ป.ป.ช.ส่งหนังสือแจ้งนัด "ยิ่งลักษณ์" พบอสส. 19 ก.พ.นี้ ส่งฟ้องคดีจำนำข้าวต่อศาลฎีกา ส่วนคดีระบายข้าวชงสำนวน"บุญทรง"ให้อัยการสัปดาห์หน้า
ด้านทหารตามประกบ"ยิ่งลักษณ์"ขณะไปไหว้บรรพบุรุษที่เชียงใหม่ แม่ทัพภาค 3 ปัดทหารค้นรถ ชี้แค่ดูแลรักษาความปลอดภัยในฐานะอดีตนายกฯ กกต.แจกใบแดงส.ว.ศรีสะเกษ-ระนอง ฟันอาญา "อริสมันต์" ฐานตัดต่อภาพ-ใส่ร้ายป้ายสีผู้สมัครปชป.
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยความคืบหน้าการส่งหนังสือเรียกตัว นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกชี้มูลความผิดคดีอาญา กรณีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ให้แก่อัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินการส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า ในวันนี้(10 ก.พ.) เลขาธิการป.ป.ช.ได้ส่งหนังสือให้กับ นางสาวยิ่งลักษณ์ เพื่อให้ไปรายงานตัวต่ออสส.ในวันที่ 19 ก.พ.นี้ เวลา 10.00 น. เพื่อนำตัวส่งฟ้องต่อศาลฎีกาฯ
ส่วนความคืบหน้าในการส่งสำนวนคดีอาญา นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวก ที่ถูกคณะกรรมการป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยมิชอบให้กับอสส.นั้น ขณะนี้กรรมการ ป.ป.ช.ได้ลงรายชื่อในสำนวนเสร็จหมดแล้ว กำลังให้เจ้าหน้าที่ประสานกับอสส.อยู่ เนื่องจากต้องส่งสำนวนหลังวันที่ประชุมมีมติรับรองภายใน 14 วัน ซึ่งคาดว่าจะส่งสำนวนให้อสส.ได้ภายในสัปดาห์หน้า
ทหารตามประกบ"ยิ่งลักษณ์"ที่เชียงใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ นางสาวยิ่งลักษณ์ หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่อนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศตามคำขอ ว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางไปยัง จ.เชียงใหม่ เมื่อบ่ายวันที่ 9 ก.พ. เพื่อร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษ แต่การเดินทางกลับ จ.เชียงใหม่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาค 3 ได้เข้าสืบข่าวถึงบ้านพักที่ หมู่บ้านกรีนวัลเล่ย์ อ.แม่ริม ซึ่งเป็นบ้านพักของ นางสาวยิ่งลักษณ์
ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 10 ก.พ.ขณะที่นางสาวยิ่งลักษณ์ พร้อมผู้ติดตามและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกำลังออกจากบ้านพักกรีนวัลเลย์ เพื่อไปร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษร่วมกับญาติ ๆ ที่วัดโรงธรรมสามัคคี อ.สันกำแพง ปรากฏว่าได้มีทหารจากกองทัพภาคที่ 3 และตำรวจ ตั้งด่านตรวจค้นรถของอดีตนายกฯ และเจ้าหน้าที่ที่ติดตาม เพื่อรักษาความปลอดภัย ซึ่งขณะนั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ นั่งอยู่ในรถโฟล์กตู้ ทะเบียน กธ 77 เชียงใหม่ ซึ่งก็ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้น
ภายหลังตรวจค้น นางสาวยิ่งลักษณ์ ยังคงเดินทางไปร่วมทำบุญอุทิศที่วัดโรงธรรมสามัคคีตามปกติ อย่างไรก็ตาม ทหารและตำรวจ ยังได้เฝ้าประกบติดตามความเคลื่อนไหวของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ตลอดทั้งวัน
ทั้งนี้มีรายงานว่า โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย อ.เมือง ซึ่ง นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้เคยศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ได้เชิญ นางสาวยิ่งลักษณ์ เพื่อไปร่วมงาน "คืนสู่เหย้าชาวบานเย็น ก้าวสู่ปีที่ 110 ชาวบานเย็น" วันเสาร์ที่ 14 ก.พ.ด้วย
มทภ.3ปัดทหารค้นรถอดีตนายกฯ
ด้าน พล.ท.สาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขอยืนยันว่าทหารไม่ได้ตรวจค้นรถของอดีตนายกฯ แต่อย่างใด แต่ทางทหารของมณฑลทหารบกที่ 33 (มทบ.33) ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5 ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยตั้งจุดตรวจจุดสกัดดูแลความมั่นคงเท่านั้น
พล.ต.ธนา จารุวัต เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ในฐานะโฆษกกองทัพภาคที่ 3 กล่าวเช่นกันว่า เป็นการตั้งจุดตรวจ-จุดสกัดหรือด่านตรวจความมั่นคงตามปกติร่วมกับตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตั้งด่านตั้งแต่เวลา 22.00 -12.00 น.ของอีกวัน เพื่อรักษาความปลอดภัย ประกอบกับมีกระแสข่าวเรื่องยาเสพติดและความเคลื่อนไหวที่จะก่อความวุ่นวาย จึงต้องมีความเข้มงวดกวดขัน โดยไม่ได้เป็นการเจาะจงบุคคลแต่อย่างใด
ขออภัยหากทำให้"ยิ่งลักษณ์"ไม่สบายใจ
ขณะที่ พล.ต.ศรายุทธ รังษี ผบ.มทบ.33 กล่าวว่า ทหารไม่ได้ตรวจค้นรถ นางสาวยิ่งลักษณ์ เพราะให้เกียรติ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย เมื่อเข้าพื้นที่ แต่ยอมรับมีการตรวจค้นรถในขบวน แต่ไม่ได้แตะต้องรถอดีตนายกฯ รวมทั้งการจัดรถทหารตามประกบ เป็นเพียงการดูแลรักษาความปลอดภัยเมื่อมีบุคคลระดับวีไอพีเข้าพื้นที่เท่านั้น
"ต้องขออภัย หากทำให้อดีตนายกฯไม่สบายใจ แต่ทหารตั้งจุดตรวจร่วมกับตำรวจเพื่อดูแลบุคคลระดับวีไอพี เบื้องต้นได้สั่งยกเลิกด่านจุดตรวจดังกล่าวแล้ว ซึ่งไม่ได้เป็นการร้องขอจากอดีตนายกฯ แต่อย่างใด ทั้งนี้ขอชี้แจงว่าทหารมีวิธีดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคลระดับวีไอพีในพื้นที่ตามระเบียบอยู่แล้ว และไม่ได้เป็นการตามประกบ อย่าคิดมากว่าทหารตาม เพราะกลัวหนีออกนอกประเทศ"พล.ต.ศราวุธ กล่าว
กกต.แจกใบแดงส.ว.ศรีสะเกษ-ระนอง
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการด้านสืบสวนสอบสวน สำนักงานกกต. แถลงว่าที่ประชุมกกต.มีมติสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง(ใบแดง) พร้อมดำเนินคดีอาญา น.ส.วิลดา อินฉัตร ส.ว.ศรีสะเกษ จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 30 มี.ค.2557 กรณีให้นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นำแผ่นซีดีไปแจกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2556 ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรห้วยทับทัน จำกัด อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้
และกรณีรู้เห็นเป็นใจให้นายอริสมันต์ และนายพรชัย มณีนิล หาเสียงด้วยวิธีการใส่ร้ายคู่แข่งและหลอกลวงผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาประชุม เพื่อต้อนรับ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ด้วยการนำรูปภาพของนายสมภพ มั่นคง ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ที่ตัดต่อไว้กับรูปภาพบุคคลอื่น คู่กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. พร้อมแนวร่วมคนอื่นๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่านายสมภพ เป็นแนวร่วมกลุ่มกปปส. โดยมีข้อความบนรูปภาพว่า "คุณสมภพบริจาค 2 ล้าน ต้านระบบทักษิณ ผู้สมัครส.ว. เบอร์ 5" พร้อมนำสำเนาภาพนั้นไปแจกจ่ายให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในตัวนายสมภพ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนให้กับตนเอง ซึ่งกกต.ได้สั่งให้มีการดำเนินคดีอาญานายอริสมันต์ ในกรณีดังกล่าวด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้กกต.ได้สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง น.ส.วิลดา ไปแล้ว ในข้อหาหลอกลวงผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้เข้าใจผิด โดยแจ้งใบแนะนำตัวอ้างว่าสำเร็จการศึกษาในระดับดอกเตอร์
นอกจากนี้ ยังสั่งให้มีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญากับนายศักดิ์ดา ศรีวิริยะไพบูลย์ ส.ว.ระนอง จากการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2557 กรณีรู้เห็นเป็นใจให้ผู้สนับสนุนนำปฏิทินประจำปี 2557 ที่มีภาพตราสัญลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ภาพนายวิรัช ร่มเย็น อดีตส.ส.ระนอง และภาพของตนเอง พร้อมข้อความใต้ภาพว่า "อดีตผู้สมัครส.ว.ระนอง อดีตผู้ชำนาญการประจำตัวส.ส.วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์" ไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนใน จ.ระนอง เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยทั้ง 2 กรณี กกต.จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา หากศาลมีความเห็นตามที่กกต.เสนอ ก็จะดำเนินคดีอาญาต่อไป
ตร.เร่งล่าเพื่อนร่วมแก๊ง"บรรพต"
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการดำเนินคดีกับนายหัสดิน อุไรไพรวัน หรือ"บรรพต" ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งถูกจับกุมตัวได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านซอยศูนย์วิจัย เมื่อคืนวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลถึงเครือข่ายการกระทำผิด โดยมีหลักฐานยืนยันได้ว่า นายหัสดิน เป็นผู้ใช้นามแฝง"บรรพต" และเป็นหัวหน้าขบวนการผลิตคลิปเสียงหมิ่นสถาบัน
โดยนายหัสดิน ให้การรับสารภาพกับตำรวจว่า เป็นผู้ผลิตคลิปเสียงหมิ่นสถาบันจริง และจากข้อมูลของตำรวจคาดว่า มีผู้ร่วมขบวนการอีกพอสมควร ขณะเดียวกันได้ประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการดังกล่าว พร้อมทั้งติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วนต่อไป
นำมือโพสต์แถลงการณ์ปลอมขึ้นศาลทหาร
ที่กรมพระธรรมนูญ ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ปอท.) ได้นำตัวนายกฤษณ์ หรือ เน็ท บุดดีจีน อายุ 26 ปี และนายนิรันดร์ เยาวภาว์ ผู้ดูแลเว็บไซต์ผู้จัดการ ในฐานะเป็นผู้เผยแพร่แถลงการณ์สำนักพระราชวังปลอม มาขอฝากขังผลัดแรกภายหลังถูกควบคุมตัว
ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนปช. กล่าวว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่แจ้ง 2 ข้อหากับนายกฤษณ์ คือ ทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เบื้องต้นเจ้าตัวให้การภาคเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่ามีการโพสต์เอกสารดังกล่าวจริง ต่อมาเมื่อทราบว่าเป็นเอกสารปลอมก็ลบออก แต่มีข้อมูลค้างในแอฟพิเคชั่น จึงนำมาซึ่งการจับกุม
ทั้งนี้ตนมองว่าโดยปกติเจ้าหน้าที่รัฐต้องออกหมายเรียก ก่อนจะออกหมายจับ แต่กลับใช้วิธีเข้าควบคุมตัวทันทีซึ่งไม่ถูกต้อง แม้จะอ้างกฎอัยการศึก แต่การดำเนินการต้องมีขอบเขต ดังนั้นจะมีการฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมทั้งได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินมูลค่า 2 ล้านบาทเพื่อประกันตัว หากศาลรับตัวไว้
ขณะที่นายสุวัตร อภัยภักดี ทนายนายนิรันดร์ กล่าวว่า ได้แนะนำให้นายนิรันด์มอบตัว หลังจากศาลทหารไม่เพิกถอนหมายจับ เพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวน เพราะเอกสารดังกล่าวได้รับจากการส่งต่อกันมา ก่อนจะนำขึ้นเว็บไซต์เพียงแค่ 10 นาที เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นเอกสารปลอมจึงลบออก และเขียนขอโทษบนเว็บไซต์ จากนั้นในวันรุ่งขึ้นได้แจ้งความ สน.ชนะสงคราม และยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ โดยเตรียมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน มูลค่า 2 ล้านบาท เพื่อขอประกันตัว
ศาลทหารไฟเขียวฝากขัง"กฤษณ์"12วัน
ต่อมา นายวิญญัติ กล่าวภายหลังการร่วมฟังพิจารณาคดีของนายกฤษณ์ ว่า ศาลทหารได้รับคำร้องที่เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนที่ยื่นเรื่องขอฝากขังนายกฤษณ์ เนื่องจากเห็นว่าทางพนักงานสอบสวนต้องสอบสวนพยานอีกจำนวน 10 ปาก และตรวจสอบทางด้านเทคนิค ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลา โดยศาลฯ ได้พิจารณาแล้วให้ฝากขังผัดแรก ระหว่างวันที่ 10- 21 ก.พ. เป็นระยะเวลา 12 วัน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทั้งนี้ทางทนายความไม่ได้ยื่นเรื่องเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวแต่อย่างใด เพราะมีปัญหาเรื่องเอกสารไม่สมบูรณ์
อนุมัติหมายจับเพิ่มอีก1โยงระเบิดป่วนกรุง
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมคณะได้ประชุมหารือกรณีเหตุระเบิดที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าพารากอน
พล.ต.ท.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมากถึง 70% นอกจากนี้มีการขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญาเพิ่มอีก 2 ราย ที่มีความเกี่ยวโยงกับคดีระเบิดที่เกิดขึ้น ซึ่งศาลอนุมัติหมายจับ 1 ราย และไม่อนุมัติอีก 1 ราย โดยให้มาเพิ่มพยานหลักฐาน
มีรายงานว่า ผู้ต้องหาที่ขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติม 2 ราย มีความเชื่อมโยงกรณีตำรวจ สน.บางเขน จับกุมผู้ต้องหา 2 คน ที่หน้าวัดราษฎร์นิยมธรรม ซอยพหลโยธิน 52 เมื่อปลายเดือนม.ค.2557 ซึ่งครั้งนั้นผู้ต้องหาทั้งสองกำลังขนระเบิดไปป์บอมบ์ 23 ลูก ไปส่งให้เครือข่ายที่ย่านสะพานใหม่





