วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พิชิต'ชี้ปีกประชาธิปไตยต้องหาวิธีอื่นต่อสู้

"พิชิต"ระบุ8ปี"ทักษิณ-พท."เล่นเกมส์ซ้ำๆเปรียบทีมฟุตบอลเล่นเป็นอยู่วิธีเดียว ย้ำต้องหาวิธีการไม่ถูกจำกัดกรอบ

ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊คไว้น่าสนใจยิ่งว่า แปดปีที่ผ่านมา ฝ่ายทักษิณ-เพื่อไทยเล่นเกมส์ซ้ำๆ คือใช้ยี่ห้อทักษิณไปชนะเลือกตั้งเข้าไปในสภา ตั้งรัฐบาล คู่กับใช้มวลชนนอกสภาเป็นกองหนุน ไปต่อรองเกี้ยเซี้ยเป็นเรื่องๆ ไป ทำอย่างนี้เป็นสูตรสำเร็จ ทำได้ดีมากจนชนะเลือกตั้ง ธ.ค. 50 และ ก.ค. 54

เหมือนทีมฟุตบอลฝ่ายแดงที่เล่นเป็นอยู่วิธีเดียว คือใช้วิธีส่งลูกจากกองหลังให้ปีกซ้าย แล้วเข้ากลาง ให้ศูนย์หน้ายิงเข้าประตู ทำซ้ำ สำเร็จมาหลายครั้ง แต่ปัญหาเกิดเมื่อทีมฝ่ายตรงข้ามเดาทางออกหมด เขาคิดวิธีสกัดปีกซ้าย แย่งลูกไปได้แล้วสวนกลับ ทีมฝ่ายแดงถูกดักทางไว้หมด ก็ไปไม่เป็น มีแต่แพ้ เล่นไม่ได้อีกต่อไป

พอ"ยิ่งลักษณ์"ถูกถอดถอน ทั้งเพื่อไทยและแฟนคลับก็นึกออกอยู่วิธีเดียว วิธีเดิมคือ หาคนในตระกูลชินวัตรหรือ "นอมินี" มาลงเลือกตั้งอีก ใช้ยี่ห้อทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ไปหาเสียง อาศัยคะแนนนิยมในภาคเหนือ-อีสาน "มั่นใจล้านเปอร์เซนต์" ชนะได้เสียงข้างมากในสภาฯ ยกมือตั้งนายกตระกูลชินวัตรหรือ "นอมินี" ได้แน่นอน

แต่ฝ่ายตรงข้ามเขาไม่เล่นลูกบอลซ้ำรอยเดิม รู้จักสรุปบทเรียนความล้มเหลวของรปห.2549 และการแพ้เลือกตั้งถึงสองครั้งภายใต้รธน.2550 ฉะนั้น รปห.2557 เขาจึงทำทุกอย่างไม่ให้ซ้ำรอยเดิม เขาจะไม่ปล่อยให้เพื่อไทยกลับมาชนะเลือกตั้งได้อีก

เมื่อถอดถอน"ยิ่งลักษณ์"แล้ว ก็ใช้คดีในศาลฟันซ้ำ ไม่ต้องถึงขั้นจำคุกจริงๆ เอาแค่ "จำคุกรอลงอาญา" ก็เข้าสู่การเมืองไม่ได้ตลอดชีวิต (รธน.ห้ามคนที่เคยถูกศาลสั่งจำคุกเข้าสู่ตำแหน่งการเมือง) ตระกูลชินวัตรถอยจากการเมือง สส.อลเวง เพื่อไทยแยกสลาย ถ้าไม่ถูกยุบ ก็แตกมุ้ง หดเล็กลง ภูมิใจไทยโตขึ้น ฯลฯ เลือกตั้งปี 60 (หรือหลังจากนั้น) สภาเป็นเบี้ยหัวแตกเหมือนยุค 2520-30 สส.ได้เข้าสภา ก็ไปยกมือเลือก "คนนอก" เป็นนายกฯตามธง

หนทางรัฐสภาสำหรับประชาธิปไตยจึงตีบตัน ความท้าทายคือ ปชต.ต้องคิดหาวิธีการที่ไม่ถูกจำกัดในกรอบข้างต้น หารูปแบบ วิธีการ และเนื้อหาที่มีความชอบธรรมและเป็นที่ยอมรับจากประชาชนวงกว้าง ตรงนี้ยากมากกกส์ และยังมองไม่เห็นทาง แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็แพ้ถาวร

นี่ไม่ใช่ภาระหน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันค้นหา เหมือนที่ สมบัติ บุญงามอนงค์ (หนูหริ่ง) แกนนำวันอาทิตย์สีแดง (ที่ไม่มีปริญญาแม้แต่ใบเดียว) กับทีมงานเคยทำสำเร็จมาแล้วเมื่อปี 53