ตัวแทน 5 เสือ กกต. ยื่นหนังสือถึงนายกฯค้านลดอำนาจ ระบุ 3 ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย พร้อมค้านตั้งกจต.จัดเลือกตั้งแทน
ที่ห้องรับเรื่องร้องทุกข์ชั่วคราว ศูนย์บริการประชาชน ภายในสำนักงาน ก.พ. ได้มีตัวแทนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จำนวน 3 คน ประกอบด้วยนายอำนวย น้อยโสภา น.ส.บุญเรือน ไทยวัฒนธรรม และ น.ส.สุรณี ผลทวี ได้มายื่นหนังสือที่ลงนามท้ายหนังสือจากกรรมการกกต.ทั้ง 5 คน ผ่านนายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงศ์ หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน ศูนย์บริการประชาชน ถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา ในกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้มีมติเบื้องต้นเห็นชอบร่าง รัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
โดยประเด็นแรกที่จะกำหนดให้มีคณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) มาทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งแทนคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้น กกต.เห็นว่าการจัดการเลือกตั้งตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการประกาศผลการเลือกตั้ง ควรมีหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบเพียงหน่วยงานเดียว หลักการที่จะแยกผู้ควบคุมการเลือกตั้ง( (Reglator) กับผู้จัดการเลือกตั้ง (Operator) ออกจากกันนั้นไม่ใช่หลักสากลที่นานาอารยประเทศยอมรับ เพราะการจัดการเลือกตั้งของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก มากกว่าร้อยละ 90 กำหนดให้กกต.เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งทั้งระบบ และการเลือกตั้งที่จะบริสุทธิ์ยุติธรรม ต้องจัดการเลือกตั้งโดยองค์กรที่มีหลักประกันความเป็นอิสระและเป็นกลางทางการเมือง ดังนั้น หากมีการกำหนดให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับ ดูแลของฝ่ายการเมืองที่สามารถให้คุณให้โทษแก่ข้าราชการประจำได้ มาทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง อาจส่งผลให้ขาดความเป็นอิสระและเกิดความสงสัยในความเป็นกลางทางการเมืองของผู้ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งได้ และการที่ให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐมาทำหน้าที่เป็นกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ในขณะที่มี่ภาระงบประมาณประจำอยู่ในความรับผิดชอบเต็มเวลาตามระบบราชการ จะทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่จัดการเลือกตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นจะทำให้ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ตลอดจนขาดการพัฒนากระบวนการและทักษะความชำนาญของบุคลากรการเลือกตั้งได้อย่างต่อเนื่อง เพราะต้องรับผิดชอบการจัดการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นที่มีมากกว่า 7,000 แห่ง ซึ่งเกิดขึ้นตลอดทั้งปี
2. ประเด็นที่ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ (ให้ใบเหลือง) เฉพาะในช่วงก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง โดยให้การเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของผู้สมัคร (ใบแดง) เป็นอำนาจของศาลนั้น กกต.เห็นว่าควรให้คงอำนาจกกต.ในการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือใบเหลือง และเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง(ใบแดง) ก่อนประกาศผลดเลือกตั้ง เนื่องจาก คำร้องที่กกต.ต้องยื่นต่อศาลนั้น กระบวนการพิจารณาของศาลต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ทำให้เกิดช่องว่างให้ผู้กระทำความผิด สามารถเข้าไปทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ หรือด้านบริหารได้ก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัย อาทิ การเข้าไปเลือกผู้นำประเทศ การตรากฎหมาย ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติจนอาจเยียวยาไม่ได้ และเป็นการเปิดช่องให้ผู้กระทำความผิดกลายเป็นผู้มีอำนาจทางการเมือง ซึ่งอาจใช้อิทธิพลในการข่มขู่พยานเพื่อประโยชน์ของตนในการชนะคดีเลือกตั้งได้ และการให้กกต.มีอำนาจสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ก่อนประกาศผลการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว จะทำให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มีทุนมากกว่าได้เปรียบ เพราะพร้อมที่จะแข่งขันในการเลือกตั้งใหม่โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเงินทุนไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม เป็นการไม่ส่งเสริมให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
นอกจากนี้แม้ปัจจุบันกกต.จะมีอำนาจให้มีการเลือกตั้งใหม่และสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง แต่การทุจริตเลือกตั้งก็ยังคงมีอยู่ ดังนั้น การยกเลิกอำนาจดังกล่าวของกกต.จะทำให้นักการเมืองไม่ยำเกรงกฎหมาย กล้าที่จะกระทำการทุจริตและฝ่าฝืนกฎหมายมากยิ่งขึ้น เปรียบเทียบกับ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ที่กำหนดให้กกต.มีอำนาจสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่และสั่งเพิกถอนสิทธฺเลือกตั้งทั้งก่อนและหลังประกาศผลการเลือกตั้ง ในเวลานั้นจะเห็นได้ว่านักการเมืองเกรงกลัวต่อการที่จะกระทำฝ่าฝืนกฎหมายมากกว่าปัจจุบัน
3. ประเด็นการตัดอำนาจหน้าที่ของกกต.ในการส่งเสริมสนับสนุนหรือประสานกับหน่วยราชการอื่น ๆ ที่ให้การ ศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนออก นั้น กกต.เห็นว่า การกำหนดอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริมและให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ และการส่งเสริมกามีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน เป็นบทบัญญัติที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ 2550 การตัดบทบาทอำนาจหน้าที่ในประเด็นดังกล่าวออกไป จึงเป็นที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากการพัฒนาประชาธิปไตย กับการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมเป็นของคู่กัน ดังในหลายประเทศ ที่กระบวนการส่งเสริมและให้การศึกษา ถือเป็นกระบวนการต้นน้ำที่สำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยและความเข้มแข็งของสังคม
อีกทั้งปัญหาทางการเมืองของไทย ส่วนหนึ่งมาจากพื้นฐานของประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง หากจะป้องกันและแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงในการเลือกตั้งอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีการให้การศึกษาทางการเมืองแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญด้านหนังของกกต.ทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนอย่างตื่นตัว จะมีส่วนช่วยในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เช่น ประชาชนจะเป็นหูเป็นตาร่วมกันสอดส่องเหตุการณ์ทุจริตการเลือกตั้ง และไม่เกรงกลัวที่จะเป็นพยานในคดีเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้น กลุ่มเจ้าหน้าที่ตัวแทนกกต.ได้ยุติการยื่นหนังสือ และ เดินทางไปยื่นหนังสือที่ กองบัญชาการกองทัพบก.(บก.ทบ.)และรัฐสภาอีกทางหนึ่ง





