ริบอำนาจ กกต. เหลือแค่คุมการเลือกตั้ง ส่วนการจัดเลือกตั้งให้หน่วยราชการทำแทน
ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ต่อเนื่องเป็นวันที่สิบ โดยเข้าสู่การพิจารณาเรื่ององค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ใช้อำนาจตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ซึ่งอยู่ในหมวด 2 ของภาค 3 ว่าด้วยนิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
โดยที่ประชุมได้เริ่มพิจารณาเรื่องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในมาตรา (3/2/5-1)8 ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของกกต. เป็นลำดับแรก โดยอนุ กมธ. พิจารณายกร่างบทบัญญัติเป็นรายมาตราฯ ได้นำความของมาตรา 235 ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาพิจารณาแต่ปรับหลักการให้ กกต. เป็นผู้ที่ควบคุมการเลือกตั้ง ส.ส. สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น, ควบคุมการออกเสียงประชามติเท่านั้นและดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา
จากเดิมที่กำหนดหน้าที่ให้เป็นเป็นผู้ดำเนินการและจัดให้มีการเลือกตั้งและทำประชามติ โดยเจตนารมณ์ของมาตราดังกล่าวคือให้กกต. มีหน้าที่เพียงควบคุมการเลือกตั้งส.ส. สมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น และการควบคุมการออกเสียงประชามติ และควบคุมการให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาเท่านั้น ถือเป็นการแยกการกำกับดูแล ออกจากการบริหารจัดการ สำหรับการดำเนินการเลือกตั้งนั้นจะมีหน่วยงานที่ดำเนินการซึ่งระบุไว้ในมาตราถัดไป
ทั้งนี้ก่อนที่จะให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญอภิปรายในประเด็น ได้สอบถามความเห็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ต่อประเด็นที่ประชาชนเสนอความเห็นให้กกต.จัดการเลือกตั้งเช่นเดิม โดยมีกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อยเห็นอภิปรายให้ กกต.มีหน้าที่เหมือนรัฐธรรมนูญ 2550 ส่วนข้อบกพร่องในการทำงานของ กกต. ควรแก้ไขในส่วนนั้น นอกจากนั้นยังกังวลว่าหากให้ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่ถูกคัดเลือกจากที่ประชุมกกต. ร่วมกับปลัดกระทรวงมหาดไทย, ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ปลัดกระทรวงคมนาคม, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงศึกษาธิการ, ปลัดกระทรวงกลาโหม และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ดำเนินการเลือกตั้งแทน เชื่อว่าจะเกิดปัญหาต่อการเลือกตั้งรอบหน้าอย่างแน่นอน เนื่องจากกระทรวงต่างๆ นั้นล้วนอยู่ภายใต้การกำกับของนักการเมือง ขณะที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ฝ่ายที่สนับสนุนบทบัญญัติใหม่นั้น อภิปรายโต้แย้งว่าหากให้หน่วยงานราชการจัดการเลือกตั้งจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาการเลือกตั้งแน่นอน เพราะที่ผ่านมาที่ให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการเลือกตั้ง ไม่มีปัญหาเว้นแต่ในจังหวัดที่มีอิทธิพลของนักการเมืองเท่านั้น
ทั้งนี้มีกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญบางคน ระบุด้วยว่า ขอเอาคอรับประกันเลยว่าการเลือกตั้งรอบต่อไปที่ให้หน่วยงานราชการจัดการเลือกตั้งจะไม่มีปัญหา นอกจากนั้นการเขียนบทบัญญัติใหม่ที่ใช้หลักแบ่งแยกอำนาจจะแก้ไขความไม่มีประสิทธิภาพในการทำงานของ กกต. ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้งได้ และก่อให้เกิดการตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจของกกต.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญส่วนหนึ่งได้เสนอแนวทางสายกลางเพื่อประณีประนอมการหารือที่แบ่งฝ่ายเด็ดขาด คือการจัดการเลือกตั้งที่ตามบทบัญญัติใหม่ที่ให้บทบาทระบบราชการร่วมกับภาคประชาชนจัดการเลือกตั้ง ส่วนประเด็นบางพื้นที่พบว่ามีพวกอิทธิพลอยู่ต้องเขียนหลักเกณฑ์ที่ตรวจสอบกลุ่มคนดังกล่าวด้วยรวมถึงมีข้อเสนอให้ปรับโครงสร้างของ กกต. และกฎหมายทีว่าด้วย กกต. เพื่อปรับโครงสร้างกกต.กลาง และเพื่อให้การทำงานมีอิสระ และกลไกการควบคุมการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม น่าเชื่อถือ เพื่อไม่ให้การเลือกตั้งรอบต่อไปมีปัญหาและยกประเด็นปัญหาดังกล่าวเป็นเหตุมาการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งนี้ในที่ประชุมได้ข้อยุติประเด็นดังกล่าว เมื่อเวลา 11.56 น. คือให้ยึดหลักการการทำหน้าที่ของ กกต. ตามที่ อนุกมธ.พิจารณายกร่างบทบัญญัติเสนอ แต่ที่ประชุมยังมีประเด็นที่ขอให้ปรับถ้อยคำในบทบัญญัติดังกล่าว ดังนั้นจึงพักการประชุม 12.15 น. และเตรียมหารือต่อในช่วง13.00 น.





