วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประวิตร'ไม่หวั่น'ยิ่งลักษณ์'พบผู้แทนสหรัฐ

"พล.อ.ประวิตร" รมว.กลาโหม ยันมีความจำเป็นต้องคงกฎอัยการไว้ ไม่หวั่น "ยิ่งลักษณ์" พบผู้แทนสหรัฐ

ชี้สามารถทำได้ หากไม่สร้างความแตกแยก แจง คสช.เรียก "สิงห์ทอง"แค่ปรับทัศนคติ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์คสช. เป็นครั้งที่2ว่า การทำงานยังคงเน้นคู่ขนานไปกับรัฐบาลเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ คสช.9 ข้อ ซึ่งการทำงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ จะมุ่งสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาเร่งด่วน ซี่งที่ผ่านมาก็ได้แก้ปัญหาราคายางตกต่ำไปแล้ว โดยผลักดันให้ราคายางอยู่ในระดับที่80บาทต่อกิโลกรัม จึงขอให้เกษตรกรชาวสวนยางอดทน เพราะรัฐบาลนี้มุ่งแก้ปัญหาเกษตรกรทุกด้าน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งติดตามการทำงานของทุกส่วนราชการให้เกิดความรวดเร็วตามโรดแมป แต่ไม่ใช่การจับผิดข้าราชการ รวมทั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนฯชุดนี้ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการประเมินการทำงานของรัฐมนตรี แต่เป็นเรื่องของนายกรัฐมตรีที่จะประเมิน

พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงกรณีกองทัพภาคที่1 เชิญตัวนายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้าพบ ว่า การดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามกฎหมาย และกระบวนการขององค์กรต่างๆ ซึ่งยืนยันว่า รัฐบาลและคสช.ยอมไม่ได้หากจะมีการกระทำใดๆ ที่ก่อให้เกิดความแตกแยก เพราะต้องการให้ประเทศเดินหน้าตามโรดแมป ดังนั้นหากพบการดำเนินการที่จะสร้างความแตกแยกและไม่ปรองดอง ก็ต้องเชิญมาพูดคุยทำความเข้าใจ และคงจะเชิญมาพบเฉพาะผู้ที่กระทำผิดเท่านั้น โดยไม่ถึงขั้นควบคุมตัวนายสิงห์ทอง แต่อย่างใด ทั้งนี้ คสช.และรัฐบาล ไม่ต้องการไล่ล่าใคร และไม่ต้องการแก้แค้นหรือเป็นศัตรูกับใคร ยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่ได้พบกับอดีตผู้ดำรงทางการเมืองคนใด รวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

เมื่อถามว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีพบกับผู้แทนสหรัฐจะมีนัยยะทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าคงเป็นพูดคุย หากไม่ได้สร้างความแตกแยกก็สามารถทำได้ ซึ่งรัฐบาลและคสช.ไม่ได้ห้าม ส่วนที่สหรัฐอเมริกาแสดงท่าทีกังวลใจกับการใช้กฎอัยการศึกของไทยนั้น คิดว่าแต่ละประเทศมีการปกครองในส่วนของตนเอง รวมทั้งไทยที่มีแนวทางการดำเนินงานภายในและขณะนี้ถือว่าสถานการณ์สงบเรียบร้อย สามารถเดินหน้าการทำงานได้ทุกด้าน โดยไม่ได้ปิดกั้นใคร ซึ่งหากใครจะเสนอประเด็นใดก็มีช่องทางแสดงความคิดเห็นกว่า4000 เวที

อย่างไรก็ตามยืนยันว่า แม้จะมีกฎอัยการศึก แต่ยังคงใช้กฎหมายปกติเป็นหลัก ซึ่งต้องพิจารณาถึงสถานการณ์ในประเทศในขณะนี้ว่ายังมีความจำเป็นต้องคงประกาศกฎอัยการศึกไว้ จึงขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจ เพราะขณะนี้ไม่ใช่รัฐบาลปกติ