วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'คำนูณ'เผยยกร่างรธน.ผ่านไปแล้ว50%

“คำนูณ” เผยผ่านเนชั่นทีวี ยกร่างรธน.ผ่านไปแล้ว 50% ที่เหลือยอมรับเป็นงานหนัก หมวดปฏิรูปจะพิจารณาสัปดาห์หน้า

คาดเป็นการวางกลไกปฏิรูประยะยาว หลังสิ้นสปช. ส่วนความเห็นทักท้วงร่างรายมาตรา กมธ.ยกร่างรธน.พร้อมรับฟัง เชื่อปมยุบรวม กสม.-ผู้ตรวจฯ หากคนเห็นแย้งเห็นร่างบทบัญญัติจะพอใจ

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับทางช่องเนชั่นทีวี ถึงประเด็นการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้การพิจารณาร่างรายมาตรามีความคืบหน้าเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว ถือว่าเป็นไปตามปฏิทินทำงานที่ได้กำหนดไว้ ส่วน 50 เปอร์เซ็นต์หลังจากนี้ถือว่าเป็นบทบัญญัติที่หนักพอสมควร โดยกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะกลับมาเริ่มพิจารณาร่างรายมาตราอีกครั้งในวันที่ 5 ก.พ. นี้จะเข้าสู่หมวด 7 การกระจายอำนาจ และการปกครองท้องถิ่น เบื้องต้นได้วางกรอบไว้ ในวันที่ 5 – 6 ก.พ นี้ จากนั้นสัปดาห์ต่อไป จะเป็นการพิจารณาในภาค 4 ว่าด้วยการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง และช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือประมาณต้นเดือนมีนาคมจะเข้าสู่หมวดการเมือง ระบบผู้แทนที่ดีและผู้นำการเมืองที่ดี, รัฐสภา และ คณะรัฐมนตรี

นายคำนูณ กล่าวด้วยว่าสำหรับภาค 4 ที่ว่าด้วยการปฏิรูปและการสร้างความปรองดองนั้น ถือเป็นบทบัญญัติที่เขียนขึ้นใหม่ เบื้องต้นนั้นยังไม่เห็นตัวร่างรายมาตรา แต่ในหลักการที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาร่วมกันก่อนหน้านี้ จะเป็นการวางกลไกของการปฏิรูปหลังจากที่ไม่มีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แล้ว เพื่อให้การปฏิรูปสามารถเดินหน้าไปได้ในช่วงที่มีการปกครองในระบอบปกติ เช่น การเสนอร่างกฎหมายเพื่อการปฏิรูปเรื่องต่างๆ จะให้วุฒิสภาเป็นผู้ยกร่างและเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบทั้งฉบับ โดยไม่สามารถแก้ไขบทบัญญัติได้ แต่หลักการดังกล่าวอาจมีการอภิปรายกันอีกครั้งเมื่อเห็นเป็นตัวร่างรัฐธรรมนูญแล้ว

นายคำนูณ ยังกล่าวถึงการปรับโครงสร้างอำนาจและหลักการขององค์กรในรัฐธรรมนูญที่ล่าสุดมีเสียงสะท้อนว่าไม่เห็นด้วยว่า กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญพร้อมจะรับฟังเสียงสะท้อนหรือความเห็นต่างทั้งหมด และพร้อมที่จะทบทวนเนื้อหาตามกระบวนการ กล่าวคือตามปฏิทินทำงานในวันที่ 17 เม.ย. นี้ เป็นวันที่เสนอร่างรัฐธรรมนูญรอบแรกให้ที่ประชุมสปช.พิจารณา และจัดการอภิปรายในเนื้อหาประมาณ 10 วัน จากนั้นในวันที่ 26 เม.ย. – 25 พ.ค.เป็นกำหนดเวลาให้ สปช. คสช. และ ครม. เสนอคำขอแปรญัตติต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จากนั้น 25 พ.ค. - 23 ก.ค. เป็นวาระที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นแม้การพิจารณาของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านร่างมาตราใดไปแล้ว ยังไม่ถือว่าสิ้นสุดเพราะสามารถปรับแก้ไขตามความเห็นได้ในช่วงเวลาที่กำหนด

“การปฏิรูปนั้นยอมรับว่าอาจสร้างผลกระทบกับองค์กรหรือบุคคล แต่การพิจารณาทั้งหมดยืนอยู่บนผลประโยชน์ของประชาชน ส่วนกรณีที่ตัวแทนองค์กรที่ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านการผนึกกำลังระหว่างผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ผมเชื่อว่าหากผู้นั้นได้เห็นร่างมาตราที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะพอใจ” นายคำนูณ กล่าว