"วิสาหกิจเพื่อสังคม" จะเป็นองค์กรที่ใช้วิธีบริหารกิจการเช่นเดียวกับบริษัทเอกชน แต่เป้าหมายสำคัญของการประกอบธุรกิจ
สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะหนึ่งในองค์กร "แม่น้ำ 5 สาย" ยังคงเดินหน้าประชุมเพื่อพิจารณาประเด็นและข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ
โดยเฉพาะเพิ่งได้โจทย์ข้อยากจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะ "กัปตันเรือแป๊ะ" ให้เร่งรัดสร้างผลงานโดยไม่สร้างความขัดแย้ง และไม่สวนทางกับสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ
ล่าสุดเมื่อวานนี้ (9 ก.พ.) มีการประชุม สปช. โดยมี นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วาระพิจารณาที่สำคัญ คือ รายงานการศึกษาวิจัยเรื่อง "วิสาหกิจเพื่อสังคม" และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมการศึกษาและจัดทำรายงานเรื่องวิสาหกิจเพื่อสังคมพร้อมร่างกฎหมาย สปช.ได้พิจารณาเสร็จแล้ว
ทั้งนี้มี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธาน สปช.คนที่ 1 ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการฯ ทำหน้าที่เสนอรายงานต่อที่ประชุม สปช. โดย นายบวรศักดิ์ ให้มีการพิจารณาและลงมติเพื่อดำเนินการดังนี้
1.เห็นชอบกับรายงานและข้อเสนอของคณะกรรมการฯ 2.เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. ... และ 3.เห็นชอบให้ส่งรายงาน ตามข้อ 1 และร่าง พ.ร.บ. ตามข้อ 2 ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อดำเนินการเสนอร่าง พ.ร.บ.ต่อ สนช.ต่อไป
นายบวรศักดิ์ นำเสนอหลักการและเหตุผลว่า กรอบแนวคิดของ "วิสาหกิจเพื่อสังคม" เป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ที่จะทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง ซึ่งเป็นแนวทางในการส่งเสริมการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในภาคเอกชนให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเกื้อกูลกัน ภายใต้รูปแบบองค์กรทางสังคม
ทั้งนี้ "วิสาหกิจเพื่อสังคม" จะเป็นองค์กรที่ใช้วิธีบริหารกิจการเช่นเดียวกับบริษัทเอกชน แต่เป้าหมายสำคัญของการประกอบธุรกิจ คือ การนำกำไรที่ได้จากการดำเนินการกลับคืนสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น วิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ รับบุคคลที่พ้นโทษเข้าเป็นพนักงานในบริษัท หรือรับบุคคลที่ทุพพลภาพเข้าทำงานในกิจการ แทนที่จะปล่อยให้บุคคลกลุ่มดังกล่าวรอรับผลประโยชน์หรือการสงเคราะห์จากสังคมเพียงอย่างเดียว
นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อว่า การส่งเสริมให้เกิดวิสาหกิจเพื่อสังคมที่มีคุณภาพ จะต้องผลักดันนโยบายและมาตรการเชิงยุทธศาสตร์ ดังนี้
1.ส่งเสริมให้เกิดการเรียนการสอนเรื่องวิสาหกิจเพื่อสังคมในทุกระดับชั้น 2.ต้องนำการวิจัยและนวัตกรรมใหม่มาปรับใช้ 3.รัฐต้องสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนในระยะเริ่มต้น 4.เปิดโอกาสให้จดทะเบียนรับรองสถานะเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม
5.สร้างระบบการจดทะเบียนพาณิชย์สำหรับวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ไม่ได้มุ่งแสวงผลกำไรมาแบ่งปันกัน 6.ต้องมีระบบกองทุนสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม 7.สร้างระบบจัดซื้อจัดจ้างที่ยั่งยืน 8.สร้างระบบยกเว้นหรือลดภาษีสำหรับวิสาหกิจเพื่อสังคม และ 9.สร้างกลไกในทุกระดับทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ภายหลังการนำเสนอของนายบวรศักดิ์ ปรากฏว่ามีสมาชิก สปช.ลุกขึ้นอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับรายงานการวิจัย และร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยมองว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคม ทำให้วิสาหกิจเพื่อสังคมถูกต้องตามกฎหมาย
นายบวรศักดิ์ กล่าวในตอนท้ายก่อนที่ประชุมลงมติว่า จะนำสาระและข้อคิดเห็นต่างๆ ไปปรับปรุงให้ร่างกฎหมายเหมาะสมยิ่งขึ้น ก่อนนำไปเสนอ ครม.และ สนช.ต่อไป เมื่อ ครม.ให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ก็จะขอให้ สปช.เข้าไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายด้วย เพราะร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม เป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินอย่างแน่นอน
ในที่สุดที่ประชุม สปช.ลงมติเห็นด้วยกับรายงานการศึกษาวิจัยเรื่องวิสาหกิจเพื่อสังคม ด้วยคะแนน 230 ต่อ 2 งดออกเสียง 1 เสียง และลงมติเห็นด้วยกับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิก ด้วยคะแนน 220 งดออกเสียง 11 เสียง เพื่อคณะกรรมการฯนำไปปรับปรุงรายงานที่จะนำเสนอ
จากนั้นที่ประชุมได้มีมติเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. ... ตามที่คณะกรรมการฯเสนอ ด้วยคะแนน 225 ต่อ 5 งดออกเสียง 4 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 และมีการลงมติอีกครั้งเพื่อให้มีการปรับปรุงแก้ไขตามที่สมาชิกได้อภิปราย ด้วยคะแนน 182 ต่อ 45 งดออกเสียง 7 เสียง
หลังจากนี้จะส่ง ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ไปยังคณะกรรมการฯ เพื่อปรับปรุงแก้ไขภายใน 7 วัน





