วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'หวังถกพลังงาน20กพ.เป็นเวทีสุดท้าย

"นายกฯประยุทธ์"หวังเวทีพลังงาน20ก.พ.เป็นเวทีสุดท้าย หารือปมขัดแย้งสัมปทานรอบ21 ชี้ฝ่ายคัดค้านต้องเข้าร่วม อย่าไปพูดข้างนอก

เมื่อเวลา 12.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมครั้งที่ 21 ในวันที่ 20 ก.พ.นี้ ว่า มีการส่งตัวแทนรัฐบาลเข้าร่วมรับฟังอยู่แล้ว เพราะเป็นเวทีของรัฐบาล เวทีนี้ตนเป็นคนสั่งให้จัดและพร้อมรับฟังความคิดเห็นอยู่แล้ว โดยการเปิดสัมปทานในวันที่ 18 ก.พ.นี้จะต้องเลื่อนออกไปก่อน ซึ่งต้องดูว่าผลการพูดคุยในวันที่ 20 ก.พ.นี้จะออกมาอย่างไร ซึ่งหากตกลงกันได้ เราก็มีเวลาในการอนุมัติสัมปทาน

ผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุการเลื่อนการเปิดสัมปทานวันที่ 18 ก.พ.นี้ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนหารือกับกระทรวงพลังงานมานานแล้ว แต่ไม่ได้ถอยเพราะกลัว แต่เหตุผลคืออยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเราเตรียมการไว้แล้วว่าอยากให้มีการทำความเข้าใจอีกหน่อย ไม่ใช่เพราะมี 4-5 คนออกมาคัดค้าน แต่เขาต้องรับผิดชอบถ้าดำเนินการต่อไปไม่ได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราเป็นห่วงว่าในระยะยาว 5-10 ปีจะทำอย่างไร เมื่อแปลงสัมปทานปิโตรเลียมที่มีอยู่นี้หมดแล้วไม่มีแปลงอื่นมาทดแทนจะทำอย่างไร เพราะหากลงทุนใหม่จะต้องใช้เวลาในการเตรียมการถึง 4-5 ปี

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะช้าเกินไปหรือไม่หากรอให้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมาดำเนินการเรื่องนี้ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ช้าไป เพราะทั้งหมดตอนนี้ถือว่าช้าหมด วันนี้ประเทศต่างๆ เตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ประเทศเพื่อนบ้านก็มีการใช้พลังงานในประเทศมากขึ้น เช่น พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย(Joint Development Area :JDA) ที่ปีนี้ตัดออกไป 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ทำให้ตรงนั้นเราหายไป เราก็ต้องซื้อเพิ่ม ซึ่งซื้อจากข้างนอกแพงกว่าผลิตในประเทศ โดยการผลิตในประเทศราคาอยู่ที่ 200 บาทต่อ 1 ล้านบีทียู แต่หากซื้อจากต่างประเทศ ราคาจะอยู่ที่ 300-400 บาทต่อ 1 ล้านบีทียู แต่หากจะซื้อก็สามารถทำได้ แต่ต้องทำให้ราคาแพงมาผสมกับราคาถูก ถ้าราคาถูกมีน้อยก็ต้องซื้อแพง เมื่อเอามาขายก็แพงอยู่ดี

ต่อข้อถามที่ว่า จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ในการหาข้อสรุป นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ระยะเวลาต้องมีลิมิต ทั้งนี้ต้องรอฟังการพูดคุยในวันที่ 20 ก.พ.นี้ก่อน แต่อยากเรียนว่าทุกอย่างมีกฎหมาย โดยเรื่องการจัดหาแหล่งพลังงานนั้นเป็นหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน ไม่ใช่หน้าที่ของตน โดยตนเป็นผู้รับทราบในครม. ทั้งที่จริงแล้วกระทรวงพลังงานสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้เลยและหากไม่ทำจะมีความผิดหรือไม่ก็ต้องไปพูดคุยกันต่อ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีความขัดแย้งอยู่จะยังไม่สามารถเปิดสัมปทานได้ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่าไปพูดอะไรที่ยังมาไม่ถึง ส่วนการตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อหาทางออกนั้นก็ต้องไปคุยกัน โดยเอาเหตุผลมาว่ากันก่อน แต่อย่าทะเลาะกัน เพราะที่ผ่านมาทะเลาะกันตลอดแล้วไปได้ไม่ถึงไหน ดังนั้นตอนนี้ต้องสงบเงียบทั้งสองฝ่าย เพื่อให้ได้ชี้แจงกัน คำถามไหนเข้าใจก็คือเข้าใจ ส่วนคำถามไหนที่ไม่เข้าใจให้เหลือไว้แล้วตั้งคณะกรรมการมาคุยกัน แล้วจะดำเนินการอย่างไรก็ว่าไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การเปิดเวทีกลางโดยรัฐบาล ในวันที่ 20 ก.พ. นั้น หวังให้เกิดความเข้าใจ เราคนไทยก็ต้องมาดูว่าวันหน้าจะเป็นอย่างไรกับคนที่เหลือ ถ้าทำไม่ได้ทำ ความจริงตนก็ไม่เดือดร้อนอะไร แต่ประเทศเดือดร้อน ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องลงชื่อแล้ว ว่ามันทำไม่ได้แล้ววันหน้าจะมีปัญหา อะไรก็ว่ามา แต่ตนอยากให้ทำได้ แต่จะทำอย่างไร ไม่รู้ต้องไปหามา อะไรมันคุ้มค่ากว่ากัน อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้เวทีในวันที่ 20 ก.พ.นี้ถือเป็นเวทีสุดท้าย

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากตกลงกันไม่ได้จะทำอย่างไร พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งพูดให้มันเสียหาย ยังไม่ได้คุยกันก็มาบอกไม่ได้เสียแล้ว เราต้องให้กำลังใจทุกคนให้ทำได้ อยากให้ทำไม่ได้หรือ ทั้งนี้ตนอยากให้ทุกฝ่ายต้องมาเข้าร่วม จะมาพูดกันข้างนอกได้อย่างไร ถ้าบอกว่าเป็นประชาธิปไตยก็ต้องมาฟังกัน ตนยังฟังเลย ถ้าไม่มาถือว่าไม่ให้เกียรติเรา ไม่ฟังเราแล้วจะไปประท้วงนั้นใช้ไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูจากกลุ่มผู้ที่เข้าร่วมคัดค้านจะมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า “พวกนี้เขาก็กลุ่มเรา หมายความว่ากลุ่มเขายืนหยัดในจุดนี้มาตลอดทำให้ถอยหลังไม่ได้ แต่ต้องไปหาจุดให้ได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ควรเอาตัวเลขมาชี้แจงและตอบคำถามกันให้ได้ ส่วนฝ่ายรัฐบาลก็ติดขัดเรื่อง พ.ร.บ.ทำให้ถอยไม่ได้ ก็ต้องไปดูว่าจะถอยหรือจะแก้อย่างไร โดยปัญหามีอยู่ 2 อย่างคือ 1. กฎหมายว่าอย่างไร 2. อีก 5-10 ปี พลังงานหายไปแล้วจัดหาทดแทนไม่ทันแล้วใครจะรับผิดชอบต้องตอบมา”