วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มั่นใจไทย'หลุดเทียร์3'หลังเข้มงวดใช้กฎหมาย

แรงงานมั่นใจไทย"หลุดเทียร์ 3" อียูไม่แจกใบเหลือง หลังเข้มงวดใช้กฎหมายแก้ปัญหาแรงงานมาต่อเนื่อง

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า หลังประชุมการแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย(ไอยูยู) ร่วมกับนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วานนี้(9ก.พ.) ว่าได้หารือถึงการแก้ไขหาแรงงาน ตามที่สหรัฐ ได้จัดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ ของไทยอยู่ในระดับ"เทียร์ 3" และกำลังจะประเมินไทยอีกครั้งกลางปีนี้ การแก้ปัญหาไอยูยู ของสหภาพยุโรป (อียู) คาดว่าจะออกใบเหลืองแจ้งเตือนสินค้าประมงไทย ปลายเดือน ก.พ.นี้ และการแก้ปัญหาแรงงานเด็ก ตามที่กระทรวงแรงงานสหรัฐแจ้งเตือน


ปัญหาดังกล่าวคาดว่าไทยจะผ่านพ้นได้ เพราะกระทรวงแรงงานได้เข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น เห็นได้จากสถิติการจับกุมที่เพิ่มขึ้น เป็นไปตามที่สหรัฐและอียู ตั้งข้อสังเกตและแนะนำให้ปฏิบัติคือไทยมีกฎหมายด้านแรงงาน มีการบังคับใช้หรือไม่ แต่การดำเนินการของกระทรวงแรงงาน ได้ออกตรวจทุกวัน เช่น แรงงานเด็ก การแก้ปัญหาจนได้รับการชื่นชมจากสหรัฐ จึงไม่กังวล พร้อมเปิดให้ทุกประเทศเข้ามาตรวจสอบได้
“รัฐบาลได้ตั้งจุดตรวจแรงงานประมง 26 จุด มั่นใจว่าจะหลุดพ้นจากอันดับค้ามนุษย์เทียร์ 3 ของสหรัฐได้ เพราะกฎหมายไทย มีการบังคับใช้จริงจัง อยากขอให้เรือประมงให้ความร่วมมือตามมาตรการรัฐ ถ้าติดเทียร์ 3 ไมใช่แค่ประเทศที่เดือดร้อน แต่เดือดร้อนทุกฝ่าย การตัดสินเรื่องใบเหลืองจากอียู จะรู้ผลปลายเดือนก.พ.นี้ วันนี้ยังไม่ออกใบเหลือง”พล.อ. สุรศักดิ์ กล่าว


นอกจากนี้ รัฐบาลจะเร่งปรับปรุงบันทึกตกลงความเข้าใจ(เอ็มโอยู) ด้านแรงงานกับประเทศเพื่อนบ้าน จากฉบับเดิมที่ทำร่วมกับลาว พม่า และกัมพูชา ฉบับใหม่ปี2558 จะครอบคลุม 4 ประเด็น 1.ความร่วมมือด้านวิชาการแรงงานของประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และไทย 2.มาตรฐานฝีมือแรงงาน 3.การนำเข้าและส่งออกแรงงาน และ4. และความร่วมมืออื่นๆ ที่จะกำหนดร่วมในแต่ละปี
“รัฐบาลกำลังเดินหน้าจัดทำเอ็มโอยูแรงงานฉบับใหม่กับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือแบบทวิภาคี จะเจรจาเป็นรายประเทศเดือนมี.ค.นี้ จะปรับเอ็มโอยูกับ 3-4 ประเทศ จากนั้นจะประชุมร่วมกัน”พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าว


ด้านนายปีติพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนที่อียูได้เสนอให้ไทยเร่งดำเนินการ 4 เรื่อง 1.การจดทะเบียนเรือซึ่งดำเนินการแล้ว 51,205 ลำ ออกใบอนุญาตทำประมง 25,216 ลำ 2. ตั้งศูนย์บัญชาการควบคุมการเฝ้าระวังการทำประมงกว่า 20 แห่ง ดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายประมง ตั้งแต่เดือนต.ค.2557 มีการจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 176 คดี ผู้ต้องหา 878 ราย และ3.จัดทำระบบติดตามเรือหรือวีเอ็มเอส จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมี.ค.นี้ กับเรือขนาด60 ตันกรอสขึ้นไป และ4.การรายงานเมื่อเรือเข้า-ออก จากท่าเรือ


ส่วนการทำประมงในน่านน้ำอินโดนีเซีย ที่บังคับใช้กฎหมายกับเรือต่างประเทศเข้มงวด รวมถึงเรือประมงไทย ภายในสัปดาห์นี้นายจุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง จะหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่อินโดนีเซีย ใน3 ประเด็น 1.แนวทางการลงทุนการทำประมงร่วมกันในอนาคตระหว่างไทย-อินโดนีเซีย 2.ข้อห้ามต่างๆ ของทางการอินโดนีเซียที่ใช้กับไทยจะยืดเวลาออกไปได้หรือไม่ เพราะไทยปรับตัวตามระเบียบใหม่ของอินโดนีเซียไม่ทัน เช่น เครื่องมือการทำประมง และ 3.การลงทุนร่วมกันในลักษณะอาเซียน จะเปิดเออีซีกันในสิ้นปี 2558


“ผมคิดว่าการทำประมงในน่านน้ำอินโดนีเซีย จากนี้ไปจะเป็นลักษณะธุรกิจที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล ” นายปีติพงศ์ กล่าว