(รายงาน) รัฐสั่งปรับแผน รปภ.กรุง เน้น'ห้าง-ย่านศก.-ชุมชน'
เป็นข้อมูลที่รู้กันวงในของหน่วยงานความมั่นคงว่า ได้มีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเหตุระเบิดสร้างสถานการณ์ เพื่อหวังผลทางการเมืองตั้งแต่ช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่แล้ว โดยจุดที่แจ้งเตือนเป็นอันดับต้นๆ ก็คือห้างสรรพสินค้าย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ
และสยามพารากอนก็เป็นหนึ่งในนั้น!
มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า ฝ่ายความมั่นคงได้ประสานกับทางห้างสรรพสินค้าให้เพิ่มความเข้มงวดด้านการรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว แต่ความร่วมมือก็เป็นแบบไทยๆ คือ บางแห่งก็คุมเข้มดี แต่บางแห่งก็หละหลวม
ส่วนที่สยามพารากอนนั้นให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และรอดจากเหตุรุนแรงช่วงปีใหม่มาได้ ส่วนเหตุระเบิดล่าสุดเมื่อค่ำวันที่ 1 ก.พ.2558 เป็นเพราะมาตรการรักษาความปลอดภัยของฝ่ายรัฐเองเริ่มย่อหย่อนตามกาลเวลา และทางห้างฯก็มีอีเวนท์ ทำให้มีช่องโหว่ให้คนร้ายเข้าไปก่อเหตุได้สำเร็จ
ต้นสายปลายเหตุเป็นเรื่องการเมืองแน่นอน ไม่ใช่การก่อเหตุที่สืบเนื่องมาจากงานฉลองครบรอบก่อตั้งของสถาบันอุดมศึกษาด้านอาชีวะชื่อดัง และไม่น่าจะเกี่ยวกับมาตรการจัดระเบียบสังคม ทางเท้า หรือตลาดอะไรเทือกนี้ เพราะการข่าวแจ้งเตือนมาชัดเจนว่า ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลมีแผนจะสร้างสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่ในบริเวณใกล้เคียงกันนี้ดังที่กล่าวแล้ว
ที่น่าตกใจก็คือ การข่าวระบุว่า มีการประกอบระเบิดลักษณะนี้ไว้อีกหลายลูก ฉะนั้นมาตรการเฉพาะหน้าจึงเน้นเรื่องการรักษาความปลอดภัยห้างสรรพสินค้าทุกแห่งและชุมชนในเขตเมือง เนื่องจากพบว่ากลุ่มคนร้ายมีแผนจะก่อเหตุซ้ำอีก เพียงแต่กำลังรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม
เหมือนกับช่วงนี้ที่มีหลายปัจจัยที่เป็นไปได้ จนอาจทำให้การวิเคราะห์ไขว้เขว..
หากให้น้ำหนักไปที่การรับมือกับสถานการณ์ในอนาคต ปรากฏว่ารัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เรียกประชุมศูนย์แก้ไขปัญหาความมั่นคงแบบบูรณาการ หรือ ศบบ.แบบทันควัน มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงปรับมาตรการการ รปภ.ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทันที
ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง บอกว่า มาตรการ รปภ.นั้น หากมาตรการไหนดีอยู่แล้วก็ทำต่อไป ส่วนที่มีช่องโหว่ช่องว่างก็ต้องปรับ และยังมอบหมายให้ตำรวจเป็นหลักในการวางกำลัง โดยหลังเกิดเหตุได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อพิจารณามาตรการและดำเนินการทันที ทั้งนี้ฝ่ายทหารและหน่วยงานความมั่นคงหน่วยอื่นก็จะปรับมาตรการให้สอดคล้องกับตำรวจ
ขณะเดียวกันที่ประชุมได้ให้ผู้เกี่ยวข้องอธิบายกับประชาชนถึงมาตรการต่างๆ ที่จะทยอยออกมา ว่าอาจกระทบกับความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิตประจำวันบ้าง เช่น การตรวจค้น การตั้งด่านสกัด
ทั้งนี้จะมีการประสานกับชุมชน ภาคประชาชน ศูนย์การค้า รถไฟฟ้า และห้างร้านในย่านเศรษฐกิจให้เข้าใจ รวมทั้งให้ความร่วมมือกับมาตรการของภาครัฐ เนื่องจากการป้องกันการก่อวินาศกรรม หรือก่อความไม่สงบที่ดีที่สุดต้องใช้ความร่วมมือของภาคประชาชนในการแจ้งเบาะแส
สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การกำชับไม่ให้ดึงกำลังจากสถานที่ราชการ หรือจุดล่อแหลมต่างๆ ที่มีการวางกำลังของฝ่ายความมั่นคงเอาไว้อยู่แล้วไปใช้ในภารกิจอื่นหรือจุดล่อแหลมอื่นๆ เพื่อไม่เป็นการเปิดช่องว่างให้ฝ่ายที่จ้องจะก่อเหตุมีเสรีในการปฏิบัติ
......
ศูนย์การค้าฯงัดมาตรการ 'คุมเข้ม'ความปลอดภัย
หลังเกิดเหตุลอบวางระเบิด บริเวณทางออกสถานีรถไฟฟ้าสยามประตู 3 เชื่อมต่อ กับทางเข้าชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เมื่อคืนวันที่1ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้ศูนย์การค้าต่างเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น
นายศักดิ์ชัย เก่งกิจโกศล กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ กล่าวว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยของศูนย์การค้า ได้ใช้ "มาตรการสูงสุด" ตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยวางมาตรการรักษาความปลอดภัย หรือระดับแดง เป็นระดับสูงสุดจากที่มีอยู่ 3 ระดับ "เขียว เหลือง แดง" หลังจากนี้ไปจะใช้มาตรการระดับแดงเข้มจนถึงวันอาทิตย์นี้
"เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่กระทบต่อนักท่องเที่ยวที่อยู่ในไทย"และว่าอาจจะกระทบต่อนักท่องเที่ยวที่กำลังตัดสินใจเข้ามา หากภาครัฐควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลกระทบรุนแรง เป็นเพียงการก่อกวน
ขณะที่บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัพเวอร์รี่ ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยู่นอกพื้นที่ศูนย์การค้า ขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยภายในศูนย์ฯ ยังเป็นไปตามมาตรฐานรักษาความปลอดภัยเข้มข้น จึงขอให้ลูกค้ามั่นใจในระบบรักษาความปลอดภัยของศูนย์ฯ
เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้กระทบการเข้าใช้บริการ
กลุ่มเซ็นทรัล แจ้งว่า มีนโยบายรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในธุรกิจห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าทุกแห่งในเครือทั่วประเทศ ภายใต้ประกาศ 5 แนวทางหลัก ประกอบด้วย 1.โดยให้ทุกสาขาตั้งโต๊ะจุดขอตรวจสัมภาระลูกค้าที่ประตูเข้าออกลูกค้า
2.จุดรับฝากของให้เจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบสัมภาระลูกค้าที่นำมาฝาก 3.ให้ซักซ้อมแผนกรณีพบวัตถุต้องสงสัย ทั้งด้านบุคลากรทั้งกลางวันและกลางคืน ซักซ้อมความเข้าใจในแผน , ขั้นตอน , รหัสฉุกเฉินให้พร้อม โดยจัดประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่โอเปอเรเตอร์ ที่ต้องประกาศรหัสแผนฉุกเฉิน จัดอุปกรณ์แผนฉุกเฉิน ให้พร้อมตลอดเวลา
4.การตรวจสอบเวลากลางคืน โดยจัดเจ้าหน้าที่ ตรวจรอบอาคารภายนอก เปิดไฟส่องสว่างภายนอกอาคารทั้งคืน 5.สังเกตกรณีพบวัตถุต้องสงสัย ให้รีบแจ้งและห้ามจับต้องหรือเคลื่อนย้ายโดยเด็ดขาด
เดอะมอลล์ กรุ๊ป ระบุว่า ได้กลับมาใช้มาตรการรักษาความปลอดภัย"แบบเข้มข้น" มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทุกๆ ทางเข้าออกทั้งหมด มุมอับ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนที่เข้ามาใช้บริการ รถทุกคันที่เข้ามาใช้บริการ เพื่อป้องกันความผิดปกติ





