“สุรพงษ์” เชื่อ “ยิ่งลักษณ์” ไม่คิดหนีคดีไปต่างประเทศ จวกกมธ.ต่างประเทศสนช. เชิญอุปทูตอเมริกาชี้แจง ต้องหัดรู้มารยาทและบทบาทตัวเองด้วย
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.เเกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่อนุญาตให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปต่างประเทศว่า ขณะนี้อัยการสูงสุดก็ยังไม่สั่งฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ เลย ดังนั้น เป็นเรื่องที่ คสช.ต้องชี้แจงให้ชัดเจนถึงเหตุผลที่สั่งห้าม อย่าให้เกิดความเคลือบแคลงขึ้นในสังคม ควรจะให้สิทธิเสรีภาพ ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขอเดินทางไปเกาะฮ่องกงเพียง2-3 วันแล้วก็กลับ ไม่ได้คิดจะหลบหนี เพราะคนเราต้องมีเวลาพาครอบครัวไปพักผ่อนบ้าง การจะไปเจอกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะคนเป็นพี่น้องกัน เจอกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และก็ไม่ได้ทำอะไรให้ประเทศวุ่นวาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายกังวลว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์อาจจะใช้โอกาสนี้หลบหนีการต่อสู้คดีเหมือนกับกรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ นายสุรพงษ์กล่าวว่า ยืนยันว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้คิดจะหนีไปไหน โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่มีเพียงส่อว่าปล่อยปะละเลยให้มีการทุจริต เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ทุจริตอยู่แล้ว ก็ต้องสู้กันในชั้นศาลต่อไป จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหนี หากเป็นตน ตนก็ไม่หนี อีกทั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ต่อสู้มาโดยตลอด ขณะที่กรณีของพ.ต.ท.ทักษิณในขณะนั้นศาลอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศได้ แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะนี้คดียังไม่เริ่มต้นเข้าสู่กระบวนการ ยังไม่ได้ขึ้นศาล หรือมีการพิจารณาใดๆ ด้วยซ้ำ
ส่วนกรณีที่คนในพรรคเพื่อไทยออกมาพูดถึงความอึดอัดต่อมาตรการของคสช. กรณีที่ส่งเจ้าหน้าที่ไปติดตามนั้น นายสุรพงษ์กล่าวว่า วันนี้เราพูดมากไม่ได้เพราะเขาขอไว้ ซึ่งส่วนตัวก็ไม่ได้มีใครมาเฝ้า มีเพียงการพูดคุยกันผ่านโทรศัพท์ เพราะคสช.รู้ว่าตนไม่ได้ไปเป็นแกนนำปลุกระดมคน และเข้าใจบทบาทการทำงานการเมืองของตน วันนี้เราให้ความร่วมมือเต็มที่ เพราะอยากให้บ้านเมืองเดินไปได้ สำหรับกรณีที่อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ปฏิเสธที่จะเข้าพบคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตามคำเชิญ เพื่อขอให้ไปชี้แจงกรณีที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา แสดงความเห็นทางการเมืองที่อาจจะกระทบกับประเทศไทยนั้น นายสุรพงษ์กล่าวว่า การที่กระทรวงการต่างประเทศเชิญอุปทูตสหรัฐอเมริกามาพบนั้น ถือว่าเป็นมาตรการทางการทูตที่ค่อนข้างรุนแรงแล้ว การที่หน่วยงานอื่นมาเชิญอีก แต่จะไปหรือไม่นั้นถือเป็นสิทธิของเขา ซึ่งโดยหลักการแล้วหน่วยงานอื่นไม่ควรจะเข้าไปยุ่ง ควรจะรู้และเข้าใจบทบาทของตัวเอง ต้องรู้ว่าอะไรคือมารยาท และเข้าใจกฎเกณฑ์ด้านการต่างประเทศด้วย เพราะวิธีทางการทูตนั้นจะต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาล





