วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กลาโหมจีน'ยันนโยบายไม่แทรกแซงการเมืองไทย

กลาโหมจีน ยันนโยบายไม่แทรกแซงการเมืองไทย ชื่นชมกองทัพไทยดูแลความสงบในประเทศ

พร้อมยกระดับความสัมพันธ์ทางทหาร เศรษฐกิจ การเมือง ตลอดจนแลกเปลี่ยนข่าวกรอง แก้ปัญหาก่อการร้าย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ พล.อ.ฉาง ว่านฉวน มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะ เดินทางมาเยือนประเทศไทยในระหว่างวันที่5-7 กุมภาพันธุ์นี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางทหาร และ ความมั่นคงทางภูมิภาค โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัชมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศให้การต้อนรับ พร้อมรับการเคารพจากทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศและสวนสนาม

หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ฉาง ว่านฉวน ได้มีการหารือการฝึกร่วม ระหว่างทหารไทยและทหารจีน เพื่อขยายกรอบความร่วมมือกันให้มากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา ทหารไทยและจีนมีการฝึกร่วมกัน ทั้งรบพิเศษไทย-จีน หรือการฝึกสไตรท์ โดยจะมีพิธีตรวจแถวกองทหารเกีบรติยศผสมสามเหล่าทัพ และสวนสนามเพื่อเป็นเกียรติด้วย ก่อนจะเดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเพื่อหารือด้านความมั่นคงทางภูมิภาคและกรอบความร่วมมือในด้านต่างๆ ทั้งด้านการค้า การลงทุน

พ.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ปีนี้ถือเป็นปีครบรอบวันสถาปนาไทย-จีน ครบ40ปี โดยทางจีนได้เสนอให้ประเทศไทยสนับสนุนเสริมสร้างแลกเปลี่ยนยุทธศาสตร์รอบด้าน รวมถึงการไปหาสู่ของกำลังพลทุกระดับ แลกเปลี่ยนการมาเยือนของกำลังพลทั้ง2ประเทศให้มากขึ้น ทั้งนี้ทางจีนพร้อมให้การต้อนรับผู้บัญชาการเหล่าทัพของไทยที่จะเดินทางไปเยือนจีน รวมถึงการจัดคณะไปดูงานการต่อต้านการก่อการร้าย นอกจากนี้จีนขอวางแผนร่วมกันในการฝึกร่วมผสม ภายหลังจากที่ รมว.กห.ของไทยเสนอให้มีการฝึกร่วมผสมระหว่างกองทัพอากาศไทยกับกองทัพอากาศจีน ในช่วงเดินทางไปเยือนจีนครั้งล่าสุด ทางจีนจึงเสนอให้มีการฝึกร่วมผสมทางทหารของนาวิกโยธินยกพลขึ้นบก พร้อมวางเป้าหมายในการยกระดับการฝึกให้มากขึ้นในเวลา 3-5ปี เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค

พ.อ.คงชีพ กล่าวอีกว่า สำหรับในเรื่องการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ ทางจีนพร้อมสนับสนุนไทยในเรื่องอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการทหาร และพร้อมสนับสนุนไทยในเรื่องของยุทโธปกรณ์ทั้งรถถัง เรือดำน้ำ ตอลดจนการฝึกกำลังพลในเรื่องการใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เพราะประเทศจีนไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากประเทศใด เช่น เรือดำน้ำ ที่สามารถใช้เทคโนโลยีสร้างท่าเรือดำน้ำได้เอง นอกจากนี้ ในเรื่องการเสริมสร้างด้านพหุภาคี ทางจีนชื่นชมไทยที่ได้ดำรงบทบาทในอาเซียนอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในเวทีอาเซียน และหวังว่าประเทศไทยจะดำรงบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในภูมิภาคสากลด้วย ทั้งนี้ การฝึกร่วมผสมไทยจีนถือเป็นแบบอย่างความร่วมมือที่ดี ที่เห็นว่าไทยมีบทบาทในเชิงสร้างสรรค์ในอาเซียน และจีนยินดีที่จะสนับสนุนไทย พร้อมขอเชิญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไทย ไปร่วมประชุมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีนกับอาเซียน และหวังว่า ไทยจะแสดงบทบาทสร้างสรรค์ในการส่งเสริมบทบาทจีนในอาเซียนด้วย

“ทางการจีนพร้อมส่งเสริมนักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษของไทยทุกแห่ง และขอให้รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรของไทย เช่น ข้าว ยางพารา ซึ่งจีนก็พร้อมสนับสนุนโดยการตั้งคณะกรรมการร่วม2ฝ่ายในการรับซื้อสินค้าทางเกษตร ตลอดจนถึงสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทยให้มากขึ้น และไทยจะอำนวยความสะดวกให้ สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย จีนมีความเข้าใจถึงสถานการณ์การเมืองไทย เพราะได้ติดตามมาตอลด ทราบว่าสถานการณ์ของไทยมีการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และชื่นชมกองทัพไทยที่เข้าควบคุมสถานการณ์ให้ประเทศเกิดความสงบ เป็นไปตามความต้องการของประชาชน ซึ่งทางจีนเคารพการแก้ไขปัญหาภายในของไทย และจีนจะไม่เข้าไปแทรกแซง รวมถึงพร้อมสนับสนุนการเมืองไทยด้วย และช่วยกันรักษาความสัมพันธ์ทุกระดับ นี้คือนโยบายของจีน อย่างไรก็ตามขณะที่ประเทศไทยขอความร่วมมือในเรื่องของแลกเปลี่ยนข่าวกรองซึ่งกันและกัน การแก้ไขปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์ อาชญากรข้ามชาติ เราได้มีการตกลงในหลักการในการสนับสนุนอย่างใกล้ชิด” พ.อ.คงชีพ กล่าว

พ.อ.คงชีพ กล่าวอีกว่า ในปีนี้ไทยจะเป็นเจ้าภาพการฝึกความร่วมมือทางการแพทย์ร่วมกับรัสเซีย และจะมีการฝึกร่วมภัยพิบัติและมนุษยธรรม ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับลาว จึงอยากให้จีนสนับสนุนในการฝึกครั้งนี้ โดยทางจีนพร้อมที่จะเดินทางเข้ามาสนับสนุนการฝึกครั้งนี้ โดยไทยยืนยันว่าไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ทหารในอาเซียน โดยการฝึกดังกล่าวจะมีขึ้นในปี 2559