"พล.อ.อุดมเดช" เลขาธิการ คสช. แจงเบรค "ยิ่งลักษณ์"ไปนอก หวั่นส่งผลกระทบต่อคดี ขอให้รอศาลชี้ขาด
เมื่อเวลา 07.30 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปเยือนประเทศสิงคโปร์ ถึงกรณีที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ไม่อนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกนอกประเทศตามคำขอ เนื่องจากยังติดคดีที่อัยการสูงสุดกำลังพิจารณาสั่งฟ้องคดีอาญาในเรื่องทุจริตโครงการรับจำนำข้าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นเลขา คสช. และรับนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ขอเรียนว่าการปฏิบัติต่างๆเราดำเนินการด้วยความระมัดระวังและทราบดีว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในความสนใจของสังคม และขั้นตอนขณะนี้ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการตามกฏหมาย จึงต้องมีความรอบคอบ เราได้มีการปรึกษาหารือกับส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องทางด้านกฎหมาย ก่อนจะนำเสนอข้อมูลให้ หัวหน้าคสช.เป็นผู้ตัดสินใจตัดสินใจ
“ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบและมีความเห็นตรงกันว่าควรจะชะลอการเดินทางไปต่างประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกไปก่อน ทั้งนี้คสช.เองอยากให้ความสะดวกกับทุก ๆ ท่านที่ให้ความร่วมมือ แต่ถ้าบางอย่างที่มีผลต่อคดีและเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ตลอดจนอาจจะส่งผลกระทบในด้านอื่น ๆ ได้ ก็อาจจะชะลอไว้ก่อนเพื่อรอให้ศาลตัดสินในเรื่องนี้ “ พล.อ.อุดมเดช กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากศาลยังไม่ตัดสินคดีโครงการรับจำนำข้าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ยังไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ใช่หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า อัยการสูงสุดต้องดำเนินการตามขั้นตอน และเมื่อเข้าสู่ระบบของศาลแล้วเราก็ต้องฟังตามนั้น ถึงแม้คสช.และรัฐบาลมีอำนาจในเรื่องของการสั่งการต่าง ๆ ก็ตาม แต่เมื่อมาเป็นรัฐบาลแล้วการดำเนินการต่าง ๆ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการที่ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาต่อไปได้
ส่วนได้แจ้งให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ รับทราบถึงเหตุผลที่ไม่อนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ท่านคงทราบแล้ว อย่างไรก็ตามก็มีการเปิดเผยข้อมูลไปตามสื่อแล้วว่าขั้นตอนควรจะมีอะไรบ้าง ตลอดจนความจำเป็นที่ไม่สามารถให้เดินทางไปได้ คงต้องรอให้มีการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฏหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทนายของน.ส.ยิ่งลักษณ์ แย้งว่า ศาลยังไม่รับฟ้องไม่สามารถห้ามไม่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกนอกประเทศได้ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เราได้มีการหารือแล้ว เห็นตรงกันควรให้รอสักเล็กน้อย และให้ฟังทางศาลที่จะเป็นผู้ชี้ชัดลงไปว่าควรจะเป็นอย่างไร





