“คนเสื้อแดง” ซึ่งถือเป็นมวลชนหนุนหลังให้กับพรรคเพื่อไทยมาตลอดนั้น ก็ยังคงนิ่ง รอจังหวะที่รัฐบาลและคสช.ก้าวพลาดอย่างใจเย็น
“บีบทุกทาง” ดูจะเป็นคำพูดที่อธิบายสถานการณ์ของคน “พรรคเพื่อไทย” ในเวลานี้ได้เป็นอย่างดี กลายเป็นเกมจ้องตาว่า สุดท้ายแล้วใครจะขยิบตาก่อนกัน
ฝ่ายบีบจะทนไม่ไหวกับแรงต่อต้านเสียเองว่า กลั่นแกล้งกันจนเกินไป หรือว่าฝ่ายที่ถูกบีบจะทนไม่ไหว แล้วออกมาเคลื่อนไหวจนกลายเป็นความขัดแย้งรอบใหม่ขึ้น
ภายหลังจาก “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติถอดถอนในคดีไม่ยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว
ส่งผลให้ถูกเว้นวรรคทางการเมืองทันที 5 ปีนั้น ดูเหมือนว่าคะแนนสงสารจะไหลไปหา “ยิ่งลักษณ์” แบบเต็มๆ
สื่อทั้งในประเทศและต่างประเทศจากหลากหลายสำนัก ต่างพยายามติดต่อเพื่อขอสัมภาษณ์ความเห็นและอนาคตทางการเมือง แต่ “ยิ่งลักษณ์” ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ เธอเลือกที่จะ "นิ่ง" โดยให้เหตุผลว่า ไม่ต้องการแสดงความคิดเห็นใดๆ
แต่ข้อเท็จจริงที่ต้องนิ่งนั้น เพราะคสช.ส่งหนังสือเตือน “ยิ่งลักษณ์” ให้ระงับการตอบโต้ใดๆ ที่จะทำให้สังคมเกิดความสับสนและก่อให้เกิดความรุนแรงทางการเมืองขึ้น หากไม่เชื่อในคำเตือน ยังคงออกมาพูดเหมือนไม่สะทกสะท้านอะไร คสช.จะไม่อนุญาตให้ “ยิ่งลักษณ์” เดินทางออกนอกประเทศ รวมทั้งตัดธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดด้วย
เงื่อนไขนี้ต่างหากเล่าที่ทำให้ “ยิ่งลักษณ์” เคลื่อนไหวลำบาก จึงทำได้เพียงแค่ “ทำใจ” และรอดูสถานการณ์เท่านั้น
แต่วิบากกรรมของ “ยิ่งลักษณ์” ดูเหมือนจะไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะในส่วนของความผิดทางอาญาที่ “ยิ่งลักษณ์” จะได้รับจากคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวนั้น ทีมทนายความประเมินเบื้องต้นแล้วว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น่าจะตัดสินคดีภายในช่วงกลางปี 2558
ถึงตรงนี้เสียงคนใน “เพื่อไทย” ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สุดท้ายก็คงปิดเกมด้วยการ "ยุบพรรคเพื่อไทย” ตามเป้าหมายที่วางกันเอาไว้ตั้งแต่ต้นว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะต้องไม่มี “พรรคเพื่อไทย” ในสนามเลือกตั้ง และหากเป็นไปได้ ก็จะพยายามไม่ให้มีแม้กระทั่งคนในตระกูล “ชินวัตร” ได้ลงสนามเลือกตั้งด้วยซ้ำไป
เมื่อคน “เพื่อไทย” อ่านเกมแล้วว่า สุดท้ายทิศทางการเมืองไทยจะต้องเดินไปตามแนวทางนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ซึ่งอยู่ในภาวะนิ่งเงียบมานานตั้งแต่หลังการปฏิวัตินั้น แม้ “น้องสาว" กำลังถูกกดดันอย่างหนักก็ตาม เนื่องจากประเมินแล้วว่า คสช.อาจกำลังล่อให้ออกมาเคลื่อนไหวแล้วโยนให้ตัวเองต้องเป็น "แพะ" และอาศัยเหตุผลนี้เพื่ออยู่ในอำนาจต่อไป
ปล่อยให้ต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ช่วยเรียกร้องกดดันให้ประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็วแทน
ขณะที่ “คนเสื้อแดง” ซึ่งถือเป็นมวลชนหนุนหลังให้กับพรรคเพื่อไทยมาตลอดนั้น ก็ยังคงนิ่ง รอจังหวะที่รัฐบาลและคสช.ก้าวพลาดอย่างใจเย็นต่อไป
เห็นได้จากคำให้สัมภาษณ์ของ “จตุพร พรหมพันธุ์” ประธานนปช.ที่พูดชัดถ้อยชัดคำว่า “ถามว่าคนเสื้อแดงจะออกมาไหมหาก “ยิ่งลักษณ์” ถูกถอดถอน ขอบอกว่าให้พี่น้องใจเย็นๆ มีสติให้มาก บางเรื่องยิ่งรีบก็ยิ่งช้า ถ้าออกมาเดี๋ยวจะกลายเป็นแพะ หนังเรื่องนี้ต้องดูตั้งแต่ต้น นี่เพิ่งดำเนินมาถึงกลางเรื่อง อย่าลุกออกจากโรงจนกว่าหนังจะจบ”
อาจจะมีที่สะดุดหูอยู่บ้างก็ตรงคำให้สัมภาษณ์ของ “ก่อแก้ว พิกุลทอง” หนึ่งในแกนนำนปช.ที่ว่า “ยิ่งลักษณ์ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องหลบหนีคดี หากถูกตัดสินว่าผิด เชื่อว่าจะมีประชาชนจำนวนมากออกมาแสดงความสงสารและให้กำลังใจในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง” ก่อนจะตบท้ายด้วยประโยคเหน็บแนมแบบจัดเต็มว่า “นโยบายช่วยเหลือเกษตรกรรัฐบาลต้องขาดทุนอยู่แล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะมีกำไรจากการช่วยเหลือเกษตรกร ถ้าจะติดคุกเพราะช่วยเหลือประชาชนก็ให้มันรู้ไป”
แต่ที่น่าเป็นห่วงกลับกลายเป็นเรื่องที่ว่า พรรคเพื่อไทยทำตัวเองเสียแต้มซะเอง เพราะไปประเมินว่าคสช.ส่งสัญญาณชัดเจนว่าไม่เอาคนตระกูลชินวัตร รวมทั้งจากนี้ไปจะมีการดำเนินคดีกับอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย อดีตส.ส.หลายคนจึงตัดสินใจแบบฆ่าตัวตายด้วยการนั่งรอลุ้นผลโดยไม่ทำอะไร ไม่กล้าแม้แต่จะใช้จ่ายหรือลงพื้นที่เพื่อรักษาฐานเสียงของตัวเองเอาไว้
สถานการณ์ชักเริ่มสุกงอมขึ้นทุกที อีกไม่นานคงได้เห็นกันแล้วว่า สุดท้าย ใครที่จะขยิบตาก่อนกัน!!!





