เสียงสุดท้ายของ'เดชา'ช่วยผมด้วยไม่ไหวแล้วก่อนสิ้นชีวิต

เสียงสุดท้ายของ'เดชา'ช่วยผมด้วยไม่ไหวแล้วก่อนสิ้นชีวิต

เสียงสุดท้าย"เดชา หรือตั้ม ด้วงชนะ"จนท.อาสาสมัครป้องกันภัย ไฟไหม้ธ.ไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ ลั่น"ช่วยผมด้วยผมไม่ไหวแล้ว"ก่อนเสียชีวิต

หลังจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ ชั้น 10 ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ รัชโยธิน เมื่อคืนวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถึงแม้ตำรวจจะเร่งหาสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ยังไม่ได้ แต่ความสูญเสียของชีวิตเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัย ฝ่ายพลเรือน หลักสี่ ที่ยอมเอาชีวิตเข้าไปช่วยการดับไฟครั้ง จนทำให้ตัวเองไม่สามารถนำรอดชีวิตรอดออกมาจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ แต่ภาพแห่งความดี การเสียสละครั้งนี้จะจดจำเอาไว้ว่าเป็น "วีรบุรุษด้ามขวาน" ของคนไทยตลอดไป

คลิปเสียงสุดท้ายที่วิทยุสื่อสารของศูนย์วิทยุชาลีกรุงเทพ สามารถบันทึกไว้ได้ขณะที่นายเดชา หรือ ตั้ม ด้วงชนะ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัย ฝ่ายพลเรือน หลักสี่ ที่ระบุคำว่า "ช่วยผมด้วยผมไม่ไหวแล้ว" ในการเข้าไปดับเพลิงที่สำนักงานใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยได้วิทยุสื่อสารกับศูนย์วิทยุชาลีกรุงเทพก่อนที่สัญญาณวิทยุจะขาดหายไปเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งนายเดชา เป็นเจ้าหน้าที่ชุดแรกที่เข้าไปดับเพลิงที่อาคารดังกล่าวบริเวณชั้น 7 ก่อนที่จะสำลักควัน ขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นางชุติมา จะโนภาษ มารดานายเดชา ยังคงทำใจไม่ได้ต่อการสูญเสียบุตรชายวัย 34 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายคนโต เพราะตั้งแต่เด็กบุตรชายมีนิสัยชอบช่วยเหลือคน หรือแม้กระทั่งสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือจากการเจ็บป่วย ทำให้เมื่อโตขึ้นก็เข้าไปทำอาสาสมัครของอปพร.หลักสี่มานานกว่า 10 ปีแล้ว และยังเป็นเจ้าหน้าที่ฝึกสอนอาสาสมัครคนอื่นๆด้วย และมีอะไรก็จะปรึกษาน้องชายที่ทำอาสาสมัครเหมือนกัน โดยทั้งชีวิตทุ่มเทกำลังใจและกำลังกายให้กับมามาโดยตลอด ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยแม้แต่สักครั้ง แต่ก็ไม่คิดว่าลูกชายจะจากไปเร็วเช่นนี้ แต่ก็เคยคิดว่าสักวันหนึ่งลูกชายจะต้องจากไป เพราะงานที่ลูกทำเป็นงานที่เสี่ยงและอันตรายมาก แต่ก็เข้าใจลูกเพราะลูกชอบช่วยเหลือคนอื่นมาตั้งแต่ยังเล็ก โดยมีอาวุธที่พกประจำกาย คือขวาน ที่ขาดไม่ได้ เพราะทุกเหตุการณ์ที่ไฟไหม้ขวานจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะเข้าไปช่วยเหลือคน แต่ก็มีหลายครั้งที่ประสบอุบัติเหตุจากการเข้าไปช่วยเหลือคนจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด

"บางครั้งคนก็มองว่าถือขวาน มันบ้าหรือเปล่า แต่ทุกเหตุการณ์ที่ไฟไหม้เขาจะบอกเสมอว่าขวานเป็นสิ่งสำคัญ งานบางครั้งก็เคยถึงขั้นจะเอาชีวิตไม่รอด และมีหลายครั้งที่ประสบอุบัติเหตุจากการเข้าไปช่วยเหลือคน อย่างปีที่ผ่านมาเคยตกจากชั้น 2 ลงมาด้านล่าง แขนขาช้ำไปหมด พักรักษาตัวไม่นานก็ออกไปช่วยเหลือคนอีก เคยเตือนเขาเสมอให้ระวังตัวตลอด แต่ลูกชายบอกจะขอตายในหน้าที่ เพราะเป็นสิ่งที่เขารักถึงแม้ว่าเงินจะไม่ได้มาก แต่เขาก็ทุ่มเท จึงอยากบอกกับลูกเป็นครั้งสุดท้ายว่า ลูกมีความกล้าหาญมาก แม่ภูมิใจในตัวลูกเสมอ " มารดานายเดชา กล่าว

ไม่ต่างจากความรู้สึกของนายพรหมเมศวร์ หิ้นตั้ว เพื่อนอาสาร่วมอปพร.หลัก 4 ที่เข้าไปช่วยดับเพลิงที่ไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของนายเดชา มานานกว่า 10 ปี ยอมรับว่า นายเดชาเป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ ที่ทุ่มเททั้งกำลังใจและกำลังกายในการช่วยเหลือประชาชนไม่ว่าจะมีเหตุที่ไหนเวลาใด นายเดชาจะเข้าไปช่วยเหลือทุกที่โดยที่ไม่เคยปริปากเหนื่อยสักครั้ง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่านายเดชาคงอดหลับอดนอนมานานหลายวัน ทำให้สภาพร่างกายไม่พร้อมประกอบกับควันไฟมีจำนวนมาก รวมทั้งก๊าซในถังอ๊อกซิเจนหมด จึงทำให้นายเดชาสำลักควันและขาดอากาศหายใจ

"ก่อนหน้าที่เขาจะเข้าไปดับเพลิงในงานเมื่อคืนนี้ เขาก็แทบไม่ได้นอนมานานหลายวันแล้ว เพราะเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง เรียกได้ว่าเขาทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อเกิดเหตุขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุเล็กหรือเหตุใหญ่เขาก็จะไปช่วยเหลือทันที และสิ่งที่เขาขาดไม่ได้ก็คือขวาน ประจำกายที่จะต้องพกติดตัวตลอด รวมไปถึงไฟฉายมีทุกชนิดทุกประเภท ถังก๊าซอ๊อกซิเจน ถุงผ้า จะพกติดตัวเสมอ เรียกได้ว่าเป็นคนทำงานรอบคอบ ไม่ว่าจะเหตุไหนเขาจะไปถึงคนแรกและกลับคนสุดท้าย จนกว่ารถดับเพลิงจะออกไปหมด เพื่อดูว่างานเสร็จเรียบร้อย และงานทุกงานที่มีประสบการณ์ก็จะถ่ายทอดให้น้องๆได้เรียนรู้ต่อไป เพื่อนำมาปรับใช้ในงานจริง เรียกได้ว่าเป็นครูอีกคน"นายพรหมเมศวร์ กล่าว

สำหรับพิธีสวดพระอภิธรรมนายเดชาจะสวดทั้งหมด 4 คืน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ศาลา พี.ที.เค. วัดหลักสี่ และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ เวลา 17.00น.