วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คนข่าวออนไลน์ฮือร้อง'ประยุทธ์' ชะลอร่างกฎหมายดิจิทัล10ฉบับ

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ แสดงความกังวลต่อการเร่งผลักดันร่างกฎหมายดิจิทัล 10 ฉบับ

ที่ ครม.รับหลักการแล้ว โดยอ้างแนวคิดส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล พบเนื้อหากฎหมายเน้น "ควบคุม" มากกว่า "ส่งเสริม" แถมลิดรอนสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของประชาชน ตลอดจนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น จี้ชะลอร่างกฎหมายทั้งหมดพร้อมเปิดเวทีรับฟังความเห็นอย่างกว้างขวางก่อน

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตลอดจนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยมีเนื้อหาแสดงถึงข้อห่วงใยต่อร่างกฎหมายดิจิทัล 10 ฉบับ ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไอทีและอินเทอร์เน็ตจำนวน 10 ฉบับ ภายใต้แนวคิดการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยในช่วงก่อนหน้านี้

โดยร่างกฎหมายทั้ง 10 ฉบับ ได้แก่ 1.ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 2.ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 3.ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 4.ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 5.ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล 6.ร่าง พ.ร.บ.กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

7.ร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม 8.ร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 9.ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เพื่อกำหนดให้มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

โดยขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวทั้งหมดอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา

ทั้งนี้ สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ในฐานะองค์กรของผู้ประกอบวิชาชีพการผลิตข่าวออนไลน์ ซึ่งจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากร่างกฎหมายดังกล่าว ได้ประชุมหารือกันเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว มีความเห็นเบื้องต้นเสนอไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

1.สมาคมฯสนับสนุนหลักการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ "ดิจิทัล" มาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ แต่ไม่เห็นด้วยหากจะมีการผลักดันดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมด้วยการเร่งรัดออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชน และผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน

2.เนื้อหาของร่างกฎหมายหลายฉบับมีลักษณะเข้าข่ายการละเมิดสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของประชาชน ซึ่งจะมีผลในการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความเห็นผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อันเป็นการออกกฎหมายที่ไม่ส่งเสริมหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ ยังมีเนื้อหาบางส่วนที่จำกัดการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนด้วย

3.พนักงานเจ้าหน้าที่ในร่างกฎหมายหลายฉบับถูกกำหนดให้มีอำนาจอย่างไร้ขอบเขตและปราศจากการกลั่นกรอง หรือมีการรับรองการใช้อำนาจเข้าตรวจค้นจับกุม ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิ์ของเอกชน เช่น การให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจับกุมโดยไม่ต้องมีคำสั่งศาล เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการมอบอำนาจแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายอื่นๆ ที่ไม่เข้าใจเทคโนโลยีสารสนเทศ และขาดจริยธรรมอย่างแท้จริง จึงง่ายต่อการใช้อำนาจไปในทางที่ผิดจนเป็นการรบกวนสิทธิ์ของประชาชน

4.ลักษณะของเนื้อหาตามร่างกฎหมายบางฉบับมีการหมกเม็ดให้อำนาจแก่หน่วยงานรัฐ โดยปราศจากการตรวจสอบจากกฎหมายหรือหน่วยงานใดๆ ซึ่งถือเป็นการผิดวิสัยของการยกร่างกฎหมาย และไม่เป็นตามมาตรฐานของการบัญญัติกฎหมาย หรือเข้าข่ายการร่างกฎหมายตามอำเภอใจ ซึ่งหากไม่มีการพิจารณาโดยรอบคอบแล้ว กฎหมายที่ออกมาก็จะเป็นกฎหมายที่ขัดกับหลักการบริหารบ้านเมืองที่ดี หรือธรรมาภิบาล

5.เนื้อหาของร่างกฎหมายหลายฉบับมีลักษณะของการ "ควบคุม" มากกว่า "ส่งเสริม" การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโดยดิจิทัลตามเจตนารมณ์ที่รัฐบาลประกาศต่อสาธารณชน ซึ่งอาจจะมีผลให้ภาคธุรกิจต่างประเทศถอนหรือยกเลิกการลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ด้วยเหตุผลข้างต้น สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์จึงขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้ชะลอการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวทั้ง 10 ฉบับ และเปิดการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวาง เพื่อให้การพิจารณาผลักดันนโยบายสำคัญของรัฐบาลเป็นไปด้วยความรอบคอบ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง อันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติในระยะยาวต่อไป