สนช.ลงมติเสียงท่วมท้น 190-18 ถอดถอน "ยิ่งลักษณ์" ออกจากตำแหน่ง เผยเป็นนักการเมืองคนแรกในประวัติศาสตร์
สนช.ลงมติเสียงท่วมท้น 190-18 ถอดถอน "ยิ่งลักษณ์" ออกจากตำแหน่ง เผยเป็นนักการเมืองคนแรกในประวัติศาสตร์ที่โดนสอย พบเบื้องหลังสนช.สายทหารจับมือกลุ่ม 40 ส.ว.เทคะแนน เชื่ออดีตนายกฯทำผิดจริง แถมมีปมไม่ยอมไปสภาตอบข้อซักถามด้วยตัวเอง ทำคะแนนถอดถอนพุ่งสูง เจ้าตัวอ่วมโดนคดีอาญาซ้ำหลังอัยการสูงสุดลงนามสั่งฟ้องคดีทุจริตจำนำข้าว แถมถูกเบรกแถลงข่าว
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวานนี้ (23 ม.ค.) มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องด่วน 3 เรื่อง คือ การลงมติถอดถอนหรือไม่ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ประกอบด้วย นายนิคม ไวยรัชพานิชอดีตประธานวุฒิสภา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง
ทั้งนี้ นายนิคมและนายสมศักดิ์ถูกกล่าวหาจากกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่ชอบ ขณะที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ถูกกล่าวหาปล่อยปละละเลยไม่ยับยั้งความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว
วิธีการลงคะแนน เป็นการลงคะแนนลับ และลงมติคราวเดียวทั้ง 3 คน โดยแบ่งบัตรลงคะแนนออกเป็น 3 ใบ คือ นายนิคม ใช้สีชมพู นายสมศักดิ์ ใช้บัตรลงคะแนนสีขาว ขณะที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ใช้บัตรสีเหลือง
องค์ประชุมที่ร่วมลงมติถอดถอนมีจำนวน 219 คน จากจำนวนเต็ม 220 คน ขาดเพียง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ สมาชิกสนช. อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่แจ้งลาป่วย
จากการลงคะแนนและตรวจนับคะแนน นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 แจ้งว่า ที่ประชุมลงมติถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ด้วยคะแนน 190 ต่อ 18 เสียง งดออกเสียง 8 เสียง บัตรเสีย 3 ทำให้นางสาวยิ่งลักษณ์ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งเนื่องจากมีคะแนนถอดถอนเกิน 3 ใน 5 ของสมาชิก สนช.ทั้งหมด หรือ 132 เสียง
ส่วน นายนิคม มีมติไม่ถอดถอน ด้วยคะแนน 120 ต่อ 95 เสียง ไม่ออกเสียง 4 เสียง และมีมติไม่ถอดถอนนายสมศักดิ์ 115 ต่อ 100 เสียงไม่ออกเสียง 4 เสียง
สำหรับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ที่ถูก สนช.ลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่งนั้น ถือเป็นนักการเมืองและอดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ถูกถอดถอนตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งผลจากการถอดถอนครั้งนี้ทำให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่มีมติ
"พรเพชร"ยันสนช.ลงมติอิสระ-ถูกต้อง
นายพรเพชร แถลงหลังลงมติถอดถอนว่า สนช.ได้ลงมติอย่างอิสระ ทำตามหลักการ เรื่องนี้เหล่าสมาชิก สนช.ล้วนตระหนักว่าเป็นหน้าที่สำคัญและได้ใช้ดุลยพินิจโดยถูกต้อง คำนึงถึงหลักนิติธรรมและความยุติธรรม รวมทั้งผลประโยชน์ของประชาชน
"กรณีของนายสมศักดิ์และนายนิคมนั้น ต้องยอมรับว่ามีปัญหาตามข้อกฎหมายอยู่ เนื่องจากเมื่อรัฐธรรมนูญยกเลิกไปแล้ว ความผิดจึงไม่ครบองค์ประกอบที่จะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ จากคะแนนลงมติตัดสินไม่ถอดถอนนายนิคมและนายสมศักดิ์ที่มีจำนวนใกล้เคียงกันนั้นก็พบว่าสมาชิกส่วนหญิงที่ลงมติ เป็นกลุ่มที่คิดว่าความผิดของนายนิคมและนายสมศักดิ์ไม่ครบองค์ประกอบความผิด"
"สำหรับกรณีของ นางสาวยิ่งลักษณ์มีปัญหาข้อกฎหมายน้อยมาก หลายเรื่องมีการยืนยันหลักกฎหมายที่ตรงข้าม กรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์จึงตกไปอยู่ที่ข้อเท็จจริงทั้งหมด ซึ่งผมเข้าใจว่า สนช.มีความเข้าใจ พิจารณาจากพยานหลักฐานที่ ป.ป.ช.นำมากล่าวอ้างและนำสืบไว้ในสำนวน" นายพรเพชร ระบุ
สายทหารเท-ทำคะแนนสอยพุ่ง
จากการตรวจสอบความเห็นของสมาชิก สนช.หลายคน ได้รับการยืนยันตรงกันว่า ไม่มีการล็อบบี้หรือคำสั่งให้ถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์โดยเฉพาะการเลี้ยงสรรค์ สนช.ที่สโมสรทหารบก เทเวศร์ เมื่อคืนวันที่ 22 ม.ค. ก็ไม่มีการส่งสัญญาณเรื่องการล็อบบี้จากผู้มีอำนาจแต่อย่างใด แต่สมาชิกสนช.มีคำตอบอยู่ในใจล่วงหน้ากันหมดแล้ว โดยเห็นตรงกันว่า นางสาวยิ่งลักษณ์มีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต และไม่ยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวจริง
สำหรับผลคะแนนการถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ที่ออกมาสูงถึง 190 คะแนนนั้น ถือว่าเกินความคาดหมายของ สนช.หลายคนที่ประเมินว่าคะแนนถอดถอนน่าจะอยู่ที่ราว 150-160 คะแนน ซึ่งเหตุผลที่คะแนนถอดถอนของนางสาวยิ่งลักษณ์พุ่งสูง เนื่องจาก สนช.สายทหารเกือบทุกคน ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ใน สนช.ต่างเทคะแนนไปในทางเดียวกัน คือ ถอดถอน
นอกจากนั้น พฤติกรรมของนางสาวยิ่งลักษณ์ที่ไม่ยอมมาตอบข้อซักถามต่อ สนช.ด้วยตัวเองในวันที่ 16 ม.ค. ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้น้ำหนักความน่าเชื่อถือของนางสาวยิ่งลักษณ์ลดน้อยลงในมุมมองของ สนช.
ขณะที่การชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช.ต่อ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และพวก ในคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ก่อนที่ สนช.จะลงมติถอดถอน 2 วัน รวมถึงกรณีที่อัยการสูงสุดมีมติสั่งฟ้องคดีอาญากับนางสาวยิ่งลักษณ์ในข้อหาเดียวกับการถอดถอน ในช่วงเช้าวันที่ 23 ม.ค.ก่อนที่ สนช.จะลงมติ ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความชัดเจนเรื่องการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวจนเป็นการเพิ่มความชอบธรรมในการลงมติถอดถอนมากยิ่งขึ้น
เบรก"ยิ่งลักษณ์"เปิดแถลงข่าว
ด้านความเคลื่อนไหวของนางสาวยิ่งลักษณ์ กับกลุ่มผู้สนับสนุน ปรากฏว่ามีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง และบรรดากองเชียร์เดินทางไปรวมตัวกันที่โรงแรมเอสซีปาร์ค ริมถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ เพื่อรอลุ้นผลการลงมติถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์
เมื่อ สนช.ลงมติถอดถอน ปรากฏว่ามีข่าวจากคณะทำงานของอดีตนายกฯว่า เจ้าตัวจะเปิดแถลงข่าวในเวลา 15.30 น. เมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไป ทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้าควบคุมพื้นที่ภายในโรงแรมเอสซีปาร์ค กระทั่งมีรายงานจากคนใกล้ชิดของนางสาวยิ่งลักษณ์ว่า อดีตนายกฯตัดสินใจไม่แถลงข่าวแล้ว
นายสิงห์ทอง บัวชุม คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กระแสข่าวที่ออกมาทำให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และรัฐบาลไม่สบายใจ โดยคสช.ไม่อยากให้มีการแถลงข่าว ซึ่งในความเป็นจริงก็ไม่มีการตั้งวอร์รูมหรือแถลงข่าวใดๆ เพราะล่อแหลม ส่อฝ่าฝืนกฎอัยการศึก
ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า คสช.ไม่เคยมีคำสั่งงดการแถลงข่าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ เพียงแต่การแถลงข่าวประเด็นการเมือง ต้องขออนุญาตคสช.ก่อน
ปูโพสต์เฟซบุ๊คมีขบวนการทำลายล้าง
ต่อมาในเฟซบุ๊คของนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้มีการโพสต์ข้อความระบุว่าเป็น "คำแถลง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 28"โดยระบุตอนหนึ่งว่า มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง และโครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการที่ดี ไม่ได้สร้างความเสียหายแต่อย่างใดสำหรับตัวเลขความเสียหายที่พยายามจะยัดเยียดให้นั้น เป็นเพราะความมีอคติและนำชาวนามาเป็นเครื่องมือในการทำลายล้างทางการเมือง
"แม้ว่าวันนี้ประชาธิปไตยไทยได้ตายไปแล้วพร้อมกับหลักนิติธรรม แต่ขบวนการทำลายล้างยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังที่ดิฉันได้ประสบอยู่ขณะนี้"
คำแถลงของนางสาวยิ่งลักษณ์ ยังระบุอีกว่า มีเหตุบังเอิญเกิดขึ้นมากมายในช่วงนี้ เช่น ก่อน สนช.จะลงมติถอดถอนเพียง 1 ชั่วโมงอัยการสูงสุดได้แถลงสั่งฟ้องตนในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก่อให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ทั้งๆ ที่หัวหน้าคณะผู้แทนอัยการสูงสุดยืนยันว่ายังต้องพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ของคดีต่อไป อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าพร้อมต่อสู้คดีในชั้นศาล
คำแถลงระบุอีกตอนหนึ่งว่า คำว่า "ความปรองดอง" จะเกิดขึ้นได้ ต้องไม่ใช่การไล่ล่าคนใดคนหนึ่ง แต่หมายถึงความเป็นกลางที่ต้องอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย เมื่อความเป็นธรรมเกิด ความยุติธรรมก็จะตามมา การยอมรับ ความสงบ ความสามัคคีก็จะมีขึ้นในสังคมไทย พร้อมทิ้งท้ายว่าจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนคนไทย นำระบอบประชาธิปไตยกลับคืนมา
"อุ๊งอิ๊ง"โพสต์"เจ็บจนชิน"
ด้านอินสตราเเกรมของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็กของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลานอาของนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้มีการโพสต์ข้อความว่า "...นี่ไม่ใช่ครั้งแรก..และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย..เจ็บจนชิน..ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจค่ะ "
ขณะที่ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของ พ.ต.ท.ทักษิณ โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมเช่นกัน โดยมีรูปชูกำปั้นในวงกลมสีขาว พื้นสีดำ ตัวหนังสือสีขาว พร้อมข้อความ "พร้อมไหมพร้อม? พร้อมไหมคนไทย"
อัยการสูงสุดสั่งฟ้องอาญายิ่งลักษณ์
เวลา 09.30 น.วันเดียวกัน ก่อนที่ สนช.จะลงมติถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่นาน นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน หนึ่งในคณะทำงานร่วมของฝ่ายอัยการ และ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้แถลงผลสั่งคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดนางสาวยิ่งลักษณ์ กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ที่มีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติกฎหมาย
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า วันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา คณะทำงานร่วมพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ของสำนวนคดีทั้ง 2 ฝ่าย คือ ฝ่าย ป.ป.ช.กับสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ประชุมเพื่อพิจารณาผลการรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกันแล้วมีความเห็นว่า ได้รวบรวมพยานหลักฐานตามข้อไม่สมบูรณ์ดังที่พิจารณาตกลงกันได้เสร็จสิ้นแล้ว จึงมีมติให้ส่งพยานหลักฐานทั้งหมดเสนอ นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด เพื่อฟ้องคดีต่อไปตามมาตรา 11 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ 2542
ทั้งนี้ นายตระกูลได้พิจารณาพยานหลักฐานที่คณะทำงานร่วมส่งมา ประกอบพยานหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมดในสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.แล้ว เห็นว่าคดีมีความสมบูรณ์พอที่จะดำเนินคดีอาญาฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ จึงจะให้ฟ้องคดีอาญาตามข้อกล่าวหาต่อไป
ในการนี้ อัยการสูงสุดจะตั้งคณะทำงานอัยการขึ้นมาเพื่อร่างฟ้องและตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่มีกว่า 4,000 หน้าให้เสร็จสมบูรณ์ เพื่อยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ไม่เกินเดือน มี.ค.นี้ ขณะที่อัยการสูงสุดจะประสาน ป.ป.ช.ให้นำตัวนางสาวยิ่งลักษณ์มาฟ้องคดีต่อไป
ยันไม่เกี่ยว สนช.ถอดถอนจากตำแหน่ง
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ รองอัยการสูงสุด ในฐานะประธานคณะทำงานร่วมฝ่ายอัยการ เคยให้ข่าวว่าสำนวนยังไม่ได้ข้อสรุป แสดงว่ามีความขัดแย้งกันในคณะทำงานร่วมหรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การพิจารณาสำนวนของคณะทำงานร่วมได้เห็นชอบร่วมกันแล้ว และรายงานผลให้อัยการสูงสุดรับทราบหมดแล้ว โดยอัยการสูงสุดได้ลงนามในคำสั่งฟ้องแล้ว เมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 ม.ค.
เมื่อถามต่อว่าทนายความของนางสาวยิ่งลักษณ์ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมเพิ่มเติม อัยการได้พิจารณาหรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่าก่อนหน้านี้ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาเคยยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเข้ามา โดยอัยการสูงสุดได้พิจารณาไปแล้ว ส่วนที่ยื่นอีกครั้งในวันนี้ไม่มีอำนาจที่จะพิจารณาแล้ว เนื่องจากได้ยื่นภายหลังที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องแล้ว โดยอัยการสูงสุดให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ทั้งนี้ คำสั่งฟ้องไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่ สนช.จะลงมติถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่ง





