วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปช.ชี้มูลคดีข้าวจีทูจีคณะทำงานร่วมถกจบแล้ว

"ปานเทพ"ยืนยันป.ป.ช.ชี้มูลคดีข้าวจีทูจีได้พิจารณาหลักฐานก่อนมีมติเอกฉันท์ ส่วนคณะทำงานร่วมอสส.-ป.ป.ช.ถกจบแล้ว

ที่สำนักงานป.ป.ช. สนามบินน้ำ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการวิจารณ์ว่ามติป.ป.ช.ชี้มูลนายบุญทรงกับพวกรวม 21 รายคดีจำนำข้าวและระบายข้าวแบบจีทูจี ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ได้พิจารณาหลักฐานโดยละเอียดตามที่คณะอนุกรรมการไต่สวนคดีจำนำข้าวและระบายข้าวแบบจีทูจีรายงานเข้ามาโดยมีมติเป็นเอกฉันท์ ซึ่งเรื่องนี้ป.ป.ช.ได้ไต่สวนมานานแล้ว และอนุกรรมการไต่สวนก็เสนอมาพอดี เป็นจังหวะพอดีก็อาจมองไปได้อย่างที่มีการวิจารณ์กัน โยงกันไป

"ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกัน ป.ป.ช.ทำหน้าที่ ติดตาม พิจารณาเรื่องที่ถูกร้องมาในเรื่องการระบายข้าว เป็นการร้องคดีปฏิบัติมิชอบในทางอาญา ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ถูกต้อง ยืนยันอีกครั้งว่าที่ประชุมป.ป.ช.พิจารณาตามหลักฐานก่อนที่จะมีมติเอกฉันท์ ไม่ได้ทำเพื่อให้เกิดเบี่ยงเบนประเด็นอะไร ไม่มีๆ" ประธานป.ป.ช.กล่าว

นายปานเทพ กล่าวว่า ประเด็นที่ชี้มูลนายบุญทรงไปนี้ เป็นคนละประเด็นกับเรื่องการถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ประเด็นถอดถอนดังกล่าวคือการละเว้นดำเนินการเมื่อพบความเสียหายเกิดขึ้น เรื่องการถอดถอนที่สนช.จะโหวตนั้นเป็นเรื่องความเสียหายแต่ไม่ได้มีการหยุดยั้ง ไม่ใช่ประเด็นการทุจริตระบายข้าวแบบจีทูจี แต่ประเด็นของนายบุญทรงนั้นเป็นคดีอาญาในการระบายข้าวไม่ถูกต้องตรงนี้ชัดเจน

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายบุญทรง ระบุว่ามติป.ป.ช.ดังกล่าวมีวาระซ่อนเร้น และมั่นใจว่าในชั้นศาลจะได้รับความเป็นธรรม นายปานเทพ กล่าวว่า ตามกระบวนการกฎหมายคือป.ป.ช.ส่งมติไปที่สำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อให้สั่งฟ้องคดี และผู้ถูกกล่าวหาต้องไปสู้คดีในชั้นศาลฎีกาได้ในการฟ้องร้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาก็ไปต่อสู้คดีได้

นายปานเทพ กล่าวว่า "เรื่องระบายข้าวนี้จะถูกนำไปเป็นส่วนเพิ่มเติมในคดีอาญาน.ส.ยิ่งลักษณ์กรณีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อทำให้คดีหนักแน่นได้มากกว่า ไม่เกี่ยวกับคดีถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่อย่างใด ส่วนการประชุมคณะทำงานร่วมป.ป.ช.กับอสส.เพื่อพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์กรณีรับจำนำข้าวน.ส.ยิ่งลักษณ์เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช.ได้รายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ทราบว่า พยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว คณะทำงานร่วมฯฝ่ายอัยการจะประมวลเรื่องทั้งหมดส่งให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาสั่งฟ้อง ดังนั้น ถือว่าการทำงานของคณะทำงานร่วมฯจบแล้ว ก็อยู่ที่อัยการสูงสุดว่าจะพิจารณาอย่างไร เรื่องนี้คงอีกไม่นานก็คงส่งฟ้องไปยังศาลฎีกาได้