วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร่างพรบ.จัดซื้อฯเข้าครม.เดือนหน้า

"กรมบัญชีกลาง" คาดเสนอร่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างเข้าครม.เดือนมี.ค.นี้ ระบุเพิ่มโทษ "ผู้สั่งการ" เป็น2เท่า

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า วานนี้ (2 ก.พ.) ได้ร่วมหารือร่วมกับภาคเอกชน สมาคมภาคเอกชนต่างๆ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ....เพื่อให้เอกชนทราบถึงเนื้อหา และรายละเอียดข้อมูลของร่างกฎหมายดังกล่าว รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน เพื่อนำมาปรับปรุงร่างดังกล่าวให้เหมาะสม

ก่อนหน้านี้ได้หารือและรับฟังความคิดเห็นมาแล้ว 3 ครั้ง จากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งการหารือและรับฟังความคิดเห็นจากเอกชนจะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะสรุปร่างพ.ร.บ.อย่างละเอียดเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในช่วงเดือนมี.ค.นี้

ทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างล่าสุดได้เพิ่มโทษของผู้กระทำผิด ลักษณะคล้ายกับ กฎหมายอาญามาตรการ 157 คือ หากผู้กระทำผิด ทุจริต ในการจัดซื้อจัดจ้าง มีโทษปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 2 แสนบาท และมีโทษจำคุก 1-10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้สั่งการ จะมีโทษเพิ่มเป็น 2 เท่า เพื่อให้สามารถเอาผิดกับผู้สั่งการได้ตั้งแต่ผู้บังคับบัญชาในระดับหน่วยงานไปจนถึงนักการเมืองที่สั่งการให้มีการกระทำผิด

การเพิ่มโทษดังกล่าว เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ต้องการให้เพิ่มโทษไปในร่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างโดยตรง และให้เอาผิดไปยังผู้สั่งการด้วย จากเดิมที่จะใช้โทษตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยหลังจากนี้ ยังมีอีกหลายขั้นตอนในการพิจารณาทั้ง การนำเสนอเข้าครม. เสนอกฤษฎีกา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ดังนั้นต้องติดตามว่าจะมีการปรับแก้อย่างไรบ้าง

นายมนัส กล่าวต่อว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว สาระสำคัญของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ จัดทำขึ้นเพื่อนำมาบังคับใช้กับหน่วยงานภาครัฐทุกแห่ง ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น รวมถึงรัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ องค์กรมหาชน และหน่วยงานอิสระของรัฐ ซึ่งทำให้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นมาตรฐานเดียวกัน และยังเป็นหลักประกันในการปฏิบัติราชการให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส เกิดความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบได้จากขณะนี้การจัดซื้อจัดจ้างจะใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535

ในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว กำหนดให้มีการตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน มีอำนาจในการเสนอแนะนโยบายและแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้างฯ รวมถึงการเสนอตราพระราชกฤษฎีกา ออกกฎกระทรวงและระเบียบเพื่อปฏิบัติตามพ.ร.บ.นี้ ฯ พร้อมทั้งจะมีคณะกรรมการกำกับราคากลางตามสาขาต่างๆ ตามความเหมาะสม โดยกรมบัญชีกลางจะเป็นองค์กรสนับสนุนดูแลการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ

หน่วยงานรัฐจะต้องทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง เพื่อให้ผู้ประกอบการทราบล่วงหน้าว่าในแต่ละปีจะมีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุใด ช่วงเวลาไหน ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถเตรียมวางแผนล่วงหน้าที่จะเข้ามาประกวดราคากับภาครัฐ