"สีหนาท"รอเสนอคกก.ธุรกรรมมีมติประเด็นลัมโบกินี "บอย ปกรณ์" ชี้ก.ม.ฟอกเงินคุ้มครองความสุจริตของผู้ซื้อ
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวถึงกรณีนายปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์หรือบอย นำข้อมูลเข้าชี้แจงแสดงความบริสุทธิ์ในการซื้อรถยนต์ลัมโบกินี จากนายกิตติศักดิ์ มธุจัด ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) ว่า แม้ว่ากฎหมายฟอกเงินทรัพย์ที่ได้มาจากการฟอกเงินจะต้องถูกยึดเพื่อคืนเงินให้กับผู้เสียหาย แต่กฎหมายก็มีบทคุ้มครองความสุจริตของผู้ซื้อด้วย ดังนั้นกรณีดังกล่าวต้องนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเสนอให้คณะกรรมการธุรกรรมปปง.พิจารณาลงมติว่าจะถอนการอายัดหรือไม่ โดยคณะกรรมการจะประชุมเพื่อพิจารณาวาระดังกล่าวในวันที่ 11 ก.พ.นี้
เลขาธิการปปง.กล่าวอีกว่า สำหรับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบอ้างข่าวการยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายยักยอกทรัพย์สจล.นั้น. ขณะนี้มีการแจ้งเบาะแสกับปปง. แล้ว 2 ราย เป็นประชาชนทั่วไป 1 ราย และอาจารย์ สจล. 1 ราย โดยในรายของอาจารย์สจล. ติดตามข่าวสารอยู่ตลอดจึงไม่หลงเชื่อโอนเงินให้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของสจล.อาจตกเป็นเป้าหมายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวจึงได้ประสานกับอธิการบดีสจล. เพื่อให้แจ้งเตือนบุคลากรภายในไม่ให้ตกเป็นเหยื่อโอนเงินให้แก๊งเหล่านี้ ส่วนอีกรายเป็นประชาชนทั่วไป ประกอบอาชีพลูกจ้างโรงงานรายหนึ่งในต่างจังหวัดรายดังกล่าวสูญเงินไปกว่า 1.5 ล้านบาท จากการถูกหลอกอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ปปง. กำลังตรวจสอบเส้นทางการเงินเครือข่ายยักยอกทรัพย์โดยระบุให้ผู้เสียหายโอนเงินมาให้ตรวจสอบ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินติดต่อกันมากถึง 16 ครั้ง จากการตรวจสอบเงินถูกเบิกออกไปหมดแล้วอยู่ระหว่างตรวจสอบประเทศปลายทาง ปปง.ไม่สามารถอายัดได้ทัน เนื่องจากแก๊งดังกล่าวใช้วิธีโทรศัพท์หลอกผู้เสียหายในช่วงธนาคารปิดทำการ ทำให้ปปง.ประสานอายัดไม่
สำหรับพฤติกรรมหลอกลวงผู้เสียหายครั้งนี้พบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้จะติดตามข่าวสาร และใช้จังหวะดังกล่าวโทรศัพท์มาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบเงินในบัญชีระบุว่าเงินเกี่ยวข้องคดียักยอกทรัพย์ ทำให้ผู้เสียหายที่เป็นประชาชนธรรมดาและอาศัยอยู่ต่างจังหวัดจึงไม่ได้ติดตามข่าวสารหลงเชื่อโอนเงินให้ โดยระหว่างที่ผู้เสียหายทำธุรกรรมให้คนร้าย คนร้ายจะไม่ยอมวางสายโทรศัพท์แต่จะพยายามพูดจาหว่านล้อม อ้างข้อกฎหมายฟอกเงิน โดยขู่ว่าแม้จะไม่โอนเงินมาให้ตรวจสอบ ปปง.ก็มีอำนาจอายัดเงินเองได้ แต่หากโอนเงินมาให้ตรวจสอบเอง ปปง.จะใช้เวลาเพียง 5 นาที เมื่อตรวจสอบเสร็จก็จะโอนเงินกลับคืนเข้าบัญชี ทำให้ผู้เสียหายที่ถูกแอบอ้างคดียักยอกเงินสจล.และสูญเงินถึง 1.5 ล้านบาท มีการโอนเงินให้คนร้ายต่อเนื่องรวม 16 ครั้ง เป็นการโอนด้วยการนำเงินสดเข้าเครื่อง ครั้งละประมาณ 98,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชีปลายทางรวม 4 บัญชี
อย่างไรก็ตาม การที่คนร้ายใช้วิธีให้ผู้เสียหายโอนเงินสดเข้าเครื่องโอนเงินอัตโนมัติก็เพื่อให้การตรวจสอบปลายทางทำได้ยากขึ้น เพราะหากเป็นการกดโอนเงินระหว่างบัญชีจะปรากฎเลขที่บัญชีปลายทางชัดเจน แต่หากโอนเงินสดเข้าเครื่องสลิปที่ออกมาจะระบุบัญชีปลายทางไม่ครบทุกตัวและในการต้องใช้เวลาตรวจสอบ นอกจากนี้คนร้ายยังเลือกโทรศัพท์หาผู้เสียหายในช่วงธนาคารปิดทำการคือตั้งแต่เวลา 15.30 น. เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ธนาคารสั่งอายัดเงินได้ทัน





