ครม.ไฟเขียว ร.ฟ.ท.ต่ออายุเงินกู้ 800 ล้านบาทอีก1ปี ระบุ ให้องค์กรสามารถดำเนินการกิจการต่อไปได้ช่วงขาดสภาพคล่อง
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)ต่ออายุสัญญาเงินกู้วงเงิน 800 ล้านบาทออกไปอีก 1 ปี ตาม พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494
โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้พร้อมยกเว้นค่าธรรมเนียมการค้ำประกันให้แก่ รฟท.ตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีรับพิจารณาแล้ว
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ร.ฟ.ท.ได้รายงานให้ ครม.ทราบว่าหนี้เงินกู้จำนวนดังกล่าว ร.ฟ.ท.ได้ทำสัญญาไว้กับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประกอบไปด้วยวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี 300 ล้านบาท และวงเงินกู้โดยตั๋วสัญญาใช้เงินแบบหมุนเวียน 500 ล้านบาท โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกันทั้งนี้สัญญาเงินกู้ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 29 มี.ค.2558
โดย ร.ฟ.ท.จำเป็นที่จะต้องมีวงเงินสำรอง เพื่อใช้เป็นสภาพคล่องในช่วงที่มีปัญหาเงินสดขาดมือ ดังนั้นเพื่อให้ ร.ฟ.ท.ดำเนินการให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง จึงต้องกู้เงินระยะสั้น โดยต่ออายุสัญญาเงินกู้วงเงิน 800 ล้านบาท กับธนาคารกรุงไทยออกไปอีก 1 ปี โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ พร้อมยกเว้นค่าธรรมเนียมค่าค้ำประกันเงินกู้ โดยกระทรวงการคลังพิจารณาแล้วว่าการแก้ปัญหาดังกล่าว มีความจำเป็นเพื่อให้ ร.ฟ.ท.ดำเนินการต่อไปได้ และเป็นไปตามหลักการที่ ร.ฟ.ท.ต้องขออนุมัติจาก ครม.ในการขอกู้เงินเกินครั้งละ 5 ล้านบาท
สำหรับวงเงินกู้ดังกล่าว อยู่ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 57 วงเงิน 1.253 ล้านล้านบาท ซึ่งแยกเป็นของร.ฟ.ท. วงเงินรวม 36,412 ล้านบาท โดยมีรายการเงินกู้เพื่อบรรเทาการขาดสภาพคล่อง วงเงิน 12,493 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินกู้เพื่อต่ออายุสัญญาเงินกู้ระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง(เงินเบิกเกินบัญชี) จำนวน 800 ล้านบาท และเงินกู้ระยะยาว เพื่อใช้ในการดำเนินงานของร.ฟ.ท. จำนวน 11,693 ล้านบาท





