขณะเดียวกันในส่วนของกมธ.ยกร่างฯ ยังไม่มีข้อยุติทั้งหมด
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนอยากให้ กมธ.ยกร่างฯ ตีโจทย์ให้ชัดว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งในลักษณะไหน ปัญหาที่ผ่านมาเป็นเรื่องของการกระทำ ที่ผิดกฎหมายหรือไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ ทำให้ไม่เกิดความเชื่อมั่นในทุกฝ่าย เพราะฉะนั้นจึงต้องแก้ตรงนี้ให้ได้ ซึ่งตนเข้าใจว่าสัปดาห์นี้จะได้ข้อยุติในส่วนของ กมธ.ยกร่างฯ ผู้สื่อข่าวถามว่า ระยะเวลาในการดำเนินงานของคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ ที่ต้องใช้เวลาถึง 5 ปี นานเกินไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบรายละเอียด แต่ขึ้นอยู่กับอำนาจหน้าที่และขอบเขตงานที่ทำคืออะไร แต่ตนคิดว่าปมที่เป็นปัญหาความขัดแย้งไม่ได้มีมาก แต่สิ่งที่จำเป็นที่ต้องช่วยกันทำคือ บรรยากาศการทำงานของทุกฝ่าย โดยเฉพาะกระบวนการทางการเมืองและกระบวนการยุติธรรม ให้เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ใช่เอาความรุนแรงมาใช้กัน ส่วนที่จะให้นายกรัฐมนตรีมาพูดคุยกับบรรดาแกนนำ ตนคิดว่าคงต้องรอให้ กรอบของ กมธ.ยกร่างฯ ชัดเจนก่อนว่ามีข้อเสนออะไร กลไกที่จะมาทำงานเรื่องนี้คืออะไร ใครเป็นผู้ดำเนินการ
ส่วนกรณีที่แกนนำคนเสื้อแดงจังหวัดอุดรธานี ออกมาเรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรมหรือการปรองดองเกิดขึ้นนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากให้ย้อนไปดูว่าปัญหาของโจทย์เรื่องนิรโทษกรรมซึ่งเป็นที่มาของความขัดแย้งครั้งนี้ แต่ที่ฟังขณะนี้มุ่งไปที่เรื่องอภัยโทษมากกว่า ซึ่งเป็นแนวทางที่แตกต่างก็ต้องรับฟังว่าจะเป็นอย่างไร ส่วนที่ว่าหากไม่มีการพูดคุยกัน ระหว่างนายกรัฐมนตรีกับคู่ขัดแย้งอาจทำให้การรัฐประหารเสียของนั้น ตนคิดว่าหัวหน้า คสช. พูดชัดอยู่แล้วว่าต้องการที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอยู่แล้วว่า ท่านก็ทราบดีอยู่ เพียงแต่การที่จะไปบอกให้ท่านใช้อำนาจพิเศษทันทีทันใดโดยที่ไม่มีความชัดเจนในเชิงกรอบความคิดคงจะไม่ได้และเรื่องนี้มีการมอบหมายให้ กมธ.ยกร่างฯแล้ว ดังนั้นควรจะรอความชัดเจนจาก กมธ.ยกร่างฯ ก่อนจะรอบคอบกว่า
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่มอบหมายให้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัติย์ เข้าร่วมสัมมนากับ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญว่า มี 2 ประเด็นที่เราเป็นห่วงคือ 1.การที่โครงสร้างของรัฐธรรมนูญ ที่เพิ่มอำนาจฝ่ายบริหาร น่าจะสวนทางกับสภาพปัญหาที่ผ่านมา ที่ฝ่ายบริหารถูกตรวจสอบได้ยาก เพราะมีบทบัญญัติหลายบทที่เพิ่มอำนาจฝ่ายบริหาร 2. การทำให้พรรคการเมืองมีความขัดแย้งกันเองหรืออ่อนแอไม่น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง
สำหรับกรณีที่มีการลงนามคัดค้านการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า ตนต้องการที่จะสะท้อนให้เห็นว่า ขณะนี้กติกาการจัดสรรทรัพยากรยังไม่เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับประชาชน ดังนั้นการที่จะไปเร่งรัดในขณะที่มีข้อท้วงติงก็ไม่น่าจะเหมาะสม ทำให้เกิดความขัดแย้ง ทางที่ดีควรจะให้ข้อมูลกับทุกฝ่ายและปรึกษาหารือกันมากกว่า ซึ่งต้องขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ดูเหมือนว่าจะยอมรับว่ากระบวนการนี้มีความสำคัญ ก็คงต้องติดตามต่อว่า จะดำเนินการกันอย่างไร





