4กระทรวง"เกษตร-ทส.-มหาดไทย-กลาโหม" ผนึกรับมือแก้ปัญหาภัยแล้ง หลังประสบภัยแล้ว8จังหวัด ขณะเสี่ยงเพิ่ม31จังหวัด
เผยปริมาณน้ำในเขื่อนเลวร้ายสุดในรอบ 15 ปี แต่ยืนยันมีเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค จี้ชาวนาหยุดทำนาปรัง หลังยังพบลักลอบทำ โคราช ประกาศภัยแล้ง 12 อำเภอ ประชาชน 6 หมื่นครัวเรือนเดือดร้อน พื้นที่การเกษตร 7 แสนไร่ เสียหาย
ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการแถลงผลการแก้ปัญหาภัยแล้งของรัฐบาล โดยตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) และกระทรวงกลาโหม นายจรินทร์ จักกะพาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า มีการสำรวจและประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้วใน 8 จังหวัด ได้แก่ จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ ลพบุรี มหาสารคาม นครสวรรค์ สุโขทัย สกลนคร และ บุรีรัมย์ ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ได้เตรียมสนับสนุนงบประมาณในการส่งเสริมและพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก การทำแก้มลิง และการจัดสรรงบในขุดลอกคูคลอง 1,400 ล้านบาท รวมถึงมีการสำรวจตรวจสอบอุปกรณ์ในการช่วยเหลือประชาชน
ในเรื่องการจัดการน้ำ รมว.มหาดไทยได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ประชาสัมพันธ์การจัดการน้ำให้ดี และชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ รวมถึงให้ประชาชนแจ้งปัญหาความเดือดร้อนผ่านศูนย์ดำรงธรรม ขณะเดียวกันทำความเข้าใจพื้นที่หมู่บ้านที่มีแหล่งน้ำขนาดเล็ก ให้บริหารอย่างมีเหตุผล ดึงน้ำมาใช้อย่างถูกต้องเกิดประโยชน์ โดยนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ดีในการแก้ปัญหาภัยแล้งในอนาคตที่ประชาชนจะต้องมีส่วนบริหารจัดการด้วยตนเองอย่างมีเหตุผล
ปล่อยน้ำ10เขื่อนเพื่ออุปโภคบริโภค
ด้านนายวิมล จันทรโรทัย รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมมาตรการรับมือภัยแล้ง โดยจัดสรรและบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำแม่กลองให้มีน้ำเพียงพอ และมีการจัดสรรการปล่อยน้ำจากเขื่อนใหญ่ 10 เขื่อน เพื่อการอุปโภคบริโภคเท่านั้น พร้อมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกรชาวนาลดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง ซึ่งจากการเตรียมการลดการส่งน้ำ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา สามารถลดพื้นที่การปลูกข้าวนาปรังได้ครึ่งหนึ่งหรือ 50% คือ จากเดิมมีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง 12.16 ล้านไร่ เหลือเพียง 6.5 ล้านไร่
รัฐช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง
ทั้งนี้รัฐบาลได้มีการมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ด้วยการเพิ่มการจ้างงาน 32,562 คน และส่งเสริมการทำอาชีพอื่น ด้วยการให้พันธุ์พืช และพันธุ์ปลา และได้อนุมัติโครงการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร พร้อมทั้งสนับสนุนเงินทุนสหกรณ์การเกษตร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งได้กู้ยืม ในวงเงิน 65 ล้านบาท นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้เตรียมมาตรการในเชิงป้องกัน และประเมินสถานการณ์ภัยแล้ง และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ และกรมประมงตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร
น้ำเขื่อนลดเลวร้ายสุดรอบ15ปี
ด้านนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวยอมรับว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของประเทศ เลวร้ายที่สุดในรอบ 15 ปี แต่ขณะนี้ได้บริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะน้ำในเขื่อนใหญ่ทั่วประเทศ จนทำให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภคจนถึงสิ้นฤดูแล้งนี้ ส่วนสถานการณ์น้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำแม่กลอง ก็ยังมีเพียงพอ รวมถึงจะไม่มีปัญหาน้ำเค็ม
อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า น้ำจะไม่เพียงพอเพียงต่อการอุปโภคและบริโภค ก็ต่อเมื่อชาวนาที่ปลูกข้าวนาปรัง ซึ่งพบว่ายังมีการลักลอบ ถึงแม้ว่าจะมีการประชาสัมพันธ์ไปแล้วก็ตาม ขณะที่สถานการณ์น้ำในภาคอีสาน ยังมีปริมาณที่เพียงพอจนถึงสิ้นฤดูแล้ง เช่นเดียวกับภาคตะวันออกซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ก็มีปริมาณน้ำเพียงพอในการใช้อุปโภค บริโภค ส่วนสถานการณ์น้ำเค็ม ทางกรมชลประทานได้มีการควบคุมไม่ให้เกินปริมาณที่กำหนดไว้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนไม่มากนัก
31จังหวัดเสี่ยงภัยแล้งเพิ่ม
นายปราณีต ร้อยบาง อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มจะเกิดสถานการณ์ภัยแล้ง และภาวะฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่ของประเทศ จำนวน 31 จังหวัด ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน หรือภัยแล้งแล้ว จำนวน 8 จังหวัด 30 อำเภอ 200 ตำบล 2,091 หมู่บ้าน ประกอบด้วย ภาคเหนือ จังหวัดสุโขทัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ มหาสารคาม และสกลนคร ภาคกลาง จังหวัดนครสวรรค์ และลพบุรี
กรมบาดาลเตรียมลงพื้นที่ช่วยประชาชน
ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จึงได้ระดมกำลังทั้งด้านบุคลากร เครื่องจักร และอุปกรณ์ ในการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยแล้ง ประกอบด้วย ชุดเจาะน้ำบาดาล ชุดเป่าล้างทำความสะอาดบ่อน้ำบาดาล รถปรับปรุงคุณภาพน้ำ จุดจ่ายน้ำถาวร และระบบน้ำดื่มสะอาดในโรงเรียนทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมีความพร้อมในการจ่ายน้ำสะอาดการช่วยเหลือทันทีเมื่อเกิดพิบัติภัย 2,631 แห่ง
พัฒนาแหล่งบาดาลเพื่อน้ำกินน้ำใช้
ทั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ยังมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาล เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค จำนวน 305 แห่ง เป็นการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อเชื่อมต่อระบบน้ำประปาเดิมที่แต่ละหมู่บ้านมีอยู่แล้ว เพื่อช่วยให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอตลอดฤดูแล้ง
รวมถึงโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อสนับสนุนน้ำดื่มให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ จำนวน 323 แห่ง ช่วยให้นักเรียน และบุคลากรในโรงเรียน รวมถึงบุคลากรในพื้นที่มีน้ำดื่มมาตรฐานองค์การอนามัยโลก และเป็นจุดให้บริการน้ำอุปโภคบริโภคในช่วงที่เกิดพิบัติภัยธรรมชาติได้อีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง จำนวน 693 แห่ง เพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพเกษตรกรรมในช่วงฤดูแล้ง หรือฝนทิ้งช่วง ให้มีแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชผักในการเลี้ยงชีพ และประกอบอาชีพ ช่วยให้คนในพื้นที่มีงานทำ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และช่วยบรรเทาปัญหาการละทิ้งถิ่นฐานไปหางานทำในเมืองใหญ่
"สร้าง สูบ แจก"น้ำในพื้นที่12จังหวัด
นายบุญจง จรัสดำรงนิตย์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวถึงการวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหา ทั้งโครงการก่อสร้างแหล่งน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำในฤดูแล้ง รวมทั้งสูบน้ำเพื่อเก็บน้ำในลำน้ำสายหลัก การเก็บกักน้ำ รวมทั้งมีการแจกจ่ายน้ำไปแล้วในพื้นที่ 12 จังหวัด มีประชาชนได้รับประโยชน์ 10,920 ครัวเรือน
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งศูนย์อำนวยการติดตาม และแก้ปัญหาภัยแล้งทั้งในส่วนกลางและสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 1-11 มีการจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ อุปกรณ์ เครื่องมือ ชุดเครื่องสูบน้ำเครื่องที่ และบุคลากรให้มีความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชน นอกจากนี้ ยังมีแผนการรณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อสร้างจิตสำนึกในการใช้น้ำอย่างประหยัด และรู้คุณค่า
โคราชประกาศภัยแล้ง12อำเภอ
นายสมบัติ ไตรศักดิ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้ได้ประกาศให้ 12 อำเภอ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ประกอบด้วย อ.บ้านเหลื่อม บัวใหญ่ บัวลาย สูงเนิน โนนแดง ขามสะแกงแสง สีดา ห้วยแถลง โนนสูง ประทาย ด่านขุนทด และ อ.ชุมพวง มีผู้ประสบภัยรวม 63,311 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 7 แสนไร่
ขณะเดียวกัน ได้ประสานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดเตรียมรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 -10,000 ลิตร ออกแจกจ่ายน้ำในการอุปโภค-บริโภค รวม 130 คัน เข้าดำเนินการช่วยเหลือทันที หากมีการประสานขอความช่วยเหลือ
น้ำ5เขื่อนโคราชมีไม่ถึงครึ่ง
นายชิตชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา กล่าวว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักขนาดใหญ่ 5 แห่ง ใน จ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำกักเก็บรวมทั้งหมดเฉลี่ยอยู่ที่ 48% ของความจุกักเก็บทั้งหมด เช่น เขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว จากความจุ 314.49 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำปัจจุบันเหลืออยู่ 137.69 ล้าน ลบ.ม. หรือ 43% เขื่อนลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย จากความจุ 109.63 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำปัจจุบันเหลืออยู่ 27.74 ล้าน ลบ.ม. หรือ 25%





