ป.ป.ส.-ตำรวจยึดทรัพย์นักค้ายาเสพติดในพื้นที่เชียงรายรวมทรัพย์สินทั้งหมด 50 ล้าน
ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต เลขาธิการ ป.ป.ส. , นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย รอง เลขาธิการ ป.ป.ส.รรท. ผอ.สำนักตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติด , นายสิทธิศักดิ์ กัลยาณประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด , พ.อ.ประพัฒน์ พบสุวรรณ์ ผบ.ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง , พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายนักค้ายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย 14 จุด ในจังหวัดเชียงราย 8 จุด เชียงใหม่ 1 จุด นนทบุรี 1 จุดและสงขลา 3 จุด ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ทั้งสิ้น 165 นาย
โดยเป้าหมายเป็นเครือข่ายของผู้ต้องหาค้ายาเสพติด 4 ราย คือ นายภาวี เลิศกฤติธร อายุ 31 ปี ชาว อ.เทิง จ.เชียงราย นายมนตรี แซ่อึ้ง อายุ 32 ปี ชาว อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นายนิกร แซ่ลี อายุ 20 ปี ชาว อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย และนายกฤษณันท์ มณีโรจน์ อายุ 43 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
โดยจุดที่ตรวจค้นในจังหวัดเชียงรายมีเป้าหมายใหญที่บ้านของ น.ส.นิรมล ขันโฑ เป็นภรรยาอีกคนของนายภาวี เลิศกฤติธร โดยบ้านหลังดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่ามีการโยกย้ายทรัพย์สิน ที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดมาไว้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินไว้เพื่อตรวจสอบ โดยมีบ้านพร้อมที่ดิน รถยนต์จำนวน 2 คัน และทรัพย์สินมีค่า โดยทางเจ้าหนน้าท่จะได้ให้ทางเจ้าของบ้านได้นำหลักฐานมายินยันถึงการได้มาของทรัพย์สินว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่
ด้านนายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถยึดทรัพย์สินของเครือข่ายยาเสพติดเป็นเงินในบัญชีธนาคารประมาณ 25 ล้านบาท รถยนต์จำนวน 6 คัน รถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยจำนวน 8 แปลง เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ สำหรับกรณีนายกฤษณันท์ มณีโรจน์ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับมาตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งเป็นบุคคลที่ทาง ป.ป.ส.และ ภ.9 ติดตามและต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่ง โดยพฤติกรรมมีการจัดหายาเสพติดจากชายแดน จ.เชียงราย และภาคกลางไปส่งให้กับเครือข่ายในพื้นที่ภาคใต้
โดยเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าเจ้าตัวหลบหนีไปอยู่ในพื้นที่ ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทุบรี จึงติดตามและเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุดซึ่งผลการเปิดยุทธการตรวจค้นในพืนที่ จ.นนทบุรี และ จ.สงขลา ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ยึดและอายัดทรัพย์บ้านพักอาศัย รถยนต์และทรัพย์สินอื่นๆ รวมกันประมาณ 15 ล้านบาท รวมทรัพย์สินที่ยึดได้จากยุทธการครั้งนี้ประมาณ 50 ล้านบาท





