วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งกทม.ชดใช้เงินชาวบ้านชินเขต7ราย

ศาลปกครองกลางสั่งกทม.ชดใช้เงินชาวบ้านย่านชินเขต7ราย คนละ3.5หมื่นบาท ภายใน60วัน เมื่อคดีถึงที่สุด หลังพบคอนโดแอสปายสร้างความรำคาญให้ชาวบ้าน

ศาลปกครองกลางสั่งกทม.ชดใช้เงินชาวบ้านย่านชินเขต 7 ราย คนละ 3.5 หมื่นบาท ภายใน 60 วันเมื่อคดีถึงที่สุด หลังพบคอนโดแอสปาย งามวงศ์วาน ก่อสร้างฝ่าฝืนคำสั่ง ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ EIA เคร่งครัด ก่อความรำคาญให้ชาวบ้าน พร้อมสั่งเขตหลักสี่คุมบริษัทสร้างคอนโดทำตามมาตรการแก้ไขสิ่งแวดล้อม EIA ขณะที่นายกสมาคมต้านโลกร้อน ระบุเล็งอุทธรณ์คดีอีกหวังให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง

ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้กรุงเทพมหานคร ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายกับชาวบ้านที่พักอาศัยในซอยชินเขต 7 ราย ที่ได้รับความเสียหายจากการก่อสร้างแอสปาย คอนโดมิเนียม ถ.งามวงศ์งาน ที่มีความสูง 28 ชั้น ของบริษัทเดอะแวลู พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้ถูกฟ้องที่ 5 เป็นเงินรายละ 35,503.42 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องคดี (ฟ้องวันที่ 2 ส.ค.54) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุดและให้ผู้อำนวยการเขตหลักสี่ ผู้ถูกฟ้องที่ 3 ใช้อำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดในพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เพื่อให้บริษัท เดอะแวลู พร็อพเพอร์ตี้ฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 5 ดำเนินการก่อสร้างแอสปาย คอนโดมิเนียม ถ.งามวงศ์วาน โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่กำหนดไว้ในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญการพิจารณารานงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคาร การจัดสรรที่ดิน และการบริการชุมชน ผู้ถูกฟ้องที่ 6 เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.53 อย่างเคร่งครัด ทั้งในช่วงก่อสร้างและช่วงเปิดดำเนินโครงการ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก และให้คำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการ เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษามีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าคดีถึงที่สุด


โดยคดีนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและชาวบ้านในบริเวณก่อสร้างคอนโดดังกล่าวรวม 39 ราย ยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร, ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร, ผู้อำนวยการเขตหลักสี่, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, บริษัท เดอะแวลู พร็อพเพอร์ตี้ ฯ และคณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญการพิจารณารานงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคาร การจัดสรรที่ดิน และการบริการชุมชน เป็นจำเลยที่ 1-6 เรื่องเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ละเลยต่อหน้าที่ กรณีที่กรุงเทพมหานครกับพวกออกใบอนุญาตให้มีการก่อสร้างแอสปาย คอนโดมิเนียมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งบริษัท เดอะแวลู พร็อพเพอร์ตี้ ฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 5 ได้ดำเนินการก่อสร้างจนเป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญในเวลาพักผ่อนของผู้ฟ้อง และยังไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามที่กำหนดไว้ ผู้ฟ้องจึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตการก่อสร้างแอสปาย คอนโดมิเนียม หรือสั่งให้แก้ไขปรับปรุงแบบแปลนการก่อสร้างอาคารดังกล่าว ให้ลดจำนวนชั้นหรือความสูงของอาคารไม่เกิน 50 เมตร หรือปรับปรุงแบบแปลนอาคารไม่ให้กั้นทางลมและแสงอาทิตย์

รวมทั้งกำหนดรูปแบบอาคารให้มีระยะถอยร่น เพื่อป้องกันปัญหาไฟไหม้และแผ่นดินไหว,
ขอให้กรุงเทพมหานคร และผอ.สำนักการโยธา ผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 ตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ครบถ้วน ก่อนดำเนินการก่อสร้างในแต่ละขั้นตอน, ขอให้กรุงเทพมหานคร, ผู้อำนวยการสำนักการโยธา, ผู้อำนวยการเขตหลักสี่ และบริษัท เดอะแวลู พร็อพเพอร์ตี้ ฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 และ 5 ร่วมกันรับผิดในความเสียหายที่เกิดกับอาคารบ้านเรือน, ขอให้ขอให้กรุงเทพมหานคร, ผู้อำนวยการสำนักการโยธา และผู้อำนวยการเขตหลักสี่ ผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 มีคำสั่งห้ามบริษัท เดอะแวลู พร็อพเพอร์ตี้ ฯ ผู้ต้องหาที่ 5 ก่อสร้างหรือปฏิบัติงานใดๆ ในช่วงเช้าก่อนเวลา 08.00 น. และเย็นหลังเวลา 17.00 น. ทั้งในวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ รวมทั้งห้ามไม่ให้บริษัท เดอะแวลู พร็อพเพอร์ตี้ ฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 5 นำคนงานมาพักอาศัยในบริเวณโครงการ เว้นแต่จะเป็นพนักงานรปภ., ขอให้ขอให้กรุงเทพมหานคร, ผู้อำนวยการสำนักการโยธา, ผู้อำนวยการเขตหลักสี่ และบริษัท เดอะแวลู พร็อพเพอร์ตี้ ฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 และ 5 ร่วมกันชดใช้เงินให้กับผู้ฟ้องที่ 2-39 วันละ 2,000 บาทต่อราย พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.54 จนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุด ในการชดใช้ค่าเสียหายที่ต้องเปิดใช้เครื่องปรับอากาศตลอดเวลา และเป็นค่าความเสียหายทางจิตใจที่ไม่สามารถพักผ่อนได้ตามปกติ, ขอให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 4 เพิกถอนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ขอโครงการแอสปาย คอนโดมิเนียมดังกล่าว และให้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่รอบโครงการรัศมี 50 เมตร รวมทั้งให้ผู้ถูกฟ้องที่ 4 กำหนดจุดตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมใหม่ โดยเฉพาะจุดตรงวัดเสียง ความสั่นสะเทือนและอากาศ ให้อยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง พร้อมรายงานผลการตรวจวัดดังกล่าวในรายงานการวิเคราะห์ EIA ให้ผู้ฟ้องทั้ง 39 คนรับทราบถูก 7 วัน


โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้อำนวยการสำนักการโยธา ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ออกใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะขอก่อสร้างอาคาร โดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 39 ทวิ ให้กับบริษัท เดอะแวลู พร็อพเพอร์ตี้ ฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 5 โดยผู้ถูกฟ้องที่ 5 ได้ก่อเหตุรำคาญให้กับผู้ฟ้อง เนื่องจากการก่อสร้างก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น แรงสั่นสะเทือน เสียงดังรบกวน และไม่มีการวางมาตรการป้องกันอันตราจากการก่อสร้างอย่างเพียงพอ ซึ่งได้มีการแจ้งเหตุเดือดร้อนดังกล่าวกับฝ่ายโยธา สำนักงานเขตหลักสี่ แต่ไม่ได้รับการแก้ไข ต่อมาผู้ฟ้อง จึงได้มีหนังสือลงวันที่ 24 เม.ย.54 ร้องเรียนต่อผู้ว่าฯ กทม. โดยการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ของผู้อำนวยการเขตหลักสี่ ผู้ถูกฟ้องที่ 3 เมื่อวันที่ 18 พ.ค.54 พบว่าบริษัทผู้ถูกฟ้องที่ 5 ไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และแผนการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมในรายงาน EIA ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผู้ถูกฟ้องที่ 5


ต่อมาผู้อำนวยการสำนักงานเขตหลักสี่ ผู้ถูกฟ้องที่ 3 จึงได้มีคำสั่งวันที่ 24 พ.ค.54 ให้บริษัทผู้ถูกฟ้องที่ 5 วิศวกรและสถาปนิกผู้ควบคุมงานระงับการก่อสร้าง และห้ามไม่ให้ใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆ ของอาคาร ตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ มาตรา 40 (1) (2) แต่บริษัทผู้ถูกฟ้องที่ 5 ยังดำเนินการก่อสร้างคอนโดโดยฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว ซึ่งผู้ฟ้องที่ 2 ได้ทำหนังสือแจ้งปลัดกทม. เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.54 ต่อมาผู้อำนวยการสำนักงานเขตหลักสี่ ผู้ถูกฟ้องที่ 3 ก็ได้มีหนังสือวันที่ 22 มิ.ย.54 ถึงผกก.สน.ทุ่งสองห้องให้ดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว เพราะบริษัทผู้ถูกฟ้องที่ 5 ยังคงดำเนินการก่อสร้างคอนโดโดยฝ่าฝืนคำสั่ง และต่อมาวันที่ 5 ก.พ.56 ผู้ถูกฟ้องที่ 3 ได้มีหนังสือถึงบริษัทผู้ถูกฟ้องที่ 5 และบุคคลดังกล่าว ระงับการก่อสร้างอาคาร จากกรณีที่มีการก่อสร้างรั้วและแผงป้องกันอันตรายที่ไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตด้วย


ศาลเห็นว่า การที่ผู้ถูกฟ้องที่ 3 ได้มีหนังสือถึงผู้กำกับสน.ทุ่งสองห้องให้ดำเนินคดีกับวิศวกรและสถาปนิกผู้ควบคุมงาน แต่ไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทผู้ถูกฟ้องที่ 5 ตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ มาตรา 65, 69, 70 และ 72 ซึ่งถือเป็นมาตรการที่รุนแรงยิ่งขึ้น เพื่อให้คำสั่งของผู้ถูกฟ้องที่ 3 ที่ให้บริษัทผู้ถูกฟ้องที่ 5 ต้องระงับการก่อสร้างนั้นสัมฤทธิ์ผล โดยผู้ถูกฟ้องที่ 3 ได้แจ้งความดำเนินคดีกับวิศวกรและสถาปนิกควบคุมงานในความผิดฐานก่อสร้างอาคารโดยฝ่าฝืนคำสั่งต่อพนักงานสอบสวนสน.ทุ่งสองห้อง เมื่อวันที่ 23 ส.ค.54 หลังจากที่ผู้ฟ้องได้ยื่นฟ้องคดีนี้ในวันที่ 2 ส.ค.54 การกระทำของผู้ถูกฟ้องที่ 3 จึงถือได้ว่าเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ซึ่งกรุงเทพมหานคร ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ก็ต้องรับผิดในการชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ฟ้องคดีตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 5 จึงพิพากษาให้กรุงเทพมหานครชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ฟ้อง 7 ราย และให้ผู้อำนวยการเขตหลักสี่ ผู้ถูกฟ้องที่ 3 ใช้อำนาจหน้าที่ตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ ให้บริษัทผู้ถูกฟ้องที่ 5 ดำเนินการก่อสร้างแอสปาย คอนโดมิเนียม โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตามมาตรการที่กำหนดไว้ใน EIA ที่ได้รับความเห็นชอบเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.53 อย่างเคร่งครัด ทั้งในช่วงก่อสร้างและช่วงเปิดดำเนินโครงการ ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก และให้คำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการ เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษามีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าคดีถึงที่สุด


ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมโลกร้อน ผู้ร่วมฟ้องคดีนี้ กล่าวว่า กลุ่มผู้ฟ้องยังจะพิจารณาการยื่นอุทธรณ์คดีต่อไป ซึ่งแม้ศาลจะพิจารณากำหนดให้กรุงเทพมหานครชดใช้ค่าเสียหายกับผู้ฟ้องบางส่วน แต่เราต้องการให้มีการเพิกถอนการก่อสร้างโครงการดังกล่าวด้วย