วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปช.คว่ำร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคซ้ำซ้อนสคบ.

สปช.มีมติคว่ำร่างพ.ร.บ.องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ครม.พิจารณา “คุรุจิต”อัดยับตั้งซ้ำซ้อนสคบ.

เมื่อเวลา 11.20 น. ในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพ.ร.บ. องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ...ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว โดยสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวคือ เป็นการปฏิรูปประเทศด้านการคุ้มครองผู้บริโภค แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรม สนับสนุนให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการกำหนดหลักเกณฑ์ร่วมกับหน่วยงานรัฐ ลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้ประกอบการกับผู้บริโภค และเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการเพื่อสร้างผลิตผลด้านคุณภาพสู่สังคม ตลอดจนเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ จึงได้บัญญัติให้มีองค์การเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นอิสระจากหน่วย งานของรัฐ ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนผู้บริโภค ทำหน้าที่ให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐในการตรวจและการบังคับใช้กฎหมายและกฎ และให้ความเห็นในการกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งตรวจสอบและรายงานการกระทำหรือการละเลยการกระทำอันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งนี้ให้รัฐสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการขององค์กรอิสระดังกล่าวด้วย

จากนั้นเปิดให้สมาชิกอภิปราย โดยนายคุรุจิต นาครทรรพ สปช.อภิปรายไม่เห็นด้วยว่า การที่จะให้มีองค์การอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคที่ไม่อยู่ภายใต้กำกับของรัฐทั้งที่ในปัจจุบันมีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)ที่เป็นหน่วยงานในการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งการที่แยกออกมาตั้งเป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจหน้าที่ซ้ำซ้อนกับสคบ.จะทำให้เกิดความสับสนในการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือไม่ เช่น การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การดำเนินคดีแทนผู้บริโภค เป็นต้น

นอกจากนี้การตั้งองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นหน่วยงาน อิสระจากหน่วยงานของรัฐที่ถูกตั้งขึ้นโดยภาคเอกชน โดยกำหนดให้ซึ่งรัฐบาลจะ ต้องมีการจัดสรรงบประมาณเพื่ออุดหนุนในจำนวนที่เพียงพอสำหรับการบริหารและ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินงานขององค์การแต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 บาทต่อหัวประชากร หากประชากรมี 68 ล้านคนก็จะมีเงินอุดหนุนไม่ต่ำกว่าปีละ 200 ล้านบาท และกำหนดให้รายงานการดำเนินการให้กับนายกฯเพื่อทราบและให้สำนักงานตรวจเงินเผ่นดิน (สตง.)เข้ามาตรวจสอบบัญชีได้เท่านั้น รัฐสภาไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบหรือถอดถอนองค์กรนี้ได้

“ผมไม่ขัดข้องหากองค์กรนี้มีหน้าที่วิจัยปัญหาของผู้บริโภค เสนอแนะแนวทางและมาตรการแก้ไขเพื่อให้ฝ่ายบริหารได้แก้ไข แต่ไม่ใช่แย่งงานฝ่ายบริหารไปทำเอง และใช้งบประมาณแผ่นดินโดยขาดการตรวจสอบ เหตุใดจึงไม่แก้ไขกฎหมายสคบ. ด้วยการเพิ่มตัวแทนผู้บริโภคเข้าไปเป็นกรรมการ ที่สำคัญร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ น่าจะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน ตามรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติว่าคณะรัฐมนตรี(ครม.) เท่านั้นที่จะเป็นผู้เสนอกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงินได้ ดังนั้นก่อนที่สปช.จะรับหลักการควรจะปรึกษากับครม.ก่อน “นายคุรุจิต กล่าว

นายเสรี สุวรรณภานนท์ สปช.กล่าวว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า การตั้งองค์การอิสระขึ้นมาโดยไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐ คือแยกอิสระเด็ดขาด จึงขอให้พิจารณาให้ถี่ถ้วนเพราะการยึดโยงกับการบริหารต้องใช้งบประมาณแผ่น ดิน ความเป็นอิสระต้องตรวจสอบได้โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) แต่หากเป็นแบบนี้ก็เป็นอิสระแบบเอกชน และกรรมการในชุดนี้ต้องตรวจสอบได้ ส่วนเรื่องเงินอุดหนุนที่รัฐต้องจัดสรร ให้เพียงพอนั้น มีในบทเฉพาะกาลแล้ว ที่เป็นครั้งเดียวก็ถือว่าจบไป แต่ในร่างนี้กลับบัญญัติไว้ในมาตรา 8 อีก นอกจากนี้สัดส่วนของกรรมการในองค์การฯไม่ใช่มาจากองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค แต่มาจากองค์กรที่คุ้มครองผู้ประกอบการมากกว่า จึงอยากให้มีการแก้ไข

ทั้งนี้หลังเปิดให้สมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวาง ในที่สุดที่ประชุมมีมติ ไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการฯ ที่จะนำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวโดยไม่ต้องแก้ไข ให้ครม.พิจารณาด้วยคะแนน 145 ต่อ 72 งดออกเสียง 7