จับตายกร่างรัฐธรรมนูญ วางกรอบ'ปรองดอง-อภัยโทษ'

จับตายกร่างรัฐธรรมนูญ วางกรอบ'ปรองดอง-อภัยโทษ'

ท้ายที่สุดแล้วอาจจะขึ้นอยู่กับกุญแจสำคัญที่ชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี" ก็เป็นได้

เปิดสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนก.พ.ต้องถือว่ากระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ได้ดำเนินมาเกือบครึ่งทางแล้ว เพราะหากนับจากนี้เท่ากับว่า คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีเวลาอีกแค่ประมาณ 1 เดือนเศษ หรือภายในวันที่ 17 เม.ย.ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ ก่อนจะเสนอร่างให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.), คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อพิจารณาเสนอแนะหรือให้ความเห็นต่อไป


สำหรับการประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในวันนี้ (16 ก.พ.) ที่ประชุมจะมีการพิจารณาในภาค 4 ว่าด้วยการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง ซึ่งที่ประชุมจะนำความเห็นของกมธ.ปฏิรูป 18 มาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง หลังจากที่ที่ประชุมได้ให้กมธ.ปฏิรูปแต่ละคณะกลับไปพิจารณาความเห็นที่เสนอมามากถึง 40 ประเด็น เพื่อให้เหลือข้อเสนอคณะละไม่เกิน 3 มาตรา


ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีการนำบทบัญญัติในเรื่องนี้มาบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญมาก่อน โดย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญให้เหตุผลว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องแก้ปัญหาหลัก 3 ประการ คือ
1.แก้ปัญหาความขัดแย้งเฉพาะหน้าของกลุ่มต่างๆ
2.ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม
และ 3.จัดสรรดุลอำนาจใหม่ในสังคม


ดังนั้นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเฉพาะหน้า จึงเป็นที่มาของการร่างรัฐธรรมนูญภาคดังกล่าว
นอกจากนี้อีกประเด็นที่น่าติดตามไม่แพ้กันคือ การตั้ง "คณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ" ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน มีและฝ่ายคู่ขัดแย้งจำนวน 5 คน ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 9 คนเป็นผู้คัดเลือก ซึ่งจะมีการระบุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขึ้นมาเป็นกลไกในการทำหน้าที่สร้างบรรยากาศความปรองดองของประชาชนทั้งประเทศ เป็นตัวกลางในการเจรจาหาข้อยุติกับคู่ขัดแย้งต่างๆ และสร้างการเรียนรู้
"คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจสำคัญที่สุดคือทำให้คนไทยทั้งชาติจดจำ ไม่ให้ความขัดแย้งฝังรากลึกแบบนี้เกิดขึ้นอีก" คำกล่าวของนายบวรศักดิ์ ในระหว่างปาฐกถาพิเศษเรื่อง "สภาพลเมือง เพื่อการปฏิรูปประเทศ" ที่จ.อุดรธานี


โดยกรรมการชุดดังกล่าวจะมีวาระการทำงาน 5 ปี มีหน้าที่พิจารณารายงานผลการศึกษาปัญหาและข้อเสนอของคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่ได้เคยศึกษามา และแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างเป็นเรื่องเป็นราว พร้อมเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล และหากผู้ที่เกี่ยวข้องยอมรับผิด ก็อาจจะต้องให้อำนาจคณะกรรมการชุดนี้เสนอ "พระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ" แก่คนที่ให้ข้อเท็จจริงครบถ้วนแก่คณะกรรมการ ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ขณะเดียวกันต้องมีกระบวนการเยียวยาผู้ที่เสียหาย บาดเจ็บล้มตาย และฟื้นฟู


แต่กระนั้นเพียงแค่เริ่มต้นก็ดูเหมือนว่า ความเห็นต่อกรณีนี้ยังมีความเห็นแบ่งออกเป็น 2 ทาง โดยทางฝั่งผู้เห็นด้วยอย่าง พรรคเพื่อไทย อย่าง นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่มองว่า ไม่มีอะไรดีไปกว่าการพูดคุย การใช้คุณธรรมความเมตตา และการให้อภัยซึ่งกันและกัน


สอดคล้องกับ นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ที่สนับสนุนแนวคิดดังกล่าว และให้นายกรัฐมนตรีเป็นคนกลาง ในการเรียกแกนนำทุกฝ่ายมาพูดคุยกัน นอกจากนี้ยังเห็นว่า ควรมีการนิรโทษกรรม หรืออภัยโทษ ให้กับประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องซึ่งติดร่างแหถูกดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก


อย่างไรก็ดีนี่เป็นเพียงความเห็นบางส่วนของสมาชิกพรรคเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้วอาจจะขึ้นอยู่กับกุญแจสำคัญที่ชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี" ก็เป็นได้


ขณะที่ความเห็นทางฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ อย่าง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับเห็นว่า การให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกับโจรมาปรองดองกัน เป็นหลักคิดที่ผิด ซึ่งกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องตั้งโจทย์ให้ชัดเจนถึงสาเหตุความขัดแย้งที่เกิดขึ้น


เมื่อตุ๊กตาที่ประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้วางไว้เบื้องต้น เพื่อเตรียมพิจารณาในสัปดาห์นี้ ยังคงมีความเห็นต่าง เป็น 2 ฝ่าย จึงถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องนำมาพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้ตุ๊กตาดังกล่าวเป็นที่ชื่นชอบของคนส่วนมากให้ได้มากที่สุด กระบวนการปรองดองที่จะเกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร และ การอภัยโทษมีหลักเกณฑ์การพิจารณาอย่างไร


และจะทำอย่างไรให้กระบวนการปรองดอง หรือการอภัยโทษที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า จะไม่กลับไปซ้ำรอยในอดีตเมื่อครั้งที่มีการเสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรหรือ เมื่อครั้งที่มีการเสนอพ.ร.บ.นิรโทษกรรมจนนำมาสู่การเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มกปปส.


จากหลักเกณฑ์ข้างต้นที่ระบุว่า "หากผู้ที่เกี่ยวข้องยอมรับผิด ก็อาจจะต้องให้อำนาจคณะกรรมการชุดนี้เสนอ "พระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ" แน่นอนว่า ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า คำว่า "ผู้ที่เกี่ยวข้อง" นั้นหมายถึงแกนนำหรือผู้สั่งการด้วยหรือไม่


ดังนั้นตลอดสัปดาห์นี้คงต้องติดตาม การประชุมของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีการพิจารณาในเรื่องนี้ ว่าจะสามารถหาข้อสรุปในเรื่องนี้อย่างไร โดยเบื้องต้นกมธ.ได้วางกรอบไว้ว่า การพิจารณาในส่วนดังกล่าวจะต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ก.พ.


อย่างไรก็ดีหากข้อเสนอดังกล่าวผ่านการพิจารณาของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญก็จะถือว่า ผ่านความเห็นชอบเพียงด่านแรกเท่านั้น ยังคงเหลือขั้นตอนการรับฟังความเห็น จากภาคส่วนต่างๆ รวมถึงการลงมติเห็นชอบของสปช.รวมทั้งการทำประชามติที่อาจขึ้นในอนาคตข้างหน้า และอีกประเด็นสำคัญคือในระหว่างนี้จะทำอย่างไรให้แต่ละกลุ่มยุติการเคลื่อนไหวอันนำมาสู่ความวุ่นวายซึ่งอาจจะทำให้โมเดลกระบวนการปรองดองตามที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้วางไว้สะดุดลงทันที


นี่จึงถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทั้งกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ รัฐบาล และคสช.จะต้องพิจารณา