ขาหุ้นปฏิรูปพลังงานเรียกร้อง "นายกฯประยุทธ์" เปิดเผยสัญญาสัมปทานปิโตรเลียม 20 รอบที่ผ่านมา เพื่อศึกษาก่อนตัดสินใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ และคณะ 11 ขาหุ้นปฏิรูปพลังงานที่เคยถูกควบคุมตัวที่ตัวที่ค่ายเสนาณรงค์ ได้ทำจดหมายเปิดผนึกลงวันที่ 15 ก.พ. 2558 จดหมายเปิดผนึกถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก ให้เปิดเผยสัญญาสัมปทานทั้ง 20 รอบที่ผ่านมา เพื่อการศึกษาที่รัดกุมและโปร่งใสก่อนตัดสินใจเดินหน้าหรือยุติสัมปทานครั้งที่ 21
ทั้งนี้ในจดหมายระบุว่า "สืบเนื่องจากการที่รัฐบาลมีจุดยืนที่ยืนยันจะให้มีการเดินหน้าการให้สัมปทานครั้งที่ 21 ทั้งๆที่มีเสียงคัดค้านและไม่เห็นด้วยอย่างกว้างขวาง ทั้งจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กลุ่มคลังสมอง วปอ.นักวิชาการ ปัญญาชน ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน และประชาชนอีกหลากหลายกลุ่มอาชีพ ในฐานะที่กลุ่ม 11 ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน ที่เคยถูกควบคุมตัวที่ค่ายเสนาณรงค์นาน 5 วัน เมื่อวันที่ 20-24 สิงหาคม 2557 ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดกับนายทหารระดับสูงหลายท่าน ซึ่งต่างก็มีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า หัวหน้าคณะ คสช.นั้นมีจุดยืนเพื่อชาติเพื่อประชาชน ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง แต่การตัดสินใจที่ผิดพลาดนั้น อาจเกิดขึ้นจากกลุ่มเทรคโนเครตทุนพลังงานที่ให้ข้อมูลอันไม่ครบถ้วนหรือเจตนาบิดเบือนเพื่อใช้รัฐบาลเป็นเครื่องมือ จนทำให้รัฐบาลตัดสินใจเดินหน้าสัมปทาน โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านที่เห็นว่าระบบการแบ่งปันผลผลิตจะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนมากกว่า และไม่เป็นการสูญเสียอธิปไตยบนดินแดนไทยให้กับบริษัทผู้ได้รับสัมปทานเช่นอดีตที่ผ่านมา
11 ขาหุ้นปฏิรูปพลังงานที่เคยถูกควบคุมตัวในค่ายเสนาณรงค์ จึงขอเรียกร้องต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และเสนอทางออกดังนี้
1. ขอให้หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจในกฎอัยการศึก สั่งให้กระทรวงพลังงานนำสัญญาสัมปทานปิโตรเลียมทั้ง 20 รอบที่ผ่านมา เปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้
2. ขอให้หัวหน้า คสช. ตั้งคณะกรรมการร่วมหลายฝ่ายเพื่อศึกษาสัญญาสัมปทานทั้งหมดในอดีต เปรียบเทียบกับหากใช้วิธีการแบ่งปันผลผลิต เมื่อผลการศึกษาชัดเจนแล้ว จึงค่อยตัดสินใจเดินหน้าสัมปทาน หรือยกเลิกแล้วหันมาใช้ระบบการแบ่งผันผลผลิต
ทาง 11 ขาหุ้นปฏิรูปพลังงานเชื่อว่า วิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้การตัดสินในด้านอธิปไตยด้านพลังงานของชาติครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่มีข้อเท็จจริงที่สาธารณชนยอมรับ ไม่เป็นการใช้อำนาจเด็ดขาดที่เป็นที่คลางแคลงใจของประชาชน"





