"จตุพร" ประธานนปช. รับเคยเจอผู้ต้องหา "แถลงการณ์ฯปลอม" ยันเจ้าตัวไม่ได้ทำ เป็นแค่เหยื่อในโลกไซเบอร์
นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธานนปช. กล่าวผ่านรายการมองไกล ทางพีซทีวี ซึ่งเป็นทีวีคนเสื้อแดง ถึงกรณีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจสนธิกำลังจับกุมตัวนายกฤษณ์ บุดดีจีน นปช.เพชรบูรณ์ จากการเผยแพร่แถลงการณ์สำนักพระราชวังปลอม ว่า เมื่อสถานการณ์การเมืองไม่ปกติ เลยมีการจำกัดพื้นที่สร้างความสามัคคีให้เกิดในกลุ่มตัวเอง ดังนั้นเลยมีการพุ่งเป้ามาที่คนเสื้อแดงและพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลุ่มคนวางระเบิดหน้าห้างสยามพารากอน กลุ่มคนทำแถลงการณ์ปลอมเป็นกลุ่มเดียวกัน นายกฤษณ์หรือเนส เห็นหน้าแล้วนึกหน้าได้ว่าเป็นคนเสื้อแดงจริง บางคนไม่รู้จักชื่อ แต่พอเห็นหน้ารู้จัก เคยพบตอนงานศพพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย แกนนำคนเสื้อแดง ในวันเดียวกัน เวลา13.00น. นปช.มอบหมายให้นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนปช.เดินทางไปกรมทหารราบ11 เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านทนายกับนายกฤษณ์ ที่พูดไม่ได้ปกป้องใครผิดก็ว่าไปตามผิด ใครถูกก็ว่าไปตามถูก
นายจตุพร กล่าวต่อว่า นายกฤษณ์ไม่ใช่คนเขียนแถลงการณ์ปลอม เป็นเพียงเหยื่อในโลกไซเบอร์ เรื่องนี้ผิดวิสัยมาก ตั้งแต่มีแถลงการณ์ ทีวีพูลไม่ได้นำไปเผยแพร่ทั้งที่เป็นประเด็นสำคัญ หากจะสาวให้ลึกถึงต้นตอแถลงการณ์ปลอม ควรจะถามต่อจากเว็บผู้จัดการได้มาจากใคร สาวต่อๆไปจะก็ทราบ แต่ผลลัพธ์เรื่องนี้ระหว่างนายกฤษณ์กับเว็บผู้จัดการต่างกันสิ้นเชิง อีกฝ่ายไปสน.ชนะสงคราม บอกตัดเงินเดือนคนดูเว็บ ย้ายให้ไปดูงานส่วนอื่นแล้ว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่กับกรณีนายกฤษณ์ ตำรวจ ทหาร ทำเหมือนจับอาชญากร ไม่รู้ว่าการปฏิบัติกับนายกฤษณ์กับผู้จัดการใช้กฎหมายฉบับเดียวกันหรือไม่ หรือเป็นเพราะนายกฤษณ์เป็นคนเสื้อแดง เอากันอย่างนี้หรือประเทศไทย ที่พูดไม่ได้ปกป้อง เชื่อว่านายกฤษณ์รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นความอยุติธรรม ปฏิบัติการณ์ไอโอ ทำเหมือนสมัยผังล้มเจ้าเมื่อปี53 เรื่องนี้คนที่ผิดคือต้นตอคนที่ทำ เราได้เห็นการเลือกปฏิบัติ2มาตรฐานมาตั้งแต่กรณีดาตอร์ปิโด แล้วนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯนำมาเผยแพร่ซ้ำ จนมาถึงกรณีเว็บผู้จัดการ หากปฏิบัติเหมือนกันตามกฎอัยการศึกต้องถูกตั้งข้อหาประมวลกฎหมายอาญามาตรา112ด้วย
นายจตุพร กล่าวว่า อยากสื่อสารถึงผู้มีอำนาจ เคยพูดเอาไว้ในสภาฯ คนไทย67ล้านคนล้วนเป็นพสกนิกรพระเจ้าแผ่นดินเสมอเหมือน และควรเทิดทูนสถาบันไว้เหนือหัว อย่าได้นำสถาบันกษัตริย์ว่าเป็นประโยชน์ทางการเมืองตัวเองแล้วนำมาลำลายปฏิปักษ์ทางการเมือง เหมือนกับการจัดการเว็บหมิ่นสถาบันควรทำอย่างเงียบๆ คนทำอยากได้หน้า ทำไปจากเว็บที่คนไม่ได้อยากเข้าไปดูก็แห่ตามกันไปดู ถ้าจงรักภักดีสถาบันจริงควรเทิดไว้เหนือชีวิต อย่านำมาเป็นประโยชน์ตัวเองแล้วมาทำลายคนอื่น เพราะการกระทำนี้ไม่จงรักภักดี วิธีการแก้ปัญหาขณะนี้เหมือนกับว่าต้องจับคนเสื้อแดงมาแล้วบอกเป็นพวกล้มสถาบัน พวกก่อความรุนแรง แล้วมาโยงกับเรื่องไปป์บอม
“ความรุนแรงพวกผมปฏิเสธมาตลอด ไม่เชื่อสงครามจะชนะด้วยสงคราม ปืนจะชนะด้วยปืน ระเบิดจะชนะด้วยระเบิด แต่จะจบด้วยเจรจาสันติภาพ การวางระเบิดหน้าสยามพารากอน คนเหล่านี้จงใจให้เห็นหน้า เพราะการวางระบิดรอยต่อปีใหม่49-50 ไม่เห็นหน้าใคร เหตุหน้าสยามพารากอนผู้ต้องหาต้องการให้เห็นตัวคนเพื่อตำรวจจะได้ตั้งเค้าเป็นคนเสื้อแดง เมื่อทิศทางเปลี่ยนนโยบายก็เปลี่ยน ไม่มีอะไรภายใต้ดวงอาทิตย์ที่ตำรวจทำไม่ได้ ถ้าผู้มีอำนาจต้องการ ต้องการอะไร ปรองดองอย่างนั้นหรือ ผมไม่เชื่อ หรือต้องการสร้างความวุ่นวาย พยายามกดดันให้พวกผมออกไปต่อสู้ ล็อกคอพวกผม เราเป็นลูกผู้ชาย ใจเป็นนักเลงพอ นปช.เมื่อประกาศจะแสดงความเห็นในที่ตั้งก็ทำตามนั้น เราเป็นคนมีเกียรติ แต่วิธีการที่ยั่ว ปฏิบัติการณ์ที่จะเอาเรื่องให้ได้ มนุษย์ไม่มีใครยอมถูกกระทืบฝ่ายเดียว อย่าพยายามยั่วโมโหกันให้มาก เผยแพร่สำนักพระราชวังปลอม ดำเนินการนายกฤษณ์อย่างไรก็ทำกับเว็บผู้จัดการอย่างนั้นด้วย เพราะเขาไม่ใช่คนผิด ต่างตกเป็นเหยื่อ เผยแพร่ข้อมูลเหมือนกัน วิธีการแบบนี้ไม่ใช่การสร้างความปรองดอง แต่สร้างความหายนะในบ้านเมือง อยู่ดีๆกันไม่เป็นหรือ อยู่ๆก็ลากพวกผม ลากให้เป็นหมู่บ้านกระสุนตก”
นายจตุพรกล่าวต่อว่า ขอให้ท่านทั้งหลายติดตามกันต่อ ไม่รู้คนวางระเบิดเป็นใคร เมื่อระเบิดดังขึ้นตามมาด้วยแถลงการณ์ฯ เราไม่ได้ไปทำ เพราะไม่ได้ประโยชน์ใดๆทางการเมือง หลังสิ้นเสียงระเบิด มีแถลงการณ์ปลอม ใครได้ประโยชน์ เป็นพวกค้ากำไรเกินควร ใส่ร้ายมายังคนเสื้อแดง ในโลกไซเบอร์มีทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง แต่เมื่อเหลืองแสดงตนก่อนเลยปรับแผน พอเห็นคนเสื้อแดงที่พอมีสถานะหน่อยก็ตะครุบเลย แถลงการณ์นี้เผยแพร่เป็นเวลานานแต่หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ทำอะไรอย่างทันถ้วงทีหรือไม่
นายจตุพรกล่าวต่อว่าเราประกาศชัด ให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า ให้บ้านเมืองสงบ สิ่งที่ทำเป็นความมั่นคงของชาติหรือความมั่นคงของใครกันแน่ ใครที่เห็นว่าตัวเองหรือชาติไม่มั่นคงจึงต้องออกมา สถานการณ์สหรัฐ โดยผู้ช่วยรมว.ต่างประเทศ ออกมาทักท้วง ประเด็นที่พูดก็ไม่มีอะไรใหม่ แต่ความจิตอ่อนพอได้ย้อนไปหากประเทศท่านเหมือนเราจะทำอย่างไร เมื่อเขาไม่ตอบ พวกนี้ก็บอกเงียบ ทั้งที่เขาไม่ตอบเพราะไม่อยากตอกย้ำสถานการณ์ ไทยก็ต้องมีสมอง รู้ตัวเองไม่ใช่ชาติเดียวในโลก และเราก็ไม่ใช่มหาอำนาจโลก
"สิ่งสำคัญที่สุดเวลานี้คือความอดทน บางคนพูดจริงมา365วัน แต่ขอพูดเท็จแค่วันเดียว เราต้องอดทนต่อการถูกย่ำ เมื่อเขาลงที่นส.ยิ่งลักษณ์เสร็จแล้ว คิวต่อไปเป็นผมก็โดน สักพักก็คงถอดถอนพวกอดีตส.ส.เพื่อไทย สิ่งที่เกิดขึ้นพวกคุณต้องการอะไร อยากให้บ้านเมืองสงบสุขหรือให้เกิดเรื่อง ปัญหาเกิดก็ต้องไปแก้ปัญหา ไม่ใช่อะไรก็ตะโกนพวกเสื้อแดง ทักษิณ แล้วก็มาจับมือกัน"นายจตุพรกล่าว
นายจตุพรกล่าวต่อว่า เชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่กำลังเขียนจะไม่มีวันได้ใช้ ที่เชื่อเกิดจากความรู้สึกและวิเคราะห์ การเขียนรัฐธรรมนูญเนื้อหาแบบนี้ไม่ได้เขียนนำไปใช้ แต่เขียนเพื่อให้เกิดเรื่อง ขอประกาศเลยว่าหากกติกาไม่เป็นประชาธิปไตย นายจตุพรจะไม่ลงเลือกตั้ง วันที่คืนอำนาจก็ต้องคืนให้หมด ไม่ต้องการไปอยู่ภายใต้สว.แต่งตั้ง ไม่ต้องการอยู่ภายใต้สมัชชาแห่งชาติที่เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ วิธีการน่าเลือกตั้งน่าขบขัน บัตรเลือกตั้งไม่ต้องใส่เบอร์อ้างป้องกันการซื้อเสียง ไหนจะการเปิดประตูให้มีนายกฯคนนอกได้





