วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯคง'อัยการศึก'ต่อ

นายกฯฉะ"สมองเสีย"โยงมั่วคสช.บึ้มเอง คงอัยการศึกต่อ สหรัฐ-ผู้ดีแจ้งเตือน นักท่องเที่ยวในไทย ระวังเหตุไม่คาดฝัน

นายกฯพูดเป็นนัย ความรุนแรงเกิดตลอดตั้งแต่ปี 53 ให้ไปคิดเองฝีมือฝ่ายไหน สั่งจับทั้งขบวนการ "คนวาง-คนสั่ง" ลั่น "แม้ไม่อยู่ก็ออกหมายจับ" ฉะ "สมองเสีย" พวกโยง คสช.บึ้มเอง ถามกลับไม่ใช่กฎหมายพิเศษจะคุมสถานการณ์ได้ไหม ด้าน "อุดมเดช" ไม่ฟันธงระเบิดหน้าห้างดังโยง "แก๊งมีนบุรี" ตำรวจเตรียมหอบหลักฐานขอหมายจับ 2 มือบึ้มวันนี้ หลังได้ภาพจากวงจรปิดนั่งแท็กซี่ไปวางระเบิด พบนาฬิกาลวง จุดชนวนด้วยไฟแช็ก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวเมื่อวานนี้ (3 ก.พ.) ถึงความคืบหน้าการติดตามมือวางระเบิดบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม จุดทางเชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนว่า วันนี้เป็นเรื่องของบ้านเมือง ผู้ที่ทำต้องคิดว่าเป็นคนไทยหรือเปล่าที่ทำแบบนี้

"ฝ่ายความมั่นคงได้รายงานมาแล้ว มีการตรวจสอบภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด และกำลังดำเนินการสืบความเชื่อมโยงให้ได้ คงต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด"

"ขอเตือนไว้ก่อนแล้วกัน วันนี้ได้สั่งการป้องกันอาชญากรรม การกระทำการทุจริตผิดกฎหมายต้องเข้มงวด วันนี้ให้ คสช.ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการเพิ่มและวางกำลังในพื้นที่เสี่ยง แต่ต้องระมัดระวังเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในกรณีที่ใช้ทหารออกทำงานในพื้นที่ สถานการณ์กำลังไปดีๆ อยู่แล้ว ถ้าเราไม่จัดคนดูแลเพิ่มเติมคงไม่ได้"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สิ่งหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจก็คือ ไม่ใช่ว่ามีกฎหมายความมั่นคงแล้วหรือมีกฎอัยการศึกแล้วทุกคนจะกลัว นี่แสดงว่ายังมีอยู่ และเข้าใจว่ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเข้มงวดขนาดนั้น ก็เลยใช้วิธีการเหล่านี้ และก็เคยเกิดมาหลายครั้ง

"ลองไปดูว่าเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นในสถานการณ์ไหน เช่น ปี 53 ก็มีเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงมาตอบโต้รัฐบาล พอปี 56-57 ก็ใช้ความรุนแรงมาตอบโต้กลุ่มต่อต้าน เหตุการณ์แบบนี้มาจากใครคิดกันเอาเอง จากใครไม่รู้ ถ้าไม่ใช่พวกไหนก็ต้องหาตัวพวกที่ว่านี้มา อย่าไปให้ความสำคัญมากนัก โชคดีที่ไม่มีคนบาดเจ็บสูญเสีย ก็ถือเป็นบทเรียน และเป็นบทเรียนทุกเรื่องที่ฝ่ายความมั่นคงต้องไปเข้มงวดหามาตรการ เพราะมันจะอันตรายมากขึ้นในช่วงที่เป็นเออีซี (ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน)" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ฉะ"สมองเสีย"บอกคสช.ระเบิดเอง

ต่อข้อถามว่าฝ่ายความมั่นคงได้มีการประเมินหรือไม่ว่า ผู้ก่อเหตุต้องการสร้างสถานการณ์เพื่ออะไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็เห็นหนังสือพิมพ์ทุกฉบับมีการประเมินกันมาแล้ว ท่านก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว

"มันจะมาจากใครล่ะ ผมไปทำเองหรือ ก็มีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า 1.มาจากรัฐบาลทำเอง คสช.ทำเอง เพื่อต่อกฎอัยการศึก ไอ้พวกนี้สมองเสีย มันเขียนอย่างนี้ได้อย่างไร ไม่มีใครเขาลงทุนขนาดนั้นหรอก 2.การแย่งชิงจ่าฝูงในกองทัพบก การโยกย้ายในกองทัพบกจะมีเดือน ต.ค.โน่น ยังไม่มีปรับย้าย หรือจะเป็นตำรวจนอกแถวก็กำลังตรวจสอบทั้งหมด จะเกี่ยวข้องทหารเก่า ตำรวจเก่าก็ต้องลงโทษอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัว"

เมินสหรัฐ-อังกฤษแจ้งเตือนพลเมือง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษออกแถลงการณ์การเตือนนักท่องเที่ยวในประเทศไทยให้ระมัดระวังผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันนั้น นายกฯ กล่าวว่า "อย่าไปยุ่งกับเขามากนักเลย ปล่อยเขาไปเถอะ ก็ชี้แจงไปแล้วก็จบแล้ว มันอะไรนักหนา วันหน้าก็ต้องคบค้าสมาคมกันอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวเราก็สร้างความมั่นใจ จะดูแลให้มากที่สุด"

"ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็พูดว่าโอเค ไม่มีผลกระทบเท่าไร มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะขยายความแค่ไหน จะขยายข่าวให้ครึกโครมแค่ไหน นั่นแหละมีผลกระทบ วันนี้ผมคิดว่ายังน้อย เราต้องยืนยันกลับไปว่าจะดูแลให้ดีที่สุด ก็เหมือนทุกประเทศ โอกาสจะเกิดขึ้นก็มีทุกประเทศ ซึ่งก็เห็นอยู่ว่ามีเหตุการณ์ลักษณะเหล่านี้ เรามีแต่น้อยนิดเดียว ไม่มีใครบาดเจ็บ แต่เราต้องป้องกันต่อไปให้ได้ในคราวหน้า อย่าไปขยายความให้เขาเลย"

สั่งจับหมด"คนวาง-คนสั่งการ"

เมื่อซักว่า จะติดตามจับกุมคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า "บอกแล้วใครเกี่ยวข้องจับหมด จะเลือกจับได้ไหม ก็จับหมด คนวางก็ต้องจับ อยู่ดีๆ มันจะมาบ้าวางเล่นหรือไง ก็ต้องจับ ใครสั่งมันก็ไปสอบมา ถึงใครก็จับมา ใครไม่อยู่ก็ออกหมายจับไปก็ได้อยู่แล้ว"

"วันนี้ให้โอกาสผ่อนผันอะไรเยอะแยะ ยังสร้างความรุนแรงเกิดขึ้น ผมถามว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ท่านยืนยันกับผมไหมว่าถ้าไม่ใช้กฎหมายพิเศษแล้วจะไม่มีเรื่อง แต่วันนี้ยังมีเรื่อง ผมถามว่าคนเหล่านี้เป็นใคร ไปหามา ไม่ได้โมโหเลยนะเนี่ย" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ลั่นต้องตีกรอบใช้เสรีภาพเกินขอบเขต

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นอีก นายกฯ กล่าวว่า อย่าใช้คำว่ากังวล ตนเป็นห่วงคนไทย คนบริสุทธิ์ที่จะต้องมีปัญหาเดือดร้อน ต้องเขียนให้ตนว่าวันนี้รัฐบาลกำลังสร้างความเข้มแข็ง ถ้าเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สังคมกำลังดี แต่มีคนเหล่านี้มา แทนที่จะมาว่าตนดูแลไม่ดี ต้องไปตำหนิฝ่ายโน้น

"เขาทำแบบนี้ต้องช่วยผม เขียนสอนเขาแบบนี้สิ ใช่ไหม การเสนอข่าวความรุนแรงบางครั้งโอเค เป็นข้อเท็จจริง แต่ถ้าเสนอความรุนแรงมากๆ ก็กลายเป็นว่าประเทศไทยเคยชินกับความรุนแรง ทีวีบางช่องถามแล้วถามอีก เช้าเย็นเอาไปออกอยู่นั่น เรื่องความรุนแรงไม่เห็นสรุปเลยว่าอย่างนี้ไม่ถูกต้อง เอาปืนมายิงกัน คนฟังกันทุกวันก็ชิน มันยิงกันธรรมดา ปกติ ยามยิงคน คนยิงยาม วันนี้กำชับไปแล้ว ก็ต้องไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นในสังคมของคนไทย ไปแก้ที่มิติของสังคม นี่ไงค่านิยมคนไทย เรื่องนี้สำคัญ"

"เหตุการณ์นี้ผมไม่กังวล แต่เป็นห่วงการบังคับใช้กฎหมายก็ต้องใช้อย่างสร้างสรรค์ ท่านลองดูกฎหมายก่อนหน้าผมเข้ามามันใช้ได้บ้างไหม ตอบสิ ได้ไหม เขียนให้ตายมันไม่ทำ วันนี้มีกฎหมายอย่างนี้ ยังไม่ทันมีกฎหมายใหม่อะไรที่เกี่ยวกับความมั่นคง ก็ยังมีเหตุอยู่เลย ผมถามว่าแล้วกฎหมายจะไปป้องกันอะไรได้ ถ้าจิตสำนึกคนมันไม่ได้ อย่างไรมันก็ไม่ได้ กฎหมายเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ อย่าเอากฎหมายมาเป็นพันธกรณีให้เจ้าหน้าที่ทำงานไม่ได้ จะใช้สิทธิเสรีภาพแบบไร้ขอบเขตไม่ได้"

ผบ.ทบ.ยังไม่ฟันธงโยงมีนบุรี

ด้าน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวเรื่องเดียวกันว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามตัวคนร้ายอยู่ ซึ่งได้ประสานข้อมูลข่าวสารกันระหว่างตำรวจและหน่วยข่าวกรองกองทัพบก แต่คงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดย่านมีนบุรีเมื่อปีที่แล้วหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า "ตรงนี้เรายังบอกชัดเจนไม่ได้เพราะเราต้องดูรายละเอียดในเรื่องของภาพจากกล้องวงจรปิด และเรายังไม่ทิ้งประเด็นอื่นๆ ในการหามูลเหตุ ก็ขอให้รอเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามคนร้ายก่อน ส่วนมูลเหตุด้านการเมืองเราอย่าเพิ่งมองว่าเป็นประเด็นใดประเด็นหนึ่ง เพราะจะทำให้รูปคดีเสียไป เราต้องดูให้รอบมอบก่อนเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็เร่งทำงานอย่างเต็มที่อยู่แล้ว"

"มะกัน-ผู้ดี"เตือนระวังเที่ยวไทย

วันเดียวกัน เว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ออกประกาศแนะนำประชาชน และนักท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศที่พำนักหรือกำลังเดินทางมาไทยให้ระมัดระวัง เพราะมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการก่อการร้ายด้วยการวางระเบิด หรือการปาระเบิดมือในสถานที่ท่องเที่ยว หรือแหล่งชุมชน รวมทั้งเหตุไม่คาดฝันอื่นๆ